Marvel Studios เคาะวันฉายหนังเฟส 4 ตลอดปี 2021-2023

Marvel Studios เคาะวันฉายหนังเฟส 4 ตลอดปี 2021-2023 เป็นที่ตั้งหน้าตั้งตารอสำหรับแฟนๆ ฮีโร่จากค่าย Marvel ล่าสุด Marvel Studio ได้ประกาศภาพยนตร์ทั้งหมดในเฟส 4 ที่จะฉายผ่านทั้งโรงภาพยนตร์และบริการสตรีมใหม่อย่าง Disney+ ออกมาอย่างเป็นทางการ

Marvel Studios เคาะวันฉายหนังเฟส 4 ตลอดปี 2021-2023 ล่าสุดMarvelได้ปล่อย ออฟฟิเชียลออกมา ถ้าใครได้ดูต้องขนลุกไปตามๆกัน และก็ต้องบอกบอกตัวเองหรือบอกกับแฟนๆMarvelว่าอย่าเพิ่งตายถ้ายังไม่ได้ดู อภิมหาภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จาก Marvel Studioกว่า 10 เรื่อง ที่ทางMarvel ประกาศวันฉายอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว เตรียมขยายจักรวาล Marvel ตลอดปี 2021-2023 

ภาพยนตร์มาร์เวล เฟส 4 อย่าง Black Widow ที่เจอพิษโควิด-19 เลื่อนแล้วเลื่อนอีกมาหลายรอบแล้ว และในที่สุดก็ได้วันฉายใหม่ เริ่มกรกฏาคมนี้ จะเป็นเรื่องแรกของปี 2021 ที่เราจะได้ดูกันในโรงภาพยนตร์ [ ภาวะนาขอให้โควิด19หายไปทีเถอะ สาธุ ]

นอกจากนี้ ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เอเชียคนแรกของมาเวลอย่าง Shang-Chi และภาพยนตร์รวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่อมตะอย่าง Eternals และ Spider-Man 3: No Way Home ที่หลายคนรอคอย [ แอตก็รอคอยเหมือนกัน ] ก็จ่อคิวฉายในปี 2021 นี้แบบเดือนเว้นเดือนกันเลย มีภาพยนตร์เรื่องไหนที่เคาะวันฉายแล้ว มาดูกันเลย

 Black Widow : กรกฏาคม 2021

 SHANG-CHI And The Legend Of The Ten Rings : กันยายน 2021

Eternals : ตุลาคม 2021

Spider-Man 3 No Way Home : ธันวาคม 2021

Doctor Strange In The Multiverse Of Madness : มีนาคม 2022

Thor: Love And Thunder : พฤษภาคม 2022

Black Panther 2 : กรกฎาคม 2022

Captain Marvel 2 : พฤศจิกายน 2022

Ant-Man and The Wasp : Qtantumania: กุมภาพันธ์ 2023

Guardians of the Galaxy Vol. 3 : พฤษภาคม 2023 

โอ้โห้แต่ละเรื่อง สุดๆทั้งนั้น และคิดว่าแฟนมาเวลทุกคน รวมทั้งแอตด้วย แทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว แอดก็อยากจะให้ทุกๆคนรักษาสุขภาพให้ดีๆกันละ และอยากบอกว่าห้ามตายเด็ดขาด

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว และชวนดู 4หนัง 4เรื่อง 4แนว

รีวิว และชวนดู 4หนัง 4เรื่อง 4แนว ช่วงนี้หนังใหม่ ฟอร์มยักษ์ ก็พากันทยอยฉายมาเรื่อยๆ แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะสถานะการณ์ covid-19 ยังไม่หาย ใครที่เบื่อๆ กักตัวอยู่บ้านแอดเลยอยากแนะนำหนังดีหนังน่าดู ดูแบบเพลินๆไม่ต้องคิดมากกับ4หนัง 4 แนวที่อยากให้ดู [ สปอยนิดๆ ]


Master ล่าโกง อย่ายิงมันแค่โป้งเดียว

รีวิว และชวนดู 4หนัง 4เรื่อง 4แนว Master ล่าโกง อย่ายิงมันแค่โป้งเดียว ภาพยนตร์แนวแอ็คชั่นดราม่า Master ผลงานการกับกำโดย Ui-seok Jo แสดงนำโดย คัง ดอง วอน ลี บย็อง-ฮ็อน รวมทั้ง คิม วู-บิน เมื่อการฉ้อฉลด้านการตลาดโครงข่ายที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเกาหลีเปิดเผยให้มองเห็นถึงโครงข่ายการโกง พวกเขาจะไล่ล่าสุดมัน สุดระทึกจึงได้เริ่มขึ้น

[ หักเหลียมเฉือนคม ]

Evil Dead ผีอมตะ2013

Evil Dead ผีอมตะ2013 เรื่องราวกลุ่มเพื่อนห้าคนที่เดินทางไปยังกระท่อมร้างแห่งหนึ่งที่ห่างไกลผู้คนเพื่อที่จะรักษา มีอา สาวน้อยผู้มีอาการติดยาอย่างหนักให้หายขาดโดยกลุ่มเพื่อนนั้นนำโดย เดวิด พี่ชายของมีอา นาตาลีแฟนของเขา อีริค เพื่อนซี้ของเดวิด และ โอลิเวีย พยาบาลสาวที่ตามมาดูแลมีอาด้วย ที่นั้นเองอีริคได้พบกับห้องใต้ดินของบ้านหลังนี้และหนังสือแห่งความตาย ที่มีข้อความว่า อย่าอ่านออกเสียง อย่าเขียน อย่าคัดลอก แต่อีริคกลับคัดลอกจนทำให้ผีร้ายหลุดออกมาจากหนังสือแห่งนี้และเข้าสิงร่างของพวกเขาทีล่ะคน

[ ฉบับ รีบู๊ต ]

Death Note 1 สมุดโน้ตกระชากวิญญาณ ภาค1

Battle Royale II Requiem เกมนรก สถาบันพันธุ์โหด หนังสร้างจากมังงะชื่อดัง ยางามิ ไลท์ นักเรียนอันดับหนึ่งของประเทศ ผู้พบบันทึกมรณะ Death Noteโดยบังเอิญ ซึ่งมันมีอำนาจในการฆ่าใครก็ได้ เพียงแค่รู้จักหน้าคนผู้นั้นแล้วเขียนชื่อลงไป ไลท์จึงตัดสินใจจะเปลี่ยนแปลงโลกโดยใช้เดธโน้ตฆ่าอาชญากรคนแล้วคนเล่าภายใต้ชื่อของ คิระ killerโดยมีนักสืบอย่าง L ริวซากิ ผู้ปราดเปรื่องอันดับหนึ่งของประเทศอีกคน และทีมงานตำรวจคอยตามล่า ก่อนที่ไลท์จะได้รับการช่วยเหลือจาก คิระคนที่ 2

[ จากมังงะสุดฮิต ]

Spider Man Into The Spider Verse สไปเดอร์ แมน ผงาดสู่จักรวาล แมงมุม

Spider Man Into The Spider Verse สไปเดอร์ แมน ผงาดสู่จักรวาล แมงมุม เป็นอีกภาคของโซนี่จะเป็นเรื่องราวของไมลส์ เด็กชายผิวสีที่ค้นพบว่าตัวเองก็เป็นหนึ่งในสไปเดอร์แมนอีกคน และพบว่าในจักรวาลนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่เป็นสไปเดอร์แมน เขาเริ่มออกช่วยเหลือผู้คนรวมถึงคนที่เขารักนั่นคือพ่อ ซึ่งเราจะได้เห็นสไปเดอร์แมนอีกหลายคน

[ รวมเหล่า สไปเดอร์ แมน ]

เป็นใงบ้างครับถูกใจกันบ้างใหมกับหนังที่แอดแนะนำ ใครที่เบื่อๆกับการอยู่บ้านก็หาดูได้นะครับสนุกทุกเรื่อง ห้ามพลาดเด็อดขาด

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว ซีรีส์ Fate: The Winx Saga

รีวิว ซีรีส์ Fate: The Winx Saga ฉบับคนไม่เคยดูเวอร์ชันการ์ตูน เป็นอีกครั้งที่เราได้ท่องโลกเวทมนตร์สุดลึกลับ แถมยังได้หวนรำลึกความหลังไปยังวัยเด็กแสนสดใส เมื่อเรื่องราวของเหล่าแฟรี่ที่มีพลังเวทแตกต่างกันไปอย่าง วิงซ์คลับ ซึ่งเคยโลดแล่นบนจอทีวีในฉบับการ์ตูนแอนิเมชันตั้งแต่ปี 2004-2019 ได้กลายเป็นซีรีส์ฉบับคนแสดงภายใต้ชื่อ เฟต เดอะ วิงซ์ ซาก้า บนแพลตฟอร์มความบันเทิงระดับโลกอย่าง Netflix นั่นเอง [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว ซีรีส์ Fate: The Winx Saga นี่ถือเป็นซีรีส์ออริจินัลของเน็ตฟลิกซ์ที่มีกลุ่มเป้าหมายคือวัยรุ่นไปจนถึงผู้ใหญ่ โดยการบิดเรื่องราวต้นฉบับที่สดใสและฟรุ้งฟริ้ง แต่มีกลิ่นอายของความมืดมิด ให้เป็นโทนดาร์ก สมจริง และจริงจังเหมือนกับที่เน็ตฟลิกซ์เคยทำสำเร็จไปแล้วใน RIVERDALE ที่หยิบนำหนังสือการ์ตูนในเครือ Archies มาดัดแปลงให้เป็นเรื่องเป็นจักรวาลได้ จากซีรีส์การ์ตูนสำหรับเด็กผู้หญิงที่เป็นที่นิยมทั้งในไทยและต่างประเทศอย่าง Winx Club จะถูกมาดัดแปลงเป็นซีรีส์ความยาว 6 ตอนที่แฝงไปด้วยโทนเรื่องที่มืดหม่นแต่ก็ยังมีเรื่องของพลังธาตุและเหล่าแฟร์รี่ผู้ใช้พลังในการปราบเหล่าร้าย

เพียงแต่ในครั้งนี้เน็ตฟลิกซ์กล้าที่จะดัดแปลงบางส่วน ที่ทำให้แฟนคลับหลายคนถึงกับหน้าบูด ไม่ว่าจะเป็นการตัดตัวละครฟลอร่า ที่เป็นตัวละครหลักของเรื่องที่เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของอนิเมะ ให้กลายเป็นเทอร่า สาวร่างใหญ่ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับเธออีกที เปลี่ยน มูซ่า สาวเอเชี่ยนผมสีน้ำเงินให้กลายเป็นสาวอังกฤษไปแทน ไหนจะรวบตัวละครแก๊งตัวร้ายอย่าง The Trix ให้เป็น บีเอทริก สาวแสบไปโดยปริยาย ตัดตัวละคร เทคน่า ออกไปอีก เรื่องของคอสตูมกับเรื่องย่อที่แค่ปล่อยออกมาก็ทำเอาทุกคนกรีดร้อง ว่าตกลงมันใช่ Winx Club จริงเหรอ

ไม่ต้องปูเรื่องอะไรมากครับ แค่ตอนแรกก็เดินเรื่องทันทีแล้วค่อยมาเล่าปมทีหลัง แค่ยี่สิบนาทีตัวละครต่างๆ ที่สำคัญ ก็มาให้เราได้รู้จักถึงบุคลิก นิสัยใจคออย่างรวดเร็ว ไม่มีอืดอาดยืดยาด ไม่ออกนอกทะเล เล่าเรื่องเร็ว ปล่อยประเด็นไปแบบเรื่อยๆ แต่ค่อยๆ ทิ้งเชื้อความน่าสนใจไว้แต่ละตอน แต่หลังจากนั้นมันจะหักมุมใส่คนดู เล่าเฉลยว่าเป็นแบบนี้ สรุปเป็นอีกแบบ และยังมีเรื่องของความรัก มิตรภาพและพลังธาตุที่ปูมาเป็นระยะๆ ควบคู่กับปมปัญหาของตัวละครที่ใส่เข้ามาอย่างพอดิบพอดี ผสมกับฉากต่อสู้ที่ชวนให้ลุ้นระทึกในแต่ละตอน

ตัวละครทุกตัวก็ไม่ถูกทิ้งมีบทเด่นโชว์พลังเป็นของตัวเองในทุกตอน จบตอนนึงแล้วต้องเปิดดูตอนต่อไป อารมณ์ก็ต่อเนื่องมีทั้งสุข เศร้า เหงา โกรธ และตะลึง โชคดีที่ซีรีส์มีเพียง 6 ตอน แต่มันกลับสร้างความน่าสนใจภายใต้ความไม่หวือหวา เหมือนพยายามให้เราได้เห็นไปกับตัวละคร ก่อนจะพลิกล็อคให้หงายหลังกันเล่น ซึ่งผมว่ามันเวิร์คใช้ได้มาก เพราะแค่ดูตอนแรกจบ ผมก็รู้สึกว่านี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ กลายเป็นว่าพอไม่คาดหวังแล้วมันกลับเกินคาด

นอกจากตัวละครผู้ดำเนินเรื่องแล้ว สิ่งที่น่าประทับใจสำหรับ Fate: The Winx Saga นั่นคือการปรับบรรยากาศการดำเนินเรื่องให้มีความสมจริง มีที่มาที่ไป ไม่ขายฝันจนกลายเป็นซีรีส์สำหรับเด็ก รวมไปถึงงานสร้างที่มีความอลังการ ฉาก แสง สี เสียง รวมทั้งซีจีพลังเวทมนตร์ก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดี แต่หวังว่าจะดีขึ้นอีกในซีซั่นต่อไป ติดอยู่ไม่กี่อย่างคือจำนวนตอนที่น้อยไปหน่อย จนกระทบต่อการดำเนินเรื่องบางช่วงบางตอนที่เร็วจนเกินไป ขาดการเล่ารายละเอียดที่มาที่ไปอย่างน่าเสียดาย และยังมีบทพูดที่คนธรรมดาไม่พูดกันในชีวิตประจำวันหลุดเข้ามาจนขัดอารมณ์เล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม แค่ซีซั่นแรกก็ทำออกมาได้ดีจนติดอันดับซีรีส์ยอดฮิต ทะยานขึ้นอันดับ 1 บน Netflix ในหลายประเทศและคาดหวังว่าซีซั่น 2 จะมีอะไรให้ตื่นเต้นมากขึ้น สามารถรับชม Fate: The Winx Saga ได้แล้ววันนี้ทาง Netflix รับรองว่าเหล่าแฟรี่จะพาทุกคนเพลิดเพลินไปกับการท่องโลกเวทมนตร์ครั้งนี้อย่างแน่นอน

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว Netflix 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว ซีรีส์ LUPIN จอมโจรลูแปง

รีวิว ซีรีส์ LUPIN จอมโจรลูแปง จอมโจรลูแปง ซ้อนแผนปล้นสุดคาดเดา จากนิยายชื่อดังสู่ซีรีส์จอมโจรแผนซ้อนแผน ห้ามพลาด [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว ซีรีส์ LUPIN จอมโจรลูแปง ลูแปง หนึ่งในตัวละครสุภาพบุรุษจอมโจรบรรลือโลกของมัวริซ เลอบลองก์ที่มีต้นกำเนิดมาต้้งแต่ปี 1905 หรือร่วมร้อยกว่าปีแล้วแถมยังส่งอิทธิพลไปทั่วโลก อย่างฮ่องกงเองโกวเล้งก็หยิบยืมคาแรกเตอร์ลูแปงไปแต่งองค์ทรงเครื่องเพิ่มกำลังภายในและเสน่ห์ต่อสาวๆ จนกลายเป็นจอมโจรจอมใจชอลิ้วเฮียง เมื่อ 50 กว่าปีก่อน

หรือจะเป็นมังงะของญี่ปุ่นอย่าง Lupin the 3rd ซึ่งทั้งสองเรื่องต่างก็ได้รับการสานต่อมีทั้งภาพยนตร์ชุดและภาพยนตร์แอนิเมะตามมาตามความนิยม และในวันนี้ประเทศต้นกำเนิดอย่างฝรั่งเศสก็ได้สร้างซีรีส์ที่ได้แรงบันดาลใจ จากตัวละครจอมโจรบันลือโลกรายนี้โดยจะแบ่งสตรีมมิงเป็น 2 พาร์ตโดยพาร์ตแรกจำนวน 5 ตอนได้ลงสตรีมมิงทาง Netflix แล้ววันนี้

Lupin หรือลูแปง สุภาพบุรุษจอมโจร เวอร์ชั่นนี้เป็นผลงานซีรีส์ Netflix ฝรั่งเศสที่นำ อาร์แซน ลูแปง ของ มอริส เลอบล็อง นักเขียนชาวฝรั่งเศส มาต่อยอดสร้างเป็นเรื่องใหม่ โดยหยิบเอาเรื่องพื้นฐานความนิยมของลูแปงดั้งเดิมที่มีแฟนๆ รู้จักจำนวนมากในโลก มาสร้างให้เสมือนตัวเอกจากนิยายเรื่องนี้มีตัวตนจริงๆ ขึ้นมาในเรื่อง โดยใช้ประโยชน์จากเรื่องที่ลูแปงไม่เคยถูกจับได้ ดังนั้นเขาจึงเป็นใครก็ได้ และก็ไม่ได้ต้องชื่อลูแปงจริงๆ ก็ได้ ซึ่งก็คือ “อัสซาน” ตัวเอกในเรื่องนี้ที่มีความสามารถในการโจรกรรม ความสามารถปลอมแปลงโฉม และไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างอัจฉริยะ ไม่ต่างอะไรกับลูแปงในนิยายเลยแม้แต่น้อย ยกเว้นเพียงแค่ว่าเขาเป็นคนผิวดำเท่านั้น

ซีรีส์นำเสนอเรื่องราวของลูแปงในแบบเน้นสืบสวนล้างแค้นให้พ่อของตัวเอกอัสซานที่แทนตัวเองว่าลูแปง มากกว่าจะเป็นแนวโจรกรรมใหญ่ๆ ที่มีแค่ตอนแรกของซีซั่นเท่านั้น ด้วยความที่ซีรีส์เรื่องนี้มีเพียง 5 ตอนจบซีซั่น 1 เรื่องราวจึงกระชับมาก ตอนแรกเป็นตอนที่เรียกว่าโชว์สกิลการวางแผนโจรกรรมให้คนดูเชื่อว่าอัสซานเก่งขนาดลูแปงจริงๆ ที่มักมีแผนซ้อนแผนเหนือชั้นกว่าที่เห็นเสมอ ซึ่งก็ถือว่าทำได้ว้าวพอสมควรกับวิธีโจรกรรมเพชรออกไปจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ที่แนบเนียนและก็ดูน่าเชื่อถือว่าเป็นจริงได้ระดับหนึ่ง แม้จะมีความไม่เนียนในบางจุดก็ตาม

ในทุกตอนจะมีฉากที่ให้พระเอกได้โชว์ไหวพริบการเอาตัวรอดกับแผนการที่วางไว้เหนือชั้น ซึ่งก็ดูแล้วลุ้นสนุกในระดับหนึ่งพอสมควรในระดับซีรีส์ แต่ไม่ได้มีฉากใหญ่โตแบบตอนแรกที่เป็นการโจรกรรมใหญ่สุดในเรื่อง ซึ่งดูลงทุนมากสุดแล้ว ก็น่าเสียดายที่ว่าหลังจากนั้นไม่ได้มีฉากพีคกว่านี้ และก็จบซีซั่นไปแบบค้างคาเรื่องราวไว้กลางทางกันเลย โดยไม่มีฉากใหญ่โตปิดท้ายเรื่องตามแบบหนังแนวนี้ ทำให้รู้สึกไม่อิ่มไม่สุดกับเรื่องราวที่ทำมาแค่ 5 ตอนจบเท่านั้น

ถือว่าเป็นซีรีส์ที่ขอแนะนำเลย แม้ว่าคุณไม่ได้อ่านนิยายหรือดูมังงะ ภาพยนตร์ใดๆ ก็สามารถดูเรื่องนี้ได้สนุกๆ แน่นอนเผลอๆ อยากจะหานิยายจอมโจรลูแปงมาอ่านเลยละ สำหรับใครที่อยากดูเรื่องนี้ สามารถรับชมได้ทาง Netflix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว Netflix 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง อีเรียมซิ่ง

รีวิว หนัง อีเรียมซิ่ง คอมเมดี้กาว ๆ ที่ยังฮาไม่สาแก่ใจ ถึงจะเป็นตลกสูตรสำเร็จ แต่ถ้าจังหวะดีก็มีชัยกว่าครึ่ง [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว หนัง อีเรียมซิ่ง ความจริงชื่อของอีเรียมซิ่งผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ในโปรแกรมมาตั้งแต่ต้นปี 2020 แล้วและนี่น่าจะเป็นหนังไทยตกค้าง มาจากช่วงการระบาดของโควิด19เมื่อตอนต้นปีที่อยู่ในการรับรู้ของคนไทยมากที่สุดแล้ว และหลังจากที่เลื่อนไปมาจนลงตัวในที่สุดเราก็จะได้เห็นเบลล่า ราณี แคมเปน ในมาดอีเรียมวีรสตรีแห่งบางน้ำกร่อยกันแล้ว

เมื่อโจรปากแดงสุดโฉดออกล่าพรหมจรรย์สาวๆ เพื่อความเป็นอมตะ และจุดหมายของมันคือ อีเรียม (ราณี แคมเปน) สาวแสบแห่งบางน้ำกร่อยที่ต้องรวบรวมความกล้าและของดีของหลวงพ่อไปช่วยแม่และแรม (ณปภา ตันตระกูล) พี่สาวกุลสตรีแสนเรียบร้อยของนาง แต่งานนี้อีเรียมไม่ได้สู้เพียงลำพังเพราะยังมีพรรคพวกสุดแสบทั้งฟักทอง (เดียร์ริส สุภัทรภณ กสิกรรม) เพื่อนกะเทยร่วมเรือน ศรฆ้อนมหากาฬ (น้าค่อม ชวนชื่น) โตโล่บิน (โรเบิร์ต สายควัน) และ หมอ (บอล เชิญยิ้ม) หมอยาสมุนไพรวิเศษ งานนี้อเวนเจอร์แห่งบ้านบางน้ำกร่อยจะช่วยครอบครัวจากโจรร้ายได้หรือไม่

จากแม่การะเกดในละครบุพเพสันนิวาส ล่าสุด เบลล่า ราณี กำลังจะมีผลงานย้อนยุคเรื่องใหม่ให้แฟน ๆ ได้ติดตามอีกครั้งกับ อีเรียมซิ่ง ที่คราวนี้สาวเบลล่าพร้อมจัดเต็มความฮากับบทบาท อีเรียม วีรสตรีแห่งบางน้ำกร่อย ซึ่งทีเซอร์แรกของหนังได้ถูกปล่อยออกมาให้ชมกันแล้ว จากตัวอย่างเราจะเห็นว่า เบลล่า จัดเต็มความฮา ทั้งความทะเล้นที่มาพร้อมกับมุกตลกแพรวพราว จัดเต็มขนาดนี้ก็ไม่แปลกใจเพราะหนังเป็นผลงานการกำกับของ พฤกษ์ เอมะรุจิ เจ้าของความฮาใน ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก ทั้ง 2 ภาค พร้อมด้วยผู้อำนวยการสร้างอย่าง ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ กับผลงานเรื่อง แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้

แม้ว่ามุกตลกในหนังที่ใส่เข้ามาจะไม่ได้มีอะไรหวือหวา และแปลกใหม่อะไรเท่าไหร่นัก แต่การแสดงของ เบลล่า ราณี ก็ยังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้หนังสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เธอสามารถแบกรับหนังทั้งเรื่องเอาไว้ได้อยู่หมัด โชว์ทักษะการแสดงบ้าๆ บอๆ และไม่กลัวสวยออกมาได้อย่างสมจริง โดยเฉพาะการหยอดมุกที่ดูเข้าขากับนักแสดงตลกมืออาชีพได้อย่างลงตัวและไม่มีติดขัดสักฉาก

หากดูที่หน้าจอทีวีในเวลาก็น่าจะเป็น เบลลา ราณี ในอีกคาแรกเตอร์กับละครเรื่องแซ่บ แต่หากมาอยู่บนจอใหญ่ก็จะได้เห็นเธอในอีกคาแรกเตอร์ที่พลิกขั้วเป็นสาวชาวบ้านที่แพรวพราวไปด้วยเสน่ห์ความก๋ากั๋น และสร้างอารมณ์ขันได้เป็นอย่างดี จึงเป็นการงัดทักษะการแสดงของนักแสดงสาวผู้นี้ออกมา และได้ปล่อยของในอีกมุมอีกด้านที่ไม่ค่อยได้เห็นเธอในมุมนี้เท่าไหร่

โดยภาพรวมของ อีเรียมซิ่ง ถือว่าทำออกมาได้ตอบโจทย์คนดูในทุกๆ ทาง แม้ว่าจะเป็นเพียงหนังตลกสูตรสำเร็จเรื่องหนึ่งก็ตาม แต่ภายใต้ความสำเร็จรูปในแบบต่างๆ ก็สามารถสร้างอรรถรสความบันเทิงให้กับคนดูได้อย่างตรงไปตรงมา ตลอดระยะเวลากว่าชั่วโมงครึ่งของหนังเป็นประสบการณ์ที่ทำให้คนดูได้ผ่อนคลายและปล่อยเสียงหัวเราะออกมาได้แบบไม่เคอะเขิน

และที่สำคัญหนังยังมาพร้อมกับการเซอร์ไพรส์แบบคำโตๆ ที่ทำให้คนดูต้องร้องว้าวที่เป็นไฮไลท์เด่นอีกส่วนหนึ่งของหนัง และยิ่งเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับหนังเข้าไปอีก นี่จึงกลายเป็นความเฉิดฉายอีกครั้งของนางเอกสาว เบลล่า ราณี ที่เธอสามารถก้าวมาโดดเด่นได้บนจอใหญ่ แม้จะไม่ใช่หนังเรื่องแรกของเธอ แต่ถือว่าเป็นความสำเร็จของเธอในฐานะนักแสดงหนังที่ก้าวมาเป็นซุปตาร์ในวันนี้แล้ว ห้ามพลาดเด็ดขาด

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์ไทย

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง 9 ศาสตรา 9 weapons

รีวิว หนัง 9 ศาสตรา 9 weapons แอนิเมชั่นฝีมือคนไทย งานภาพสุดยอด งานเสียงจัดเต็ม 9 ศาสตรา ภาพยนตร์แอนิเมชั่นผสมผสานเรื่องราวแฟนตาซีกับมวยไทย [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว หนัง 9 ศาสตรา 9 weapons ในโลกของ 9 ศาสตรานั้นว่าด้วยเรื่องราวของมนุษย์ที่อยู่ร่วมกันกับสิ่งมีชีวิตหลากหลายเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ โดยรามเทพนครเมืองมนุษย์ที่เคยรุ่งเรืองนั้นตกอยู่ในการปกครองของคนยักษ์ และจับมนุษย์ไปเป็นทาส

เรื่องราวถูกเล่าผ่าน “อ๊อด” เด็กหนุ่มที่ชะตาลิขิตให้เป็นส่วนหนึ่งในการกอบกู้อาณาจักร รามเทพนคร แผ่นดินเกิดของเขาให้รอดพ้นอำนาจของ เทหะยักษา

อ๊อด ได้ฝึกฝนเคี่ยวกรำ ร่ำเรียนศิลปะการต่อสู้มวยไทย จากครูมวยอันดับหนึ่งของแผ่นดิน อ๊อด มีภารกิจอันยิ่งใหญ่ ในการนำสุดยอดศาสตราวุธ 9 ศาสตรา ไปมอบให้องค์ชายรัชทายาทแห่ง รามเทพนคร เพื่อใช้ในการกอบกู้อาณาจักร พร้อมกับพลพรรคเพื่อนพ้อง

รู้สึกแย่มากที่เคยมองข้ามและเพิกเฉยหนัง 9 ศาสตรา แอนิเมชั่นฝีมือคนไทยเรื่องล่าสุด เพราะพอได้ดูจริงๆ แล้วต้องยอมรับเลยว่า ถ้าเราไม่ได้มาดู มันจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่สุดในรอบปีเลยก็ได้ ใครที่ยังแอบปรามาสหนังเรื่องนี้อยู่ ขอให้เปิดใจเลยนะ แล้วมันจะเบิกเนตรของเราจริงๆว่า คนไทยสามารถทำหนัง รวมถึงแอนิเมชั้น ได้ไม่แพ้ชาติใดในโลก หากตั้งใจ มีทุน และได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่

สำหรับเรื่องนี้คำว่า อนิเมชั่นที่ดีที่สุดของคนไทย ไม่ใช่แค่คำอวยหากแต่คือเรื่องจริง หนังสนุกจริง ดีจริง งานสกอร์และงานภาพละเอียดสมจริงเทียบชั้นฮอลลีวูดได้สบาย  ( ดีกว่าของเมืองนอกหลายๆ เรื่องเสียอีก ) ฉากแอ็คชั่นซึ่งมีเยอะแทบทั้งเรื่องก็มัน ไม่เบื่อเลย

เนื้อเรื่องค่อนข้างเป็นเส้นตรงเดาได้ตั้งแต่ต้นจนจบ และเป็นแบบสำเร็จรูปทั่วไป แต่กลับมีวิธีการเล่าเรื่องในแบบเฉพาะตัวที่ทำให้คนดูสนุกไปกับมันได้ไม่ยาก และยังแฝงไว้ซึ่งกิมมิคต่างๆ ซึ่งถ้าไม่สังเกตดีๆแล้วละก็ อาจโดนหักมุมใส่หน้าชนิดไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียว

พล็อตค่อนข้างปูมาแน่นในระดับหนึ่ง มีจังหวะการสอบรับที่โคตรพอดีกันมากๆ จนทำให้พล็อตของทั้งเรื่องดูสมจริงสมจัง และเข้าถึงง่ายในเวลาเดียวกัน แต่ก็ติดอยู่ที่ฉากปล่อยของ ( ของแต่ละตัวละคร ) ที่มันมาง่ายเหลือเกิน พอมาทีเหมือนเติมบัตรทรูอ่ะ ผ่านด่านชนะง่ายจังฟระ ทำให้อุปสรรคในเรื่องดูลดลงไปมาก คือเดาได้เลยว่าถ้ามาปูมาแบบนี้ ต้องแก้ทางด้วยสิ่งนี้แน่ ซึ่งมันก็ถูกหมดเลยตามทุกอย่างที่เดา โดยไม่ต้องใช้เซลล์สมองมากนัก

 และด้วยประการทั้งปวงนี้ ไม่ต้องมัวสงสัยเลยว่าจะคุ้มค่า เสียเวลาดูรึเปล่า หนังแอนิเมชั่นไทยก็คงจะอีหรอบเดิมกับก้านกล้วยรึเปล่า? ถ้าใครคิดแบบนั้น ขอบอกเลยว่าคุณคิดผิด แค่ความสนุก ความมันส์ ก็กินขาดจริงๆใครไม่ดูถือว่าพราดจริงๆ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว อนิเมะ 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว ซีรี่ส์ The New Legends Of Monkey

รีวิว ซีรี่ส์ The New Legends Of Monkey ตำนานราชาวานรไซอิ๋ว ฉบับออสเตรเลีย  ดัดแปลงใหม่เน้นแฟนตาซี ดูได้ทั้งครอบครัว ซุนหงอคง แสดงโดย ชัย แฮนเซ่น นักแสดงลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย เป็นเวอร์ชั่นที่เน้นดูสนุก ย่อยง่าย [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว ซีรี่ส์ The New Legends Of Monkey ต้นฉบับไซอิ๋ว เป็นวรรณกรรมจีนคลาสสิกที่คนไทยคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ในเรื่องต้นฉบับนั้นดัดแปลงมาจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ในสมัยราชวงศ์ถัง ตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าถังไท่จงฮ่องเต้ ซึ่งเป็นยุคที่พุทธศาสนากำลังเริ่มเฟื่องฟูในจีน เวลานั้นมีพระภิกษุสงฆ์หนุ่มรูปหนึ่งคือ “พระเสวียนจ้าง” ซึ่งท่านได้พบว่าในวงการพุทธศาสนาของจีนกำลังมีปัญหาตีความเรื่องคำสอนที่แตกต่างกันจนเกิดแตกแยกเป็นนิกายย่อยต่างๆ ดังนั้นพระเสวียนจ้างจึงตัดสินใจออกเดินทางไปยังอินเดีย เพื่อศึกษาและแปลคำสอนจากพระไตรปิฏกฉบับจริง แล้วอัญเชิญมาที่เมืองจีน

เพียงแต่การเดินทางมีอุปสรรคมาก เพราะสมัยนั้นเป็นช่วงที่สงครามรวมแผ่นดินเพิ่งยุติ ถังไท่จงมีคำสั่งห้ามพลเมืองจีนออกเดินทางไปต่างเมือง พระเสวียนจ้างจึงต้องลักลอบเดินทางออกจากเมืองฉางอันไปทางตะวันตก ข้ามทะเลทรายโกบี ผ่านเมืองต่างๆ ใช้เวลาเดินทางทั้งไปและกลับร่วมนับสิบปี ฝ่าฟันอันตรายจากโจรร้าย สัตว์ป่า ภูมิประเทศที่ยากลำบากมากมาย เมื่อเดินทางกลับมาแล้ว ก็นำพระไตรปิฏกขึ้นถวาย ถังไท่จงทรงยินดีมาก จึงแต่งตั้งเป็นพระถังเสวียนจ้าง หรือ พระถังซำจั๋ง ที่คนไทยรู้จักกัน แล้วพระถังก็คัดลอกและแปลพระไตรปิฏกมาเป็นภาษาจีนออกเผยแผ่ ส่งผลทำให้พุทธศาสนารุ่งเรืองในจีนมากตั้งแต่นั้น แล้วพระถังก็เขียนบันทึกการเดินทางของตนไว้ ในชื่อ “บันทึกสู่ตะวันตก”

จากเรื่องราวที่ว่านี้ ภายหลังมีนักเขียนคือ อู่เฉิงเอิน ได้ดัดแปลงการเดินทางของพระถังให้กลายเป็นวรรณกรรมที่สนุกสนาน เสริมเติมจินตานาการ เพิ่มความแฟนตาซีเข้าไป และเป็นวรรณกรรมที่มุ่งเชิดชูพุทธศาสนาให้เหนือลัทธิเต๋า แล้วสร้างตัวละครผู้ติดตามอย่าง ซุนหงอคง ตือโป๊ยก่าย ซัวเจ๋ง ซึ่งเชื่อกันว่ามาจากกิเลสในตัวพระถังแต่ละด้าน เปรียบเสมือนกิเลสที่พระถังต้องหาทางเอาชนะให้ได้ในระหว่างเดินทาง ซึ่งการเดินทางของศิษย์อาจารย์กลุ่มนี้ ก็ต้องมีการต่อสู้ปราบปีศาจ ผจญเรื่องราวต่างๆที่ทำให้คนอ่านทั่วไปชื่นชอบ แต่ในเรื่องราวของการปราบปีศาจนั้นที่จริงแล้วแฝงปริศนาธรรมต่างๆแทรกไว้ตลอดเรื่อง 

ส่วนไซอิ๋วเวอร์ชั่นของ Netflix เป็นงานสร้างจากทางออสเตรเลีย ในชื่อว่า The New Legends Of Monkey หรือในชื่อภาษาไทยคือ ตำนานราชาวานร ซึ่งก็ดัดแปลงเรื่องราวของ ซุนหงอคง และพระถังซำจั๋ง ออกมาในรูปแบบใหม่ที่ย่อยง่าย เน้นกลุ่มคนดูเด็กและวัยรุ่น ดังนั้นก่อนอื่นมีคำแนะนำว่า คนที่จะดูไซอิ๋วฉับบออสเตรเลียของ Netflix เวอร์ชั่นนี้ ให้ลบภาพของไซอิ๋วเวอร์ชั่นก่อนหน้าออกไปให้หมด เพราะแทบไม่มีอะไรเหมือนกับต้นฉบับเลย นอกจากการยืมชื่อตัวละคร และยืมอะไรบางอย่างจากต้นฉบับมาแปลงใหม่

โดยเนื้อเรื่องกล่าวถึง โลกในยุคมืดที่เหล่าปีศาจเข้าครอบครองโลกทั้งหมด ส่วนบรรดาเทพเจ้าที่เคยดูแลพิทักษ์โลกกลับถูกทำลายล้างไป เทพที่เหลืออยู่ก็ต้องใช้ชีวิตหลบซ่อนตัว ในขณะที่ ซุนหงอคง หนึ่งในนักรบเทพเจ้าที่มีพลังแกร่งกล้ากลับถูกผนึกไว้ในก้อนหินเป็นเวลา 500 ปี และมีคำทำนายว่า สักวันจะมี “พระถังซำจั๋ง” มาปลดปล่อยเขาออก แล้วเดินทางรวบรวมพระคัมภีร์ที่สูญหายและแยกเป็นส่วนๆไว้ให้กลับคืนมา นำโลกกลับสู่แสงสว่างอีกครั้ง

ไซอิ๋ว ฉบับออสเตรเลีย The New Legends Of Monkey ดัดแปลงใหม่เน้นแฟนตาซี ดูได้ทั้งครอบครัว ซุนหงอคง แสดงโดย ชัย แฮนเซ่น นักแสดงลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย เป็นเวอร์ชั่นที่เน้นดูสนุก ย่อยง่าย แต่คนที่ชอบไซอิ๋ว และดูของจีนมาหลายเวอร์ชั่นแล้ว อย่าคาดหวังอะไรมาก เพราะเป็นแนวสูตรสำเร็จ ไม่ได้มีอะไรฉีกแนวแปลกใหม่มากนัก เป็นไซอิ่วฉบับ Netflix ของออสเตรเลียที่สามารถดูได้เพลินๆทั้งครอบครัว เหมาะให้เด็กที่เริ่มต้นดูไซอิ่วลองดูฉบับนี้ก็ยังได้ครับ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว Netflix 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl คืนชีพกองทัพโจรสลัดสยองโลก

รีวิว หนัง Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl คืนชีพกองทัพโจรสลัดสยองโลกย้อนกลับไปปี 2003 หนังโจรสลัดที่ดังมาก ๆ อย่าง Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl  ภาพยนตร์ไตรภาคที่สร้างชื่อให้กับ Johnny Depp ในบทบาท กัปตัน แจ็ค สแปร์โรว์  กัปตันที่เหมือนไม่เต็มบาทที่พยายามเอาตำแหน่งกัปตันตัวเองคืน

รีวิว หนัง Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl คืนชีพกองทัพโจรสลัดสยองโลก เรื่องราวเริ่มต้นที่เรื่องราววัยเด็กของ อลิซาเบธ สวอนน์เด็กสาวลูกเจ้าเมืองที่กำลังเดินทางกลับไปยังบ้านเกิด พอร์ต รอยัล บังเอิญไปเห็นซากเรือที่ถูกโจรสลัดโจมตี และได้เจอกับวิล เทอร์เนอร์ ในวัยเด็ก ซึ่งวิลล์มีเหรียญโจรสลัดติดตัวมาด้วย อลิซาเบธกลัวว่าจะมีภัยกับวิลล์ จึงเก็บไว้

8 ปีต่อมา กัปตันแจ็ค สแปร์โรว มาที่พอร์ต รอยัลเพื่อปล้นเรือ ขณะเดียวกันเป็นวันที่เมืองนี้กำลังมีพิธีเลื่อนตำแหน่งของผู้การนอร์ริงตัน อลิซาเบธ ก็ได้มร่วมพิธีด้วยโดยสวมสร้อยที่มีเหรียญโจรสลัดมาร่วมงาน และได้เกิดอุบัติเหตุกับอลิซาเบธทำให้ตกลงไปในทะเล และเหรียญโจรสลัดเมื่อโดนน้ำทะเล ก็ส่งสัญญาณให้กลุ่มโจรสลัดที่กำลังตามหาเรียญ กัปตันบาร์บอซ่า เดินทางมายังพอร์ต รอยัลเพื่อจุดประสงค์บางอย่างเกี่ยวกับเหรียญโจรสลัด

ภาคแรกต้นฉบับของกัปตันแจ๊ค สแปร์โรว์ ที่ลงตัวที่สุด กลมกล่อมในด้านความบันเทิงมากที่สุด และเนื้อเรื่องหรือบทภาพยนตร์ ยังไม่ออกทะเลไปไกลมากเท่าภาคหลังๆ และสามารถเป็นงานบันเทิงแบบผจญภัยที่ดูได้ไม่เบื่อ เนื้อเรื่องหรือการเล่าเรื่องก็น่าติดตาม ดูสนุกขึ้นเรื่อยๆ ไปจนจบ มุกตลกที่สอดแทรกมาก็เล่นเอาฮากันครื้นๆ ซึ่งก็ช่วยทำให้มันดำเนินเรื่องไปด้วยความมันส์ฮาของจริงเลย ก็เลยน่าจะเป็นจุดเด่นของหนังชุดนี้เลย ที่มันจะมีอารมณ์ขันหรือมุกใส่ไปไว้ในหนัง ความน่าเบื่อระหว่างการดำเนินเรื่องเลยไม่ค่อยจะมีในหนังเรื่องนี้เพราะมันส์ทุกฉากเลยจริงๆ

ด้านงานสร้างก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ขึ้นชื่อว่าภาคแรก งานสร้างส่วนใหญ่ในหนังยังเน้นไปที่การสร้างเซ็ทฉากของจริงขึ้นมา ทั้งเรือโจรสลัด, หมู่บ้านย้อนยุค, รายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ในหนังยังดูลงทุนไปกับฉากของจริง ซึ่งเทคนิคก็ยังคงมีหน้าที่ในด้านเมคอัพหน้าโจรสลัดยามกลายร่าง มันเลยทำให้ดูอลังการมาก ยิ่งได้ เจอร์รี่ บรั๊คไฮเมอร์ ผู้สร้างมือทองจากผลงานมหามันส์ในอดีตอย่าง The Rock, Top gun, Armargeddon ฯลฯ มาโปรดิวเซอร์ให้ก็ยิ่งทำให้หนังครบองค์ประกอบทั้งความมันส์ และความยิ่งใหญ