รีวิว ONE PIECE STAMPEDE วันพีซ เดอะมูฟวี่ สแตมปีด

รีวิว ONE PIECE STAMPEDE วันพีซ เดอะมูฟวี่ สแตมปีด เทศกาลโจรสลัดเปิดฉากแล้ว มาร่วมตามหาสมบัติ กับเหล่าโจรสลัด รุ่นที่ชั่วร้ายที่สุด กองทัพเรือ เจ็ดเทพโจรสลัด กองทัพปฏิวัติ และ CP-0 นี่คืออนิเมะที่คนไทยรอดูมากที่สุดอีกเรื่องหนึ่งก็ว่าได้  [สปอยนิดๆ]

รีวิว ONE PIECE STAMPEDE วันพีซ เดอะมูฟวี่ สแตมปีด เรื่องราวของ บูเอน่า เฟสต้า เจ้าพ่อแห่งการจัดงานเขาได้เริ่มจัดงานเทศกาลโจรสลัดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งใช้เกาะทั้งเกาะเป็นเวทีและมีเหล่าเหล่าโจรสลัดแห่งยุคไว้มาร่วมงานนี้มากที่สุด เพื่อออกตามล่าสมบัติแห่งราชาโจรสลัด โรเจอร์ แต่แท้จริงเบื้องหลังของการจัดงานเทศกาลโจรสลัดครั้งนี้ที่เหล่าโจรสลัดทะเลหลายกำลังเพลิดเพลินสนุกสนานอยู่นั้น บูเอน่า เฟสต้า ผู้จัดงานนี้ได้วางแผนที่ชั่วร้ายที่เขาตั้งใจจะจมเรือของเหล่าโจรสลัดให้ดำดิ่งลงสู่ห้วงมหาสมุทรท่ามกลางสงครามการแย่งชิงอันดุเดือดของเหล่า กลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง, กลุ่มโจรสลัดผู้บ้าคลั่ง, ราชันแห่ง 7 น่านน้ำ และ ดักลาส บุลเล็ต อดีตสมาชิกของกลุ่มโจรสลัดโรเจอร์ โดยมีกองทัพเรือของฝ่ายรัฐบาลที่ออกตามล่าเหล่าโจรสลัดเข้ามาร่วมห้ำหั่น

ถือว่าเป็นมังงะเรื่องแรกที่แอดติดตามตั้งแต่ตอนแรกจนถึงปัจจุบัน[เหมือนจะแก่] ปีพ.ศ.2540 เออิจิโระ โอดะ ได้เขียนการ์ตูนมังงะ เรื่องหนึ่งขึ้นและออกตีพิมพ์ลงในนิตยสาร โชเน็นจัมป์ สำนักพิมพ์ ชูเอฉะ กับการผจญภัยของโจรสลัดหนุ่ม และใช่เชื่อว่า ONE PIECE ใครก็ตามที่ได้ครอบครอง ONE PIECE จะได้เป็นจ้าวแห่งโจรสลัด ปรากฏว่าการ์ตูนเรื่องนี้ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายไปทั่วทั้งโลก จนมียอดขายมากกว่า 410 ล้านเล่ม ทั้งยังดัดแปลงเป็น อนิเมะ นวนิยาย เกม อีกหลายภาคด้วยกัน

ต้องบอกเลยว่าสมการรอคอยจริงๆกับ ONE PIECE STAMPEDE ซึ่งเป็นโปรเจกต์ฉลองครบรอบ 20 ปี ในภาคนี้เรียกได้ว่าเป็นการรวมมิตรสะเก็ดดาวมากๆ ขนมาแทบจะทุกตัวละละคร คนที่อยากเจอก็ได้เจอ คนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอก็ได้เจอ [เอาใจแฟนๆวันพีชมาก]ฉากแอ็คชั่นไม่ต้องพูดถึงทำได้ดีและมันมากๆสู้กันดุเดือดเลือดพล่าน ลูฟี่เท่มากจริงๆ[ก็แหง่ละพระเอกนี้] นอกจากจะรัวหมัดรัวปืนแล้วก็ยังรัวมุกตลกไม่ยั้ง สารพัดมุกที่ปล่อยมาคือฮามาก บางคนยังไม่ทันอ้าปากพูดแค่เห็นหน้าก็ขำแล้ว[โดยเฉพาะบากี้นี้ตัวขายขำเลยละ]

ONE PIECE STAMPEDE ผลงานภาพยนตร์ลำดับที่ 14 ของวันพีช อนิเมะที่สร้างจากมังงะชื่อเดียวกันโดย เออิจิโร่ โอดะ กำกับโดย ทากาชิ โอตสึกะ สร้างโดย โทเอแอนิเมชั่น และเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีในการทำอนิเมชั่นเรื่องนี้ด้วย เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่แฟนคลับวันพีชจะตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อว่าเมื่อไรวันฉายในประเทศไทยจะมาถึงบ[แอดก็รอเหมือนกัน] ONE PIECE STAMPEDE ฉากแอ็คชั่น ภาพที่สวย และดนตรีที่ดุเดือดแล้ว เนื้อเรื่องสุดมัน มีตัวละครโผล่มาเซอร์ไพรส์ และเป็นการเซอร์วิสแก่แฟนวันพีชมากๆ อยากเห็นอะไรได้เห็น อยากรู้อะไรได้รู้ [และจะได้รู้ที่มาของคำว่า ไอ้หมารับใช้ของรัฐบาล]

และนี้ถือว่าเป็นของขวัญจาก อ.โอดะ ให้คนดูคือการรวมพลเหล่าโจรสลัด[ใครคิดถึงเอสมีน้ำตาซึมเลยละ] และงานเฉลิมฉลองแก่คนรักวันพีช ที่ไม่ว่าคุณจะดูหรือชอบวันพีชหรือไม่ แอดอยากแนะนำให้ดูนะครับ ไม่แน่คนที่ไม่ชอบอาจจะชอบก็ได้ หรือไม่คนที่ชอบอยู่แล้วจะยิ่งชอบมากเข้าไปอีก แอดจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมวันพีช จึงเป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมมาตลอด 20 ปี [ย้ำจริงๆ20ปีนี้] รายได้กับยอดขายก็บอกอยู่แล้วว่าคนรักเรื่องนี้มากขนาดไหน [แอดเองก็เป็นแฟนที่เหนียวแน่นจริง] และตอนจบฟังเพลงให้จบ รอดูฉากท้ายเครดิตนะครับ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ หนัง อนิเมชั่น

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง RUROUNI KENSHIN THE BEGINNING

