รีวิว ซีรี่ส์ สุดฮิตแดนมังกร The Longest Day In Chang’an ฉางอัน12ชั่วยาม

เรื่องมันเริ่มต้นด้วยคำพูดแค่บรรทัดเดียว คือ ” ตามจับคนร้ายที่ลักลอบเข้าเมืองมาก่อความไม่สงบในเมืองฉางอันในวันเทศกาลชมโคมรับปีใหม่ ” 


รีวิว ซีรี่ส์ สุดฮิตแดนมังกร The Longest Day In Chang’an ฉางอัน12ชั่วยาม
และด้วยคำพูดแค่ประโยคเดียวนั่นแหละ มันคือจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการท้าทายสติปัญญาและเดิมพันชีวิตของคนแปลกหน้าจำนวนเป็นร้อยๆ ที่ต้องมาเกี่ยวข้องกัน เริ่มจากนักโทษประหารที่รอถูกลงโทษ ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นวีรบุรุษสงครามจากกองร้อยที่ 8 ซึ่งเหลือรอดจากการปกป้องพรมแดนมาแค่ 9 คน มาจนถึงว่าที่ขุนนางเลือดใหม่ คนหนุ่มอนาคตไกลจากตระกูลชนชั้นสูงที่ได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการ กรมรักษาความสงบของเมือง ทั้งที่เพิ่งอายุแค่ 23 ปี และสาวใช้ส่วนตัวที่เก่งฉลาดเกินกว่าฐานะของตัวเอง 

ทุกคนมีเวลาแค่ 12 ชั่วยาม หรือ 24 ชั่วโมงที่จะตามล่าตัวผู้ก่อการร้ายที่กระจัดกระจายไปในเมืองเพื่อหยุดแผนการของคนพวกนี้ เท่ากับว่ามันคือแค่ 1 วันเท่านั้น ที่คนแปลกหน้าต้องมาร่วมมือกัน แล้วก็พัฒนาความสัมพันธ์ไปจนกลายเป็นคนสำคัญของกันและกันไปในที่สุด 

เมื่อกองกำลังพิทักษนคร จิ้งอันซือ ตรวจพบว่ามีการลักลอบเข้าเมือง ฉางอัน ของ ( นักรบหมาป่าแห่งทูเจวี๋ย ) ซึ่งได้ชื่อว่าแข็งแกร่งแห่งแดนทุ่งหญ้า ทว่าปฎิบัติการล้อมจับที่ หลี่ปี้ ผู้บัญชาการแห่งจิ้งอันซือ วางแผนใว้กลับผิดพลาด ทำให้คนของ ทูเจวี๋ย เล็ดลอดเข้าฉางอันได้

จางเสี่ยวจิ้ง นักโทษประหารผู้มีฉายาว่า ( 5พยายมจาง ) คือบุรุษเพียงคนเดียวที่สามารถต่อกรกับหน่วยหมาป่าได้ 9ปีในฉางอัน ทำให้มันรู้จักสถานที่แห่งนี้ดีกว่าผู้ใด ทะว่านักโทษประหารคดีอุกฉกรรจ์ที่เป็นปรปักกับราชสำนักอย่างชัดเจน จะไว้ใจได้มากน้อยแค่ใหน หลี่ปี้เองก็ไม่อาจรู้ได้เลย

มหันตภัยใดกันที่ซุกซ่อนอยู่ทามกลางแสงสีอันสนุกสนาน รื่นเริงของเทศการ โคมชั่งหยวน โดยปราศจากการรับรู้ และผู้ใดกันคือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เหตุวินาศกรรมที่สั่นสะเทือน ไปทั้งนคร โดยมีชีวิตของประชาชนเป็นเดิมพัน กับเวลาที่ใหลไปอย่างไม่แยแส ชะตากรรมของผู้บริสุทธ์

ซี่รี่สร้างจากนิยายชื่อเดียวกัน ฉางอัน12ชั่วยาม โดย หม่าป๋อย่ง ตัวละครถือว่าเยอะมากทีเดียวกระแสตอบรับ ดีมาก องค์ประกอบภาพทำออกมาได้ดีเยี่ยม และเก็บข้อมูลอย่างละเอียด ส่วนซี่รี่ส์เองก็ถ่ายทอดออกมาต่างจากซีรี่ทั่วไป ดูแล้วทำให้รูสึกเหมือนดูภาพยนต์ ทั้งมุมกล้อง วิว การแต่งกาย และการวางฉาก แปลกใหม่มาก ดูแล้วลุ้นละทึกไปกับเรื่องราว ของตัวละครในเรื่อง เป็นซีรี่ส์ ที่คอซีรี่ส์แนวอิงประวัติศาสตร์สืบสวน ไม่ควรพลาด ถ้าคุณชอบ ตี๋เหริ๋นเจี๋ยคุณห้ามพลาด ฉางอัน12ชั่วยามเด็ดขาด เเอดขอบอก

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่  รีวิว ซีรี่ส์ จีน     

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิวภาพยนต์ ขุนแผน ฟ้าฟื้น กับการเปิดจักรวาลวรรณคดีไทย

ลืมขุนช้างขุนแผนแบบเดิมที่เคยรู้จัก! แล้วมาสนุกกับ ขุนแผนฟ้าฟื้น หนังที่นำตัวละครดั้งเดิมของขุนช้างขุนแผน มาตีความใหม่และเขียนบทใหม่ทั้งหมด ให้ดูสนุกและน่าติดตามมากว่าเดิม [ไม่สปอยนะ]

รีวิวภาพยนต์ ขุนแผน ฟ้าฟื้น ชีวิตของ แก้ว (มาริโอ เมาเร่อ)หนุ่มพเนจรผู้ไร้ซึ่งความทรงจำกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อเขาได้พบกับ อาจารย์เดช (ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ)จอมขมังเวทย์ที่สอนอาคมให้คนกระจอกอย่างเขาได้มีโอกาสสู้เพื่อหัวใจตัวเองหลังได้พบกับ พิม (ยงวรี งามเกษม)คนรักในอดีตที่ปัจจุบันเป็นคู่หมั้นของ ช้าง (ฟิลลิปส์ ณัทธนพล ทินโรจน์) เพื่อนรักผู้มั่งคั่งและทรงอิทธิพลจนเกิดรักสามเส้าขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ยูท่า หรือ อโยธยากำลังตกอยู่ในอันตรายเมื่อ แสนตรีเพชรกล้า (ปราโมทย์ แสงศร) จอมขมังเวทย์แห่งดินแดนลับแลคิดก่อวินาศกรรมในงานสมโภชกรุงครั้งสำคัญ บางทีชะตากรรมของยูท่าอาจต้องพึ่งชายพเนจรอย่างแก้วก็ได้

ว่าด้วยเส้นเรื่องของหนังเอง เหมือนขุนแผนฟ้าฟื้นจะพยายามผูกโยงเส้นเรื่อง 3 เส้นไว้ด้วยกันได้แก่ การตามหาความทรงจำเรื่องพ่อของแก้ว เรื่องรักสามเส้าแต่ครั้งอดีตระหว่างแก้ว ช้าง และ พิม ส่วนสุดท้ายคือ ตำนานแห่งนักรบอัฐมารถที่ต้องปกป้องยูท่าจาก แสนตรีเพชรกล้าและเหล่าสมุน โดยมีแทรกการฝึกวิชาอาคมของแก้วกับอาจารย์เดชเป็นระยะ

ลักษณะของขุนแผน ฟ้าฟื้นคือหนัวแนว Postmodern ที่หยิบยืมเอาวรรณกรรมในอดีต นำมาเสนอใหม่ภายใต้ บริบท และวิธีการคิดแบบใหม่ๆ จะเห็นได้ว่าตัวละครในหนังเรื่องนี้ ล้วนแล้วแต่ดูมีความเป็นคนที่มีความคิดหัวสมัยใหม่ แต่บริบทและฉากหลังเกิดขึ้นในสมัยอยุธยา ทรงผม แฟชั่น หรือวิถีชีวิตของพวกเขา ล้วนแล้วแต่มีความเก๋ เปรี้ยว เป็นฮิปสเตอร์แตกต่างจากหนังไทยย้อนอดีตเรื่องอื่น

โอมมมมมมมมมม จะเป่าคาถามหาระรวย ดนหัวใจคนสวยให้มาหลงเสน่ห์ ทั้งสาวใหญ่ สาวเล็ก ทั้งนางเอกลิเก ทั้งแม่ค้าหาบเร่ ทั้งที่อยู่โรงงาน ดูจบแล้วอยากจะนั่งรถไฟไปสุพรรณแล้วไปเมืองยูท่าเพื่อตามหาอาจารย์เดชให้ช่วยสอนคาถามหาเสน่ห์เหมือนที่ไอ้แก้วเรียนซักหน่อย

สรุป หนังอาจมีจุดด้อยและบาดแผลระหว่างทางเต็มไปหมด แต่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าหนังมันสนุกและดูเพลินมากๆ แถมเอนเครดิต เล่นใหญ่ ที่หนังปล่อยออกมาต้องบอกว่า เช้ดเข้ แอดนี่รอภาคสองเลยนะคร๊าบบบบบ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์ ไทย           

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว ภาพยนต์ MULAN – หนังกำลังภายในฉบับดิสนีย์

ปี 1998 ดิสนีย์ได้พยายามเจาะตลาดเอเซียด้วยแอนิเมชั่นที่หยิบตำนานวีรสตรีของจีนอย่าง ฮัวมู่หลาน มาดัดแปลง ภายใต้รูปแบบของดิสนีย์ ที่มาเต็ม ทั้งสัตว์พูดได้ มุกตลกแบบการ์ตูนและถึงขั้นมีมังกรที่รูปร่างเหมือนกิ้งก่าพูดได้มาคอยเป็นผู้ช่วยของมู่หลาน

รีวิว ภาพยนต์ MULAN ฮัวมู่หลาน(หลิวอี้เฟย)ที่ลอบปลอมตัวเป็นชายออกรบแทนฮัวโจว(จื่อมา)บิดาแก่ชราในศึกเพื่อปกป้องประเทศและราชบัลลังก์ของฮ่องเต้ (เจ็ตลี หรือ หลี่เหลียนเจี๋ย)จากบอริข่าน(เจสัน สก็อต ลี)ที่มีเซียนเหนียง (กงลี่) แม่มดอาคมแก่กล้าที่สามารถแปลงร่างเป็นเหยี่ยวดำที่กรีฑาทัพไปที่ใดก็มีแต่ความตาย จนมู่หลานและเหล่าทหารภายใต้การฝึกของผู้การถัง(ดอนนี เยนหรือเจิ้งจือตัน) ต้องต้านทัพของศัตรูตัวฉกาจก่อนจีนจะสิ้นแผ่นดิน

จากตัวหนังเราคงพอได้เห็นแล้วว่า ฉบับไลฟ์แอ็กชันนี้จะเน้นความสมจริงและการออกแบบฉากต่อสู้ ให้ดูตื่นตาและไม่ทิ้งความแฟนตาซีเพื่อความตื่นใจ แต่การหยิบเอาตำนานจีนที่เป็นที่รู้จักกลับมาเล่าโดยมีโจทย์ค้ำคอคือต้องคงโทนแบบดิสนีย์อยู่ก็นับว่าท้าท้ายทีมงานไม่น้อย โดยเฉพาะทีมเขียนบท 1 ชาย 3 หญิงที่ไม่ได้มีเชื่อสายจีนเลยสักคน ซึ่งผลลัพธ์ก็น่าทึ่งไม่น้อยเลยกับการถักทอและพาเรื่องราวของมู่หลานมาไกลกว่าฉบับแอนิเมชันมาก ๆ

โดยคงไว้ซึ่งฉากสำคัญ ๆ ของฉบับแอนิเมชันแต่นำมาตีความใหม่ ให้เหมาะกับฉบับหนังซึ่งส่วนตัวมองว่าดีกว่าการตามการ์ตูนเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งตัวหนังเปลี่ยนรายละเอียดทั้งชื่อตัวละครตัดประเด็นโรแมนติกระหว่างมู่หลานกับนายกองออก และแน่นอนตัดมูซูมังกรแดงพูดได้ออก ยังมีคิวบู๊ที่น่าประทับใจเหมือนได้ดูเดชคัมภีร์เทวดาของเฉินเสี่ยวตง แล้วมาลองเล่นกันดูเพราะมันทั้งพิสดารและชวนตื่นตาจนมู่หลานฉบับนี้ไม่ต่างจากหนังกำลังภายใน ที่สำคัญบทหนังยังปูพื้นวัฒนธรรมจีนได้อย่างเข้าอกเข้าใจ

ต้องบอกเลยว่าเมืองไทยโชคดีมาก ที่ดิสนีย์ประเทศไทยตัดสินใจเอาหนังเข้าฉายโรงเพราะตัวหนังถูกออกแบบมาให้ดูในโรงจริง ๆ ที่สำคัญคือหนังเองก็รวมดาราเอเซียคนสำคัญไว้นอกจากหลิวอี้เฟยแล้วก็ยัง เจิ้งจือตัน หรือ ดอนนี่ เยน ที่ดังจากหนังปรมาจารย์ยิป มัน หรือจะเป็น กงลี่ สาวสวยสองพันปีในบทแม่มดที่ปังมากฟาดมาก และที่โดนใจเด็กยุค 90 มากแต่อาจต้องขยี้ตาหน่อยคือการปรากฎตัวของ หลี่เหลียนเจี๋ย หรือ เจ็ต ลี ในบทฮ่องเต้ที่หน้าตาดูชราไปเยอะแต่ยังคงรัศมีดาราใหญ่อยู่ สรุปง่าย ๆ คือ ดู MULAN ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนจริงๆนะขอบอก

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms