รีวิวTHEHunt จับล่าฆ่าโหดหนังแนวฆ่าเลือดกระเด็นรับรองมันส์มาก

รีวิวTHEHunt เป็นหนังที่สร้างโดยค่าย Blumhouse ค่ายหนังสยองขวัญ ที่ทำให้เรื่องนี้เป็นหนังทุนต่ำแต่เน้นความเลือดสาด มีฉากโหดๆ เครื่องในกระจุยจริงๆ The Hunt ก็ไม่ใช่หหนังแนวที่แปลกอะไร และเราก็เห็นกันมาบ่อยแล้ว

รีวิวTHEHunt
รีวิวTHEHunt

เรียกได้ว่าหนังเปิดมาได้สนุกและน่าสนใจเลยทีเดียว กับกลุ่มคนที่ถูกจับมา และมีอาวุธป้องกันตัวจากเหล่าคนรวย มาถึงก็เปิดเกมล่าใส่กันไม่ยั้ง นับว่าสนุกและน่าสนใจจริงๆ แถมยังมีการหลอกล่อคนดูเกี่ยวกับตัวละครต่างๆ ด้วย ว่าเห้ยใครตัวเอกกันแน่วะ (แต่ก็เดาไม่ยากนะ) เราชอบในจุดนี้มากจริงๆ แต่ก็ยังมีจุดที่สงสัยว่า ทำไมต้องให้ตัวละครครอบปาก ถ้าจะให้พวกเขาเอาออกกันง่ายขนาดนั้น – –

รีวิวTHEHunt
รีวิวTHEHunt

หนังเพิ่มดีกรีความสนุกเข้าไปอย่างต่อเนื่องด้วยการนำพาตัวละครมาพบเจอกับเหตุการณ์อื่นๆ นอกจากการไล่ล่า คือพอตัวละครออกมาจากพื้นที่ปิด แทนที่จะเอาตัวรอดในพื้นที่จำกัด กลายเป็นว่าต้องเอาตัวรอดในพื้นที่เปิดกว้าง และระแวงว่าจะเชื่อใจใครได้บ้าง

มันก็สนุกไปอีกแบบหลังจากหนังเปิดเผยตัวละครเอกแล้วมันก็ยังคงสนุกอยู่ ยังคงมีฉากแอ็คชันโหดๆ ให้เห็นกันอยู่ แถมตัวเอกนี้ยังมีคาแรคเตอร์ที่ดูกวนตีนอย่างบอกไม่ถูก ซึ่งมันก็เป็นจุดที่ทำให้หนังสนุกเช่นกัน

รีวิวTHEHunt
รีวิวTHEHunt

แต่หนังดันมาแผ่วปลายซะงั้น เหมือนพอหนังดำเนินไปเรื่อยๆ ความสนุกมันก็เริ่มลดลงๆ เริ่มคุยกันเยอะกว่าแอ็คชัน เริ่มจากเหตุผลในการจับคนมาไล่ฆ่าในครั้งนี้ก็พอเข้าใจ แต่ก็ยังงงๆ ว่าทำไปทำไม ทำเพื่ออะไร และจุดที่ข้องใจมากๆ คือทำไมต้องปิดบังใบหน้าของนายหญิงบอสใหญ่ที่แสดงโดย Hilary Swank ไว้ตลอดทั้งเรื่อง และมาเฉลยในตอนท้ายๆ มันไม่ได้เซอร์ไพรส์อะไรเลย ในตัวอย่างก็โชว์หน้าเธอหลาซะขนาดนั้น ไม่เข้าใจเจตนาในการปิดบังใบหน้าเธอเลยจริงๆ และในซีนท้ายเรื่องมันก็สนุกแหละ มีความกวนตีนในฉากสู้กัน แต่มันไม่ได้สนุกหรือน่าสนใจเท่าต้นเรื่องแค่นั้นเอง

สรุปแล้ว The Hunt ผมว่ามันเป็นแนวล่าที่โหดสุดและสมเหตุกับชื่อหนังนะเพราะมันเลือดสาด โหดตามชื่อเรื่องเลยแต่บางจังหวะ ก็ทำให้บางตอนมันแผ่วบางลงตาม เนื้ัอเรื่องครับทำให้บางช่วงนั้นไม่ค่อยสนุก 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

รีวิวหนังครอบครัว อีกเรื่อง Im Thinking of Ending Things

รีวิวหนังครอบครัว ก่อนอื่นมาดูแนวหนังและคำแนะนำกันก่อนนะครับแม้ I’m Thinking of Ending Things  จะเป็นหนังที่ดัดแปลงจากนิยายสั่นประสาทเรื่องดัง และได้รับคำชมในปี 2016 ของ เอียน รี้ด แต่ก็ปฏิเสธไมได้ว่า ชื่อของผู้กำกับอย่างชาร์ลี คอฟแมน นั้นกลับกระตุ้นความสนใจกับคอหนังมากกว่า และเขาก็เปลี่ยนแปลงงานชิ้นนี้ให้กลายเป็นงานแบบของตนเองโดยสมบูรณ์เอาละครับไปอ่านเนื้อเรื้องกันเลย

 

ชื่อของ ชาร์ลี คอฟแมน จะต้องถูกยกขึ้นมาเสมอ ด้วยผลงานที่เขาร่วมงานกับ สไปค์ จอนซ์ ผู้กำกับมิวสิควิดีโอชื่อดัง อย่าง Being John Malkovich(1999), Adaptaion(2002) และหนังที่เขาเขียนร่วมกับผู้กำกับ มิเชล กอนดรี้ กับ ปิแอร์ บิสมัทธ์  ซึ่งทำให้เขาคว้ารางวัลออสการ์สาขาบทดั้งเดิมมาครอง รวมไปถึงผลงานที่เขาเป็นผู้กำกับและเขียนบทเองอย่าง Sงานที่ทะเยอทะยานที่สุดของเขาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแม้จะไม่ได้ผลตอบรับด้านรายได้

แต่ก็กวาดคำชมอย่างมาก ติดสิบอันดับจากนักวิจารณ์ภาพยนตร์ และทำให้เขาได้รับรางวัลหนังยอดเยี่ยมจากหนังเรื่องแรก ของ Independent Spirit Award รางวัลของวงการหนังอิสระของอเมริกา โดยในปี 2012 นิตยสารภาพยนตร์ชื่อดังจากอังกฤษ Sight & Sound  ยังยกให้หนังเรื่องนี้ติดหนึ่งในสิบหนังยอดเยี่ยมตลอดกาลอีกด้วย

รีวิวหนังครอบครัว

ด้วยไอเดียแหวกแนวที่คนๆ หนึ่งสามารถเข้าไปควบคุมร่างและจิตใจของดารามีชื่ออย่าง จอห์น มัลโควิช ได้ หรือสะท้อนภาวะตีบตันของคนเขียนบทในวงการฮอลลีวู้ด ผ่านการแสดงแบบคู่แฝดของ นิโคลัส เคจ ผ่านบทสนทนาแบบตลกร้ายที่สะท้อนให้เห็นว่าตัวตนของมนุษย์เรานั้นสูญหาย และเลื่อนไหลง่ายดายแค่ไหน ซึ่งสร้างชื่อให้เขาในฐานะคนที่เขียนบทหนังแนวเหนือจริง ให้กลายเป็นหนังทำเงิน และได้รับคำชมวงกว้างได้

สรุปกันเลยนะครับว่าผลงานกำกับล่าสุดของ ชาร์ลี คอฟแมน คนเขียนบทมากฝีมือที่ยังคงท้าทายคนดู จากเหตุการณ์ง่ายๆ เมื่อคู่รักที่เดินทางไปพบพ่อแม่ของฝ่ายชาย แต่ยิ่งเกิดเรื่องพิสดารขึ้นเรื่อยๆ

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว Netflix

รีวิวthe farewell หนังแนวครอบครัวที่สุดซึ้งจะเป็นหนังแบบไหน ?

รีวิวthe farewell หนังสำหรับครอบครัวที่น่าดูเรื่องหนึ่งไปรับชมรีวิวกันเลยครับ

รีวิวThe farewell ด้วยความยากลำบากที่สุดในการดู The Farewell (กอดสุดท้าย คุณยายที่รัก) คือการที่เราเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างของทุกฝ่าย โดยที่เราไม่สามารถตัดสินความถูกผิดของสิ่งใด ระหว่างสองฟากฝั่งของความเชื่อ โลกตะวันตก-ตะวันออก ในเรื่องราวที่ถูกสร้างขึ้นจาก ‘คำลวงที่เกิดขึ้นจริง’ ได้แม้แต่อย่างเดียวคือหนังที่เต็มไปด้วยคำโกหกนานาของครอบครัวชาวจีนที่มีลูกหลานขยายสาขาไปอยู่ที่อเมริกาและญี่ปุ่น ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ เช่น หลอกว่าใส่หมวกแล้วตอนอากาศหนาว, หลอกว่าอยู่บ้านเพื่อนทั้งๆ ที่อยู่โรงพยาบาล, หลอกว่าไม่เป็นไร ไม่ได้ร้องไห้ ฯลฯ 

the farewell

ขยายไปที่เรื่อง หลอกว่าหลานชายกำลังแต่งงาน เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่ออำพรางการโกหกเรื่องใหญ่ที่สุดว่านี่คือการมาบอกลา เป็นครั้งสุดท้าย โดยที่ทุกคนต้องแกล้งทำเหมือนว่าอาม่าไม่ได้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ตามความเชื่อที่สืบทอดมาแต่โบราณว่าถ้าผู้สูงอายุรู้ว่าตัวเองป่วยจะเศร้าและมีชีวิตได้อีกไม่นาน หน้าที่ของลูกหลานคือการแบกรับความรู้สึกเศร้าเอาไว้แทน 

สิ่งที่เราชอบมากๆ นอกจากการนำการโกหกมาเป็นแกนหลักคือการที่หนังพยายามนำเสนอเหตุผลของการโกหกตามความเชื่อที่แตกต่าง วัฒนธรรมของจีนเชื่อแบบหนึ่ง ญี่ปุ่นเชื่อแบบหนึ่ง อเมริกาเชื่อแบบหนึ่ง และคนที่เป็นส่วนผสมของวัฒนธรรมก็เชื่ออีกแบบหนึ่ง

ต้องยกความดีความชอบให้ผู้กำกับอย่าง ลูลู่หวัง ที่ถอดบริบทของตัวเองในฐานะคนจีนที่ออกเดินทางตามความฝันอยากเป็นคนทำหนังที่อเมริกา และเคยผ่านเหตุการณ์ที่ทุกคนช่วยกันโกหกเพื่อปกปิดความจริงแบบในเรื่อง มาสะท้อนภาพความเป็นไปของคนในครอบครัว สังคม วัฒนธรรมที่แตกต่างได้อย่างเป็นกลาง ไม่ตัดสิน และมีน้ำหนักน่าเชื่อถือด้วยกันทั้งหมดเพราะถึงแม้เส้นเรื่องหลักจะอยู่การโกหก แต่ The Farewell ก็ไม่ได้ให้คำตอบสุดท้ายที่ชัดเจนว่าท้ายที่สุดแล้วการโกหกที่ดีหรือโกหกขาวนั้นเป็นสิ่งที่ควรกระทำ และไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าการพูดความจริงจะนำไปสู่สิ่งที่ดีที่สุดได้เสมอไป 

สรุปเลยนะครับสำหรับเรื่อง the farewell สุดท้ายเราไม่จำเป็นต้องเชื่อหรือเห็นด้วยกับความคิดของตัวละครทั้งหมด แต่อย่างน้อยที่สุดเราจะใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุขมากขึ้นอีกเยอะเลย

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ Blusterfilms

ผีพี่นาค 2 หนังผีสยองที่คนไทยต้องดูแถมมีเอมตามใจตุ๊ดมาแสดงด้วย !

ผีพี่นาค 2 หนังผีสยองขวัญหลอนๆและยังมีความตลกเข้าไปด้วยบอกเลยต้องไปหาดูครับ

ผีพี่นาค ของไทยที่เป็นหนังตลกและหนังสยองอาภรรพ์ที่ถูกเล่าปากต่อปากแห่งวัดธรรมนาคานิมิตรได้ถูกลบล้างจนหมดสิ้น จากการที่นาคนนท์ได้ปลดบ่วงในใจของตน จนทำให้ทั้ง พระโหน่ง พระบอลลูนและพระเฟิร์สได้บวชไว้อย่างที่ได้บนเอาไว้ในตอนแรก แต่เรื่องก็เกิดพลิกผันเมื่อพระบอลลูนกับพระเฟิร์สตัดสินใจแอบสึกและหนีไป ทิ้งไว้แต่พระโหน่งให้อยู่ใต้ร่มสากาวพัตร์กับเณรน็อตและอ๊อด เด็กวัดมาดกวน

รีวิวหนัง

โดยการใช้ชีวิตเป็นฆราวาสของสองเพื่อนกะเทยสาวก็ใช่จะสุขสมเหมือนที่คิดไว้ในตอนแรก เพราะตลอดเวลาที่ออกมาข้างนอกทั้งคู่ก็ต้องประสบกับเหตุการณ์เสี่ยงตายร้ายแรงอย่างหนัก ทำเอาเกือบถึงตายอยู่หลายครั้ง นั่นทำให้คิดได้ว่าต้องกลับไปบวชให้ครบพรรษาถึงจะรอดแล้วจริง ๆหากบวชแล้วต้องห้ามศึกทันทไม่งั้นจะเจอของดีและบอกได้เลยนะครับว่าหนังเรื่องนี้หลอนพอๆกับผีนางรำไปดูกันเลย

ผีพี่นาค

พระโหน่งที่บวชเป็นหลวงพี่อยู่ที่วัดธรรมนาคานิมิตก็เปลี่ยนไปมาก รู้ซึ้งในพระธรรมมากขึ้น ใจเย็นมากขึ้น และเริ่มทำใจได้หลังจากโดนเพื่อนทั้งสองชิ่งหนีไป แต่เรื่องราวก็ต้องโกลาหลอีกครั้ง เมื่อผู้คนต่างลือว่าตำนาน “บวชแล้วห้ามสึก” ของวัดนี้คงเป็นเรื่องจริง เนื่องจากช่วงนี้มีพระที่คิดจะสึกหลายรูปตั้งมีอันเป็นไปกันถ้วนหน้า นั่นทำให้พระโหน่งถึงกับวิตกอย่างมาก ระหว่างนั้นตัวละครใหม่ก็เข้ามา โทมินจุน ศิลปินลูกครึ่งเกาหลี-ไทย ก็มีเหตุต้องมาบวชที่วัดแห่งนี้เนื่องจากผู้เป็นแม่บนบานขอให้เขาได้เดบิวต์สำเร็จ แน่นอนว่าทุกคนอยากให้เขาไตร่ตรองให้ดีก่อนเพราะทุกคนกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์เหมือนกับตอนนาคนนท์อีกครั้ง

เฟิร์นและบอลลูนเดินทางมาถึงวัดสำเร็จและบอกว่าจะบวช แต่เมื่อได้ยินตำนานใหม่ “บวชแล้วห้ามสึก” ก็ถึงกับผงะ พวกเขาไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง ตอนแรกก็ห้ามบวช พอบวชแล้วก็ห้ามสึกอีก นั่นทำให้เขาทั้งสองต้องหัวเสียกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจอยู่วัดนี้ต่อคงจะเป็น ศิลปินหนุ่มหน้าใสที่เป็นเพียงยาใจให้ทั้งคู่ ถึงทำให้พอมีกำลังใจในการบวช ถึงอย่างไร ความลี้ลับและตำนานจำเป็นต้องได้รับการลบล้าง สาเหตุที่แท้จริง ความเป็นมาของตำนานบวชแล้วห้ามสึกมาจากสิ่งใดกันแน่ จึงเป็นหน้าที่ของพวกเขาในการกลับมารวมทีมกันอีกครั้ง

บทสรุปของเรื่อง

ส่วนตัวหลังจากชมหนังเรื่องนี้รู้สึกเลยทันทีว่าพล็อตเรื่องค่อนข้างมีมิติ มีเหตุมีผลมากยิ่งขึ้นจากภาคแรก ทำส่วนนี้ได้ค่อนข้องน่าชื่นชม แต่ด้วยการเพิ่มตัวละครเข้ามามากขึ้นเกินไป ที่เข้ามาสมทบที่ยังไม่สามารถแยกคาแรกเตอร์ให้ชัดเจนได้ทำให้รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องมีบางตัวละครก็ได้ และในภาคนี้การเล่าเรื่องค่อนข้างกระโดดไปมาไม่สมูทพอ ทำให้เรื่องยังขาดความสมบูรณ์อยู่มากหลายจุด แต่โดยรวมถือเป็นหนังอีกเรื่องที่ดูแล้วสอนเราในหลายเรื่องเพราะสอดแทรกหลักแนวคิดทางพระพุทธศาสนาได้ดีเลยทีเดียว หนังไทยที่ดีและหลอนขนาดนี้แถมมีความตลกให้จากเอมตามใจตุ้ด คนไทยอย่างเราๆต้องไปหาชมได้แล้วขอประกันเลยว่าหนังเรื่องนี้ดีขนาดไหน

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

1 5 6 7