รีวิว หนัง RUROUNI KENSHIN THE BEGINNING โศกนาฏกรรมโรแมนติก กับเรื่องราวเริ่มต้นก่อนที่เคนชินจะมาเป็น คนพเนจร และที่มาของรอยแผลรูปกากบาท และญี่ปุ่นในยุคสงครามกลางเมือง [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว หนัง RUROUNI KENSHIN THE BEGINNING เป็นมังงะอีกเรื่องที่แอด อ่านมาตั้งแต่อายุ17และก็ติดตามมาตลอด [หมือนจะแก่]และถูกสร้างเป็นหนังมานี้ก็ภาคที่5แล้ว โดยภาคนี้ใช้ชื่อว่า รูโรนิ เคนชิน ซามูไรพเนจร: ปฐมบท RUROUNI KENSHIN: THE BEGINNING ถือว่าเป็นภาคสุดท้าย แต่แอดยังแอบหวังลึกๆว่าจะได้ดูภาคต่อไป เพราะทางญี่ปุ่นได้ออกมังงะภาคใหม่มาแล้วคือภาคฮอกไกโด เป็นภาคที่มีทุกตัวละครก็ว่าได้ [สาธุขอให้สร้างทีเถอะ]

RUROUNI KENSHIN: THE BEGINING จะพาเราย้อนกลับไปในยุคที่อุดมการณ์ของโชกุน ทำให้เกิดความแตกแยกเป็นสองฝ่าย ระหว่างผู้สนับสนุนรัฐบาลโชกุน และผู้ต่อต้านที่ในภายหลังถูกเรียกว่ากบฏโจชู ฮิมูระ บัตโตไซ [ซาโต้ ทาเครุ] มือพิฆาตที่ไม่เคยมีใครรู้จักตัวตนที่แท้จริง เข้าร่วมกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลโชกุน สังหารทหารของรัฐไปเป็นจำนวนมาก และกลายมาเป็นตัวอันตรายที่สุดสำหรับรัฐบาล ทว่าคืนหนึ่งเขาถูก โทโมเอะ[อาริมูระคาสุมิ] หญิงสาวปริศนาที่บังเอิญเห็นเขากำลังปลิดชีวิตสายลับเข้าโดยบังเอิญ เพื่อไม่ให้ตัวตนของเขาถูกแพร่งพรายเขาจำเป็นต้องเก็บโทโมเอะไว้ใกล้ตัว แต่การมาของโทโมเอะ กลายมาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ มือพิฆาต บัตโตไซ ที่ทำให้เขาต้องตั้งคำถามกับตัวเอง ว่า เขาพรากชีวิตคนจำนวนมากไปเพื่ออะไรกันแน่

ตัวหนังยังผสมผสานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่เรือดำเข้ามาประชิดอ่าวโตเกียว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในญี่ปุ่นอย่างรุนแรง[ยุคสงครามกลางเมือง] เมื่อแคว้นโจชูต้องการปฏิรูปประเทศแล้วยึดแนวคิดต่อต้านชาวตะวันตกและคืนอำนาจให้องค์จักรพรรดิ แต่อีกฝ่ายหนึ่งคือกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่สนับสนุนรัฐบาลโชกุนของตระกูลโทกุงาวะ[คุ้นๆนะเหมือนบางประเทศแถวนี้] หนังจับเอาช่วงที่ฝ่ายโจชูต้องการก่อความวุ่นวายในเมืองเกียวโตและคู่ขนานไปกับเรื่องของกลุ่มชินเซ็นงุมิที่ต้องการปราบความไม่สงบ[คล้ายๆตำรวจละนะ] และเล่าที่มาที่ไปของเคนชินที่เลือกเข้าสู่วิถีของมือสังหารนั้นเอง

ถือว่าเป็นภาคที่จะได้เห็นอีกด้านของ มือพิฆาตเลยก็ว่าได้ทั้ง โหด เลือดสาด ดิบ เถือน เสมือนว่าเขาเป็นเครื่องจักรสังหารเลยก็ว่าได้ หนังดัดแปลงจากฉบับมังงะนิดหน่อยและเพิ่มเติมรายละเอียดเข้ามาอีกบางส่วน โดยให้มีการเผชิญหน้ากับกลุ่ม ชินเซ็นงุมิ และต่อสู้กับ ไซโต้ ฮาจิเมะ เมื่อครั้งยังเป็นสมาชิกชินเซ็น แต่ในมังงะจะไม่ได้เน้นเท่าไหร่นัก ถือว่าหนังต้องการเพิ่มฉากแอ็กชั่นดวลดาบเข้ามาอีก ฉากต่อสู้กับนักดาบของกลุ่มชินเซ็น

ฉากจบของเรื่อง คือฉากเริ่มต้นเรื่องของหนังภาค1 ถ้าดูภาค THE BEGINNING จบแล้ว ก็ดูภาค1ต่อได้เลย ต้องบอกว่าTHE BEGINNING คือภาคที่มาช่วยเติมเต็มส่วนที่เหลือให้หนังชุดนี้ จบลงอย่างสมบูรณ์แบบ ถือเป็นการบอกเล่าที่มาที่ไปทั้งหมดของ ซามูไรพเนจรได้อย่างดีเยี่ยม เอาเป็นว่าใครที่เบื่อกับโควิดเบื่อกับการกักตัวอยากดูหนังแบบยาวๆแอดแนะนำครับดูเลย 1.THE BEGINNING 2021, 2.ORIGINAL 2012, 3.KYOTO INFERNO 2014, 4.LEGEND END 2014, 5.THE FINAL 2021 ตามนี้เลยครับ ดูแบบมันต่อเนื่องภาคไทยทุกภาค ดูได้แล้วบน netflix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว NETFLIX

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง ROURONI KENSHIN THE FINAL

รีวิว หนัง ROURONI KENSHIN THE FINAL การกลับมาของ ซามูไรพเนจร ฮิมุระ เคนชิน กับ Rouroni Kenshin The Final ซามูไรพเนจร ปัจฉิมบท [ สปอยนิดๆ ]

รีวิว หนัง ROURONI KENSHIN THE FINAL ภาค4นี้เป็นภาคสรุปของหนังทุกภาค หลังจากไตรภาคชุดแรก ซึ่งที่ใช้ชื่อภาคว่า ปัจฉิมบท FINAL CHAPTER PART I และ THE BEGINNING เพราะหนังจะมีภาคย้อนอดีตสมัยที่เคนชินยังเป็นมือพิฆาตบัตโตไซ ฉายอีกภาค เป็น PART II ก็รู้สึกแปลกใจเล็กๆว่าทำไมทำภาคบทสรุปก่อน แล้วค่อยทำภาคย้อนอดีตเป็นพาร์ทที่สอง แต่อาจคิดว่าต้องการทำตามต้นฉบับในมังงะก็เป็นได้

นอกจากนี้ ROURONI KENSHIN ยังได้รับความนิยมอย่างมาก จนถึงขั้นเป็นแฟรนไชส์หนังญี่ปุ่นแบบ LIVE ACTION เรื่องแรก ที่ได้เข้าฉายในเทศกาลหนังเซี่ยงไฮ้ที่ประเทศจีนด้วยและตอนนี้ฉายพร้อมกันทั่วโลกทาง NETFLIX แสดงนำโดย ซาโต้ ทาเครุ และ เอมิ ทาเคอิ ซึ่งหนังเข้าฉายครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อเดือนเมษายน โกยรายได้ไปมากถึง 31 ล้านเหรียญเลยทีเดียวตัวหนังกับต้นฉบับมังงะ จะอยู่ประมาณเล่มที่ 18-28 จบนี้ละครับ

สำหรับ ซามูไรพเนจรภาคที่4นี้ บทของ เอนิชิ ซึ่งเป็นบทที่มีความดราม่าที่สุดและเป็นการเฉลยปมทที่มาของรอยแผลเป็นรูปกากบาทที่แก้มของเคนชิน และบทสรุปก็เป็นการปลดล็อคความผิดบาปที่ค้างคาใจของตัวละครด้วย ฮิมุระ เคนชิน หรือ มือพิฆาตบัตโตไซ ที่เคยเป็นมือสังหารที่ร้ายกาจที่สุดในยุคปฏิรูป ได้กลายมาเป็นคนพเนจร แล้วใช้ชีวิตอยู่ที่สำนักดาบคามิยะ ร่วมกับ คามิยะ คาโอรุ หลังจากศึกในสามภาคที่ผ่านมา

เมื่อเคนชินจัดการกับชิชิโอ มาโคโตะได้แล้ว ญี่ปุ่นก็ได้กลับสู่ความสงบอีกครั้ง แต่ก็เป็นแบบนั้นได้ไม่นาน เมื่อ เอนิชิ ยูกิชิโระ น้องชายของ โทโมเอะ ยูกิชิโระ อดีตภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้วของเคนชินในสมัยที่ยังเป็นบัตโตไซ ได้วางแผนทัณฑ์มนุษย์ เพื่อแก้แค้นเคนชินที่เป็นคนทำให้พี่สาวของเขาตายไป เอนิชิยังมาพร้อมกับองค์กรมาเฟียเซี่ยงไฮ้ที่จัดเต็มทั้งกำลังคนและอาวุธปืนเพื่อถล่มเมืองและผู้คนที่เคนชินได้ปกป้องไว้

ฉากแอ็กชั่นในภาคจัดหนักจัดเต็มเลยทีเดียว เพราะตัวละครเอนิชิที่ใช้วิชาวาโตเข้ามาเป็นตัวร้ายหลักของภาค ก็ทำให้ฉากต่อสู้ดูแล้วลื่นใหลและหลากหลายยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยรวมแล้วฉากแอ็กชั่นทำออกมาได้ดีจริงๆ ใส่เข้ามาแบบไม่ต้องมีกั๊ก ทั้งฟันดาบ ยิงปืนกล ระเบิด และอื่นๆอีกเพียบ และมีเซอร์ไพรส์ด้วย [ เป็นอะไรต้องไปดูกัน ]

โดยรวมแล้วถือว่า ROURONI KENSHIN THE FINAL นี่คือบทสรุปของ ซามูไรพเนจร ที่เป็นมากกว่า LIVE ACTION แต่เป็นหนังแอ็กชั่นซามูไรแบบไฮสปีดความเร็วสูงที่ผู้ชมไม่ควรพลาดจริงๆ ต่อให้ไม่ใช่เป็นแฟนคลับของซามูไรพเนจรก็ตาม และก็ถือได้ว่าเป็นหนัง LIVE ACTION ที่ดีที่สุดตลอดกาลเลยก็ว่าได้สำหรับแฟนไชส์หนังชุดนี้รวมกันทุกภาค ซึ่งหนังภาคบทสรุปนี้สามารถรับชมได้เลยใน NETFLIX

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว ซีรีส์ LUPIN จอมโจรลูแปง

รีวิว ซีรีส์ LUPIN จอมโจรลูแปง จอมโจรลูแปง ซ้อนแผนปล้นสุดคาดเดา จากนิยายชื่อดังสู่ซีรีส์จอมโจรแผนซ้อนแผน ห้ามพลาด [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว ซีรีส์ LUPIN จอมโจรลูแปง ลูแปง หนึ่งในตัวละครสุภาพบุรุษจอมโจรบรรลือโลกของมัวริซ เลอบลองก์ที่มีต้นกำเนิดมาต้้งแต่ปี 1905 หรือร่วมร้อยกว่าปีแล้วแถมยังส่งอิทธิพลไปทั่วโลก อย่างฮ่องกงเองโกวเล้งก็หยิบยืมคาแรกเตอร์ลูแปงไปแต่งองค์ทรงเครื่องเพิ่มกำลังภายในและเสน่ห์ต่อสาวๆ จนกลายเป็นจอมโจรจอมใจชอลิ้วเฮียง เมื่อ 50 กว่าปีก่อน

หรือจะเป็นมังงะของญี่ปุ่นอย่าง Lupin the 3rd ซึ่งทั้งสองเรื่องต่างก็ได้รับการสานต่อมีทั้งภาพยนตร์ชุดและภาพยนตร์แอนิเมะตามมาตามความนิยม และในวันนี้ประเทศต้นกำเนิดอย่างฝรั่งเศสก็ได้สร้างซีรีส์ที่ได้แรงบันดาลใจ จากตัวละครจอมโจรบันลือโลกรายนี้โดยจะแบ่งสตรีมมิงเป็น 2 พาร์ตโดยพาร์ตแรกจำนวน 5 ตอนได้ลงสตรีมมิงทาง Netflix แล้ววันนี้

Lupin หรือลูแปง สุภาพบุรุษจอมโจร เวอร์ชั่นนี้เป็นผลงานซีรีส์ Netflix ฝรั่งเศสที่นำ อาร์แซน ลูแปง ของ มอริส เลอบล็อง นักเขียนชาวฝรั่งเศส มาต่อยอดสร้างเป็นเรื่องใหม่ โดยหยิบเอาเรื่องพื้นฐานความนิยมของลูแปงดั้งเดิมที่มีแฟนๆ รู้จักจำนวนมากในโลก มาสร้างให้เสมือนตัวเอกจากนิยายเรื่องนี้มีตัวตนจริงๆ ขึ้นมาในเรื่อง โดยใช้ประโยชน์จากเรื่องที่ลูแปงไม่เคยถูกจับได้ ดังนั้นเขาจึงเป็นใครก็ได้ และก็ไม่ได้ต้องชื่อลูแปงจริงๆ ก็ได้ ซึ่งก็คือ “อัสซาน” ตัวเอกในเรื่องนี้ที่มีความสามารถในการโจรกรรม ความสามารถปลอมแปลงโฉม และไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างอัจฉริยะ ไม่ต่างอะไรกับลูแปงในนิยายเลยแม้แต่น้อย ยกเว้นเพียงแค่ว่าเขาเป็นคนผิวดำเท่านั้น

ซีรีส์นำเสนอเรื่องราวของลูแปงในแบบเน้นสืบสวนล้างแค้นให้พ่อของตัวเอกอัสซานที่แทนตัวเองว่าลูแปง มากกว่าจะเป็นแนวโจรกรรมใหญ่ๆ ที่มีแค่ตอนแรกของซีซั่นเท่านั้น ด้วยความที่ซีรีส์เรื่องนี้มีเพียง 5 ตอนจบซีซั่น 1 เรื่องราวจึงกระชับมาก ตอนแรกเป็นตอนที่เรียกว่าโชว์สกิลการวางแผนโจรกรรมให้คนดูเชื่อว่าอัสซานเก่งขนาดลูแปงจริงๆ ที่มักมีแผนซ้อนแผนเหนือชั้นกว่าที่เห็นเสมอ ซึ่งก็ถือว่าทำได้ว้าวพอสมควรกับวิธีโจรกรรมเพชรออกไปจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ที่แนบเนียนและก็ดูน่าเชื่อถือว่าเป็นจริงได้ระดับหนึ่ง แม้จะมีความไม่เนียนในบางจุดก็ตาม

ในทุกตอนจะมีฉากที่ให้พระเอกได้โชว์ไหวพริบการเอาตัวรอดกับแผนการที่วางไว้เหนือชั้น ซึ่งก็ดูแล้วลุ้นสนุกในระดับหนึ่งพอสมควรในระดับซีรีส์ แต่ไม่ได้มีฉากใหญ่โตแบบตอนแรกที่เป็นการโจรกรรมใหญ่สุดในเรื่อง ซึ่งดูลงทุนมากสุดแล้ว ก็น่าเสียดายที่ว่าหลังจากนั้นไม่ได้มีฉากพีคกว่านี้ และก็จบซีซั่นไปแบบค้างคาเรื่องราวไว้กลางทางกันเลย โดยไม่มีฉากใหญ่โตปิดท้ายเรื่องตามแบบหนังแนวนี้ ทำให้รู้สึกไม่อิ่มไม่สุดกับเรื่องราวที่ทำมาแค่ 5 ตอนจบเท่านั้น

ถือว่าเป็นซีรีส์ที่ขอแนะนำเลย แม้ว่าคุณไม่ได้อ่านนิยายหรือดูมังงะ ภาพยนตร์ใดๆ ก็สามารถดูเรื่องนี้ได้สนุกๆ แน่นอนเผลอๆ อยากจะหานิยายจอมโจรลูแปงมาอ่านเลยละ สำหรับใครที่อยากดูเรื่องนี้ สามารถรับชมได้ทาง Netflix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว Netflix 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง อีเรียมซิ่ง

รีวิว หนัง อีเรียมซิ่ง คอมเมดี้กาว ๆ ที่ยังฮาไม่สาแก่ใจ ถึงจะเป็นตลกสูตรสำเร็จ แต่ถ้าจังหวะดีก็มีชัยกว่าครึ่ง [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว หนัง อีเรียมซิ่ง ความจริงชื่อของอีเรียมซิ่งผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ในโปรแกรมมาตั้งแต่ต้นปี 2020 แล้วและนี่น่าจะเป็นหนังไทยตกค้าง มาจากช่วงการระบาดของโควิด19เมื่อตอนต้นปีที่อยู่ในการรับรู้ของคนไทยมากที่สุดแล้ว และหลังจากที่เลื่อนไปมาจนลงตัวในที่สุดเราก็จะได้เห็นเบลล่า ราณี แคมเปน ในมาดอีเรียมวีรสตรีแห่งบางน้ำกร่อยกันแล้ว

เมื่อโจรปากแดงสุดโฉดออกล่าพรหมจรรย์สาวๆ เพื่อความเป็นอมตะ และจุดหมายของมันคือ อีเรียม (ราณี แคมเปน) สาวแสบแห่งบางน้ำกร่อยที่ต้องรวบรวมความกล้าและของดีของหลวงพ่อไปช่วยแม่และแรม (ณปภา ตันตระกูล) พี่สาวกุลสตรีแสนเรียบร้อยของนาง แต่งานนี้อีเรียมไม่ได้สู้เพียงลำพังเพราะยังมีพรรคพวกสุดแสบทั้งฟักทอง (เดียร์ริส สุภัทรภณ กสิกรรม) เพื่อนกะเทยร่วมเรือน ศรฆ้อนมหากาฬ (น้าค่อม ชวนชื่น) โตโล่บิน (โรเบิร์ต สายควัน) และ หมอ (บอล เชิญยิ้ม) หมอยาสมุนไพรวิเศษ งานนี้อเวนเจอร์แห่งบ้านบางน้ำกร่อยจะช่วยครอบครัวจากโจรร้ายได้หรือไม่

จากแม่การะเกดในละครบุพเพสันนิวาส ล่าสุด เบลล่า ราณี กำลังจะมีผลงานย้อนยุคเรื่องใหม่ให้แฟน ๆ ได้ติดตามอีกครั้งกับ อีเรียมซิ่ง ที่คราวนี้สาวเบลล่าพร้อมจัดเต็มความฮากับบทบาท อีเรียม วีรสตรีแห่งบางน้ำกร่อย ซึ่งทีเซอร์แรกของหนังได้ถูกปล่อยออกมาให้ชมกันแล้ว จากตัวอย่างเราจะเห็นว่า เบลล่า จัดเต็มความฮา ทั้งความทะเล้นที่มาพร้อมกับมุกตลกแพรวพราว จัดเต็มขนาดนี้ก็ไม่แปลกใจเพราะหนังเป็นผลงานการกำกับของ พฤกษ์ เอมะรุจิ เจ้าของความฮาใน ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก ทั้ง 2 ภาค พร้อมด้วยผู้อำนวยการสร้างอย่าง ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ กับผลงานเรื่อง แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้

แม้ว่ามุกตลกในหนังที่ใส่เข้ามาจะไม่ได้มีอะไรหวือหวา และแปลกใหม่อะไรเท่าไหร่นัก แต่การแสดงของ เบลล่า ราณี ก็ยังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้หนังสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เธอสามารถแบกรับหนังทั้งเรื่องเอาไว้ได้อยู่หมัด โชว์ทักษะการแสดงบ้าๆ บอๆ และไม่กลัวสวยออกมาได้อย่างสมจริง โดยเฉพาะการหยอดมุกที่ดูเข้าขากับนักแสดงตลกมืออาชีพได้อย่างลงตัวและไม่มีติดขัดสักฉาก

หากดูที่หน้าจอทีวีในเวลาก็น่าจะเป็น เบลลา ราณี ในอีกคาแรกเตอร์กับละครเรื่องแซ่บ แต่หากมาอยู่บนจอใหญ่ก็จะได้เห็นเธอในอีกคาแรกเตอร์ที่พลิกขั้วเป็นสาวชาวบ้านที่แพรวพราวไปด้วยเสน่ห์ความก๋ากั๋น และสร้างอารมณ์ขันได้เป็นอย่างดี จึงเป็นการงัดทักษะการแสดงของนักแสดงสาวผู้นี้ออกมา และได้ปล่อยของในอีกมุมอีกด้านที่ไม่ค่อยได้เห็นเธอในมุมนี้เท่าไหร่

โดยภาพรวมของ อีเรียมซิ่ง ถือว่าทำออกมาได้ตอบโจทย์คนดูในทุกๆ ทาง แม้ว่าจะเป็นเพียงหนังตลกสูตรสำเร็จเรื่องหนึ่งก็ตาม แต่ภายใต้ความสำเร็จรูปในแบบต่างๆ ก็สามารถสร้างอรรถรสความบันเทิงให้กับคนดูได้อย่างตรงไปตรงมา ตลอดระยะเวลากว่าชั่วโมงครึ่งของหนังเป็นประสบการณ์ที่ทำให้คนดูได้ผ่อนคลายและปล่อยเสียงหัวเราะออกมาได้แบบไม่เคอะเขิน

และที่สำคัญหนังยังมาพร้อมกับการเซอร์ไพรส์แบบคำโตๆ ที่ทำให้คนดูต้องร้องว้าวที่เป็นไฮไลท์เด่นอีกส่วนหนึ่งของหนัง และยิ่งเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับหนังเข้าไปอีก นี่จึงกลายเป็นความเฉิดฉายอีกครั้งของนางเอกสาว เบลล่า ราณี ที่เธอสามารถก้าวมาโดดเด่นได้บนจอใหญ่ แม้จะไม่ใช่หนังเรื่องแรกของเธอ แต่ถือว่าเป็นความสำเร็จของเธอในฐานะนักแสดงหนังที่ก้าวมาเป็นซุปตาร์ในวันนี้แล้ว ห้ามพลาดเด็ดขาด

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์ไทย

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl คืนชีพกองทัพโจรสลัดสยองโลก

รีวิว หนัง Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl คืนชีพกองทัพโจรสลัดสยองโลกย้อนกลับไปปี 2003 หนังโจรสลัดที่ดังมาก ๆ อย่าง Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl  ภาพยนตร์ไตรภาคที่สร้างชื่อให้กับ Johnny Depp ในบทบาท กัปตัน แจ็ค สแปร์โรว์  กัปตันที่เหมือนไม่เต็มบาทที่พยายามเอาตำแหน่งกัปตันตัวเองคืน

รีวิว หนัง Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl คืนชีพกองทัพโจรสลัดสยองโลก เรื่องราวเริ่มต้นที่เรื่องราววัยเด็กของ อลิซาเบธ สวอนน์เด็กสาวลูกเจ้าเมืองที่กำลังเดินทางกลับไปยังบ้านเกิด พอร์ต รอยัล บังเอิญไปเห็นซากเรือที่ถูกโจรสลัดโจมตี และได้เจอกับวิล เทอร์เนอร์ ในวัยเด็ก ซึ่งวิลล์มีเหรียญโจรสลัดติดตัวมาด้วย อลิซาเบธกลัวว่าจะมีภัยกับวิลล์ จึงเก็บไว้

8 ปีต่อมา กัปตันแจ็ค สแปร์โรว มาที่พอร์ต รอยัลเพื่อปล้นเรือ ขณะเดียวกันเป็นวันที่เมืองนี้กำลังมีพิธีเลื่อนตำแหน่งของผู้การนอร์ริงตัน อลิซาเบธ ก็ได้มร่วมพิธีด้วยโดยสวมสร้อยที่มีเหรียญโจรสลัดมาร่วมงาน และได้เกิดอุบัติเหตุกับอลิซาเบธทำให้ตกลงไปในทะเล และเหรียญโจรสลัดเมื่อโดนน้ำทะเล ก็ส่งสัญญาณให้กลุ่มโจรสลัดที่กำลังตามหาเรียญ กัปตันบาร์บอซ่า เดินทางมายังพอร์ต รอยัลเพื่อจุดประสงค์บางอย่างเกี่ยวกับเหรียญโจรสลัด

ภาคแรกต้นฉบับของกัปตันแจ๊ค สแปร์โรว์ ที่ลงตัวที่สุด กลมกล่อมในด้านความบันเทิงมากที่สุด และเนื้อเรื่องหรือบทภาพยนตร์ ยังไม่ออกทะเลไปไกลมากเท่าภาคหลังๆ และสามารถเป็นงานบันเทิงแบบผจญภัยที่ดูได้ไม่เบื่อ เนื้อเรื่องหรือการเล่าเรื่องก็น่าติดตาม ดูสนุกขึ้นเรื่อยๆ ไปจนจบ มุกตลกที่สอดแทรกมาก็เล่นเอาฮากันครื้นๆ ซึ่งก็ช่วยทำให้มันดำเนินเรื่องไปด้วยความมันส์ฮาของจริงเลย ก็เลยน่าจะเป็นจุดเด่นของหนังชุดนี้เลย ที่มันจะมีอารมณ์ขันหรือมุกใส่ไปไว้ในหนัง ความน่าเบื่อระหว่างการดำเนินเรื่องเลยไม่ค่อยจะมีในหนังเรื่องนี้เพราะมันส์ทุกฉากเลยจริงๆ

ด้านงานสร้างก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ขึ้นชื่อว่าภาคแรก งานสร้างส่วนใหญ่ในหนังยังเน้นไปที่การสร้างเซ็ทฉากของจริงขึ้นมา ทั้งเรือโจรสลัด, หมู่บ้านย้อนยุค, รายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ในหนังยังดูลงทุนไปกับฉากของจริง ซึ่งเทคนิคก็ยังคงมีหน้าที่ในด้านเมคอัพหน้าโจรสลัดยามกลายร่าง มันเลยทำให้ดูอลังการมาก ยิ่งได้ เจอร์รี่ บรั๊คไฮเมอร์ ผู้สร้างมือทองจากผลงานมหามันส์ในอดีตอย่าง The Rock, Top gun, Armargeddon ฯลฯ มาโปรดิวเซอร์ให้ก็ยิ่งทำให้หนังครบองค์ประกอบทั้งความมันส์ และความยิ่งใหญ่อลังการของงานสร้าง

ส่วนดาราก็นับว่าจัดเต็มด้วย งานนี้นับว่าเป็นของตายและคงเป็นภาพติดตาไปแล้วสำหรับ จอห์นนี่ เด็ปป์ ที่เข้าขากับบทเพี้ยนๆ เท่ห์ๆ เปี่ยมไปด้วยลูกบ้าแบบ แจ๊ค สแปร์โรว์ เหลือเกิน

สรุปแล้ว คืนชีพกองทัพโจรสลัดสยองโลก ภาคแรกของกัปตันแจ๊คนี่ นับว่าเป็นอีกหนึ่งงานที่ควรลองมาชม ดูกี่รอบก็ไม่เบื่อ ครบทั้งความมันส์สะใจ ฉากแอ๊คชั่นยิ่งใหญ่ และมุกตลกฮาครื้นที่จะทำให้ดูตั้งแต่ต้นจนจบไม่ไปไหน ใครทีคิดถึงกับตันแจ็ค ก็กลับมาดูอีก ไม่มีเบื่อแน้นอนขอบอก

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง detective-chinatown แก็งค์ม่วนป่วนเยาวราช

รีวิว หนัง detective-chinatown แก็งค์ม่วนป่วนเยาวราช กับภาพยนต์ แอ็คชั่น คอมเมดี้ แนวสืบสวน สอบสวน มีกลิ่นอาย โคนันนิดๆ [ สปอยนิดๆ ]

รีวิว หนัง detective-chinatown แก็งค์ม่วนป่วนเยาวราช กับเรื่องราวของ ฉินเฟิง หนุ่มหล่อผู้มีความสามารถพิเศษแต่กลับไม่ผ่านการสอบสัมภาษณ์เข้าโรงเรียนตำรวจที่จีน ยายของเขาจึงให้เขามาผ่อนคลายที่เมืองไทยและให้มาอาศัยอยู่กับ ถังเหริน ญาติของเขาซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง ทุกคนเข้าใจว่า ถัง เป็นสุดยอดนักสืบในเยาวราชแต่จริงจริงแล้ว ถัง เป็นคนหื่นตัวพ่อ และหลังจากคืนที่เขาไปเมาเละเทะกับสาวสาวมา จู่ ๆ เขากลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมสุดแสนลึกลับ ทำให้หลานชายกับลุงสุดแสบต้องหนีสุดแผ่นดิน

Detective Chinatown แก็งค์ม่วนป่วนเยาวราช ภาพยนตร์เรื่องนี้แม้จะเต็มไปด้วยเหตุการณ์วุ่นวาย ซับซ้อน บ้าระห่ำ แต่ก็แฝงด้วยความสนุกสนาน นักแสดงทุกคนล้วนแสดงในบทที่ตัวเองไม่เคยได้รับมาก่อน เชื่อเหลือเกินว่าผู้ชมทุกคนจะประทับใจ และคุณจะรู้สึกคุ้มค่ากับเวลา 2 ชั่วโมงที่ดูหนังเรื่องนี้ โดยมีการวางพล็อตหนังในสไตล์นักสืบโคนันเวอร์ชั่นจอมเปิ่น ผสมกับความเป็นแอ็คชั่นบวกเกรียนฮา จึงให้ผลลัพธ์ที่ดูแล้วสนุกเกินคาด

แก๊งม่วนป่วนเยาวราช จากทีมสร้าง แก๊งม่วนป่วนไทยแลนด์ หนังที่ไม่รู้จะดูอะไร แต่ก็เอาวะหนังต่างชาติที่มีเมืองไทยเป็นฉากหลังก็ต้องดูละนะ ด้วยความที่ไม่ได้หวังอะไรเลย นอกจากความตลก เพราะดีกรีว่า3,500ล้านใน15วัน มันต้องมีอะไรดีบ้างละวะ พอได้ดูก็หัวโล่งเลยไม่คิดอะไรมาก พอดูไปก็อุทานว่า”เฮ้ย อะไรวะ สนุกกว่าทีคิดไว้อีก แบบเกินค่าด และน่าติดตาม “

ทุกตัวละครมีบทบาทหมด ไม่ใช่แค่โผล่มาฮาเฉยๆ เพราะเรื่องราวเกี่ยวกับการฆาตกรรม มีเหยื่อคนนึงตายไป และตัวเอกของเราโดนใส่ความว่า ( เอ็งน่ะเป็นฆาตกร ) เลยทำให้หลานชายที่บ้านักสืบโคนันต้องช่วยเหลือ เรื่องราวเต็มไปด้วยความป่วน ป่วนเยาวราชจริงๆ แต่ก็ไม่ทำให้เมืองไทยดูเสียหาย จะมีก็ทำตำรวจไทยออกมาขำๆ เรื่องการสืบคดีในเรื่องให้มาแนว hot fuzz zootopia เลยทีเดียว ยากเลยล่ะที่จะเดาตัวฆาตกรได้

เอาว่าหนังเรื่องนี้มันสนุกมาก และหนังได้ออกฉายในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักรฯ เป็นที่ฮือฮาในฝั่งอเมริกาอย่างมาก ซึ่งในหนัง Detective Chinatown (ดีเทคทีฟ ไชน่าทาวน์) ภาคนี้ฮือฮากว่าเดิมจนทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทยได้อย่างมากมาย ถ้าไม่มีโควิดนะ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์ จีน    

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง Rurouni Kenshin เกียวโตทะเลเพลิง ซามุไร x ภาค 2

จากมังงะเรื่องดัง ถูกสร้างเป็น Live Action ปี 2012 ประสบความสำเร็จ อย่างถล่มทลายมาแล้ว กับ “ เคนชิน ซามูไร X ” หรือ “ ซามูไรพเนจร ” และ ภาคต่อของหนังซามูไรสุดฮิตนี้ ก็กลับมาอีกครั้ง กับภาค 2 [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว หนัง Rurouni Kenshin เกียวโตทะเลเพลิง ซามุไร x ภาค 2 เนื้อเรื่องของหนังในภาคนี้ หลังจากจบเรื่องราวของ อุโด้ จินเอ มือสังหารปลอม ที่ออกอาละวาดในภาคแรก ฮิมุระ เคนชิน ได้กลับมาใช้ชีวิต อย่างสงบสุขที่โรงฝึกดาบกับ คามิยะ คาโอรุ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ลอบสังหาร โอคุโบ โทชิมิจิ เสนาบดีฝ่ายมหาดไทยโดยฝีมือของ ดาบสวรรค์ โซจิโร่ ต่อมา เคนชินได้ทราบความจริงว่า โซจิโร่ ได้ทำงานให้กับ ชิชิโอ มาโคโตะ มือสังหารรุ่นน้อง ที่รับงานต่อจากเขาในสมัยสงครามโทบะฟุชิมิ แต่ชิชิโอ ได้ล่วงรู้ความสกปรกของรัฐบาลใหม่ ทำให้เขาถูกลอบสังหาร และถูกเผาไฟในที่สุด แต่ก็รอดชีวิตออกมาได้

ชิชิโอ ซึ่งเจ็บแค้นที่รัฐบาลทำกับเขาอย่างนั้น จึงออกรวบรวมพรรคพวก กลุ่มจุปปงคาตานะ ก่อการปฏิวัติญี่ปุ่นด้วยการเผาเมืองเกียวโต อันเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นในเวลานั้นให้ได้ แน่นอนว่าเรื่องนี้ทำให้เคนชินไม่อาจอยู่เฉยได้ เขาจึงเดินทางมายังเกียวโตเพื่อยับยั้งแผนการของชิชิโอ และการจะเอาชนะสุดยอดมือสังหารได้ เคนชินต้องกลับไปเป็นมือสังหารอีกครั้ง

สำหรับในภาคเกียวโตนี้ แบบว่า ไม่คาดหวังว่าตัวหนังจะออกมาดี กลัวแป๊กจริงๆ เพราะภาคแรกทำไว้ได้ดีมากๆ แต่ก็เกินคาดจริงๆ ภาคนี้อลังการทั้งสถานที่ถ่ายทำ และฉากที่หลากหลาย ตัวละครที่มากขึ้น และองค์ประกอบต่างๆ โดยเฉพราะฉากต่อสู้ มันช่างพลิ้วไหวดัง เพลงดาบล่องนภาจริงๆ ต้องบอกเลยว่าฉากต่อสู้เนียนมากๆ ซาโต้ ทาเครุ พระเอกของเรื่องนี้ท่าทางจะฝึกฝนมาอย่างดี อย่างนี้สิถึงสมกับเป็นซามุไรของแท้ [ ถูกใจเจ้ข้างบ้านเขาละ ]

ส่วน ชิชิโอะ ตัวร้ายของภาคนี้ ซึ่งแม้จะมีบทโผล่หน้ามาแบบไม่เละออกมาฉากเดียว แต่ก็ดูสมบทบาทมากๆ หลังจากนั้นเละและเลวตลอดทั้งเรื่อง ว่ากันว่าเบื้องหลังที่แสนเจ็บปวดของเค้า ที่ฝังลึกจนกลายเป็นแรงอาฆาตมีเพียง มือพิฆาต บัตโตไซ เท่านั้นที่หยุดเขาลงได้ แต่กว่า เคนชิน และชิชิโอะ จะได้สู้กันจริงๆ ต้องผ่านผู้ภักดีหน้าเด็ก โซจูโร่ และ โจว และถูกอาโอชิ แห่งกลุ่มโอนิวะบัง อาฆาตแค้นซะก่อน

ดูเรื่องนี้แล้วได้ข้อคิดดีๆหลายอย่างเลย หลายประโยคโดนใจมาก ดูมันเหมาะสมกับยุคที่กำลังเปลี่ยน ซึ่งในโลกแห่งความเป็นจริงก็สามารถนำมาใช้ได้จริงๆ หนังสร้างจาก มังงะแนวแอ็กชั่นประวัติศาสตร์ของอาจารย์ โนบุฮิโระ วาสึกิ เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว [ ตอนนั้นแอดเพิ่งจะ17-18 นี้ละ ] พอมาสร้างเป็น Live Action ในตอนนี้ ประโยคเหล่านั้นก็ยังนำมาใช้ในปัจจุบันได้อย่างเช่น [ ยากที่จะสร้างยุคใหม่มากกว่าทำลายยุคเก่า ] แฟนมังงะ แฟนซามูไรพเนจร ยุค90 ห้ามพราดเด็ดขาด ดูได้แล้วบน Netflix ก็มีนะครับ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง Rurouni Kenshin ซามูไร x จากมังงะสุดฮิตของยุค 90 สู่ Live Action สุดมันส์

ภาพยนตร์ Live Action สุดมันส์ ดัดแปลงมาจากการ์ตูนสุดฮิตยุค 90 ชื่อเรื่องเดียวกัน จากผลงานการแต่งเรื่องและวาดโดยอาจารย์ Nobuhiro Watsuki ภาพยนตร์ชุดนี้ เลือกหยิบเนื้อหาจากมังงะ มาดัดแปลงใหม่แล้วแบ่งออกเป็น 3 ภาค ด้วยกัน และนี้คือ ภาคแรก

รีวิว หนัง Rurouni Kenshin ซามูไรx เรื่องราวกล่าวถึงเหตุการณ์ช่วงต้นยุคเมจิ ของญี่ปุ่น ในช่วงหลังสิ้นสุดสงครามยุคบะกุมะสึ ฮิมุระเคนชิน อดีตซามูไรมือสังหารที่โด่งดังที่สุดแห่งยุค เจ้าของฉายาที่ใครๆ ต่างก็รู้จักชื่อของเขาในนาม ” มือพิฆาตบัตโตไซ ” พยายามที่จะหันหลังให้กับอดีต และปฏิญาณตนว่าจะไม่ฆ่าใครอีกเลย โดยมีอาวุธคู่ใจคือ ดาบสลับคม ที่ส่วนของคมจะอยู่ที่สันดาบ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องพลั้งมือฆ่าใครได้อีก ได้วางมือจากการเป็นนักดาบและออกเดินทางอย่างไรจุดหมายเป็นเพียงแค่ ซามูไรพเนจร ธรรมดาคนหนึ่งจนได้มาพบกับ คามิยะคาโอรุ ทายาทสาวผู้สืบทอดสำนัก คามิยะคัตชินริว ในภาคนี้เป็นการเปิดตัวหนังได้อย่างน่าสนใจ ทุกตัวละครมีคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นในแบบของตัวเอง ทำให้หนังน่าติดตามเอามากๆเลย

เป็นการ์ตูนสุดโปรด สุดฮิตในตำนานของแอดเลยก็ว่าได้ ชอมมากๆเลยทีเดียวเพราะแอดอ่านมาตั้งแต่อายุ17ปี แม้จะมีเพียงแค่ 28 เล่ม แต่ก็ฮิตที่สุดในนิตยสารที่ตีพิมส์ในตอนนั้น จนวาดจบ คนวาดไปวาดเรื่องอื่นก็ไม่ดัง ไม่สนุกเท่าเรื่องนี้ ไทยตีพิมพ์รวมเล่มใหญ่ออกมาอีกหลายรอบ จนในที่สุดก็ได้มีการนำเอามาสร้างเป็นหนัง Live Action

หนังค่อนข้างฉลาดในการตัดเนื้อเรื่องและเขียนบทตัวร้ายแบบใหม่ เพราะหากจะทำตามหนังสือการ์ตูนจริงๆ คงจะยาวเป็นซีรีส์ละนะ ในคุณภาพระดับนี้นะ ตัวร้ายในภาคแรกนี้ไม่ได้เก่งเท่าไหร่นัก อย่างมากสุดที่ทำคือดึงเอา บัตโตไซ ในอดีตของเคนชินกลับมาเท่านั้นเอง


คนที่อ่านการ์ตูนมาแล้วอาจจะขัดใจอยู่บ้างนะ [ ขัดใจเจ้ข้างบ้านมาก ] กับตัวร้ายที่เป็นคู่ปรับที่เหมาะสม ไม่ได้เอามาอย่าง ชิชิโอ หรือ เอนิชิ แต่เพราะเนื้อหาที่หนังเอามาทำ แอดว่าเหมาะสมแล้ว ที่จะปูให้เห็นถึงเคนชินและบัตโตไซ ก็ต้อง จินเอ นี่แหละนะ

ฉากแอ็คชั่นทำยังกะการ์ตูนจริงๆ ไอ้ที่วิ่งตัดขาเอียง 160 องศา ไอ้การโพสท่าแต่ละแอ็ค ก่อนจะสู้กัน หรือหลังสู้กัน นี่มันเท่ห์จริงๆ [ โดนใจเจ้ข้างบ้านมาก ] ดูแล้วถือว่าต่อสู้กันสนุกพอสมควร เนื้อเรื่องตัดตัวร้ายมาเล่ากับตัวเอกใหม่ถือว่าได้อรรถรส ของแฟนการ์ตูนพอสมควร [ แบบปูทางเพื่อภาคต่อนะ เพราะฝีมือที่สู้กับ จินเอ ยังไม่ได้ถึงครึ่งของเคนชินในการ์ตูนเลยสำหรับแฟนการ์ตูนยุค 90 แอดแนะนำเลยว่าต้องดู ย้ำว่าต้องดู ยิ่งถ้าคนที่อ่านการ์ตูนมาจะดูสนุกมากๆ แต่ถ้าคนที่ไม่เคยอ่านมาดูอาจจะงงๆหน่อยๆ เพราะว่าฉากสู้กันมันเว่อร์อะนะดูได้แล้ว Netflix ก็มีนะครับ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms







รีวิว ซีรี่ส์ สุดฮิตแดนมังกร The Longest Day In Chang’an ฉางอัน12ชั่วยาม

เรื่องมันเริ่มต้นด้วยคำพูดแค่บรรทัดเดียว คือ ” ตามจับคนร้ายที่ลักลอบเข้าเมืองมาก่อความไม่สงบในเมืองฉางอันในวันเทศกาลชมโคมรับปีใหม่ ” 


รีวิว ซีรี่ส์ สุดฮิตแดนมังกร The Longest Day In Chang’an ฉางอัน12ชั่วยาม
และด้วยคำพูดแค่ประโยคเดียวนั่นแหละ มันคือจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการท้าทายสติปัญญาและเดิมพันชีวิตของคนแปลกหน้าจำนวนเป็นร้อยๆ ที่ต้องมาเกี่ยวข้องกัน เริ่มจากนักโทษประหารที่รอถูกลงโทษ ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นวีรบุรุษสงครามจากกองร้อยที่ 8 ซึ่งเหลือรอดจากการปกป้องพรมแดนมาแค่ 9 คน มาจนถึงว่าที่ขุนนางเลือดใหม่ คนหนุ่มอนาคตไกลจากตระกูลชนชั้นสูงที่ได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการ กรมรักษาความสงบของเมือง ทั้งที่เพิ่งอายุแค่ 23 ปี และสาวใช้ส่วนตัวที่เก่งฉลาดเกินกว่าฐานะของตัวเอง 

ทุกคนมีเวลาแค่ 12 ชั่วยาม หรือ 24 ชั่วโมงที่จะตามล่าตัวผู้ก่อการร้ายที่กระจัดกระจายไปในเมืองเพื่อหยุดแผนการของคนพวกนี้ เท่ากับว่ามันคือแค่ 1 วันเท่านั้น ที่คนแปลกหน้าต้องมาร่วมมือกัน แล้วก็พัฒนาความสัมพันธ์ไปจนกลายเป็นคนสำคัญของกันและกันไปในที่สุด 

เมื่อกองกำลังพิทักษนคร จิ้งอันซือ ตรวจพบว่ามีการลักลอบเข้าเมือง ฉางอัน ของ ( นักรบหมาป่าแห่งทูเจวี๋ย ) ซึ่งได้ชื่อว่าแข็งแกร่งแห่งแดนทุ่งหญ้า ทว่าปฎิบัติการล้อมจับที่ หลี่ปี้ ผู้บัญชาการแห่งจิ้งอันซือ วางแผนใว้กลับผิดพลาด ทำให้คนของ ทูเจวี๋ย เล็ดลอดเข้าฉางอันได้

จางเสี่ยวจิ้ง นักโทษประหารผู้มีฉายาว่า ( 5พยายมจาง ) คือบุรุษเพียงคนเดียวที่สามารถต่อกรกับหน่วยหมาป่าได้ 9ปีในฉางอัน ทำให้มันรู้จักสถานที่แห่งนี้ดีกว่าผู้ใด ทะว่านักโทษประหารคดีอุกฉกรรจ์ที่เป็นปรปักกับราชสำนักอย่างชัดเจน จะไว้ใจได้มากน้อยแค่ใหน หลี่ปี้เองก็ไม่อาจรู้ได้เลย

มหันตภัยใดกันที่ซุกซ่อนอยู่ทามกลางแสงสีอันสนุกสนาน รื่นเริงของเทศการ โคมชั่งหยวน โดยปราศจากการรับรู้ และผู้ใดกันคือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เหตุวินาศกรรมที่สั่นสะเทือน ไปทั้งนคร โดยมีชีวิตของประชาชนเป็นเดิมพัน กับเวลาที่ใหลไปอย่างไม่แยแส ชะตากรรมของผู้บริสุทธ์

ซี่รี่สร้างจากนิยายชื่อเดียวกัน ฉางอัน12ชั่วยาม โดย หม่าป๋อย่ง ตัวละครถือว่าเยอะมากทีเดียวกระแสตอบรับ ดีมาก องค์ประกอบภาพทำออกมาได้ดีเยี่ยม และเก็บข้อมูลอย่างละเอียด ส่วนซี่รี่ส์เองก็ถ่ายทอดออกมาต่างจากซีรี่ทั่วไป ดูแล้วทำให้รูสึกเหมือนดูภาพยนต์ ทั้งมุมกล้อง วิว การแต่งกาย และการวางฉาก แปลกใหม่มาก ดูแล้วลุ้นละทึกไปกับเรื่องราว ของตัวละครในเรื่อง เป็นซีรี่ส์ ที่คอซีรี่ส์แนวอิงประวัติศาสตร์สืบสวน ไม่ควรพลาด ถ้าคุณชอบ ตี๋เหริ๋นเจี๋ยคุณห้ามพลาด ฉางอัน12ชั่วยามเด็ดขาด เเอดขอบอก

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่  รีวิว ซีรี่ส์ จีน     

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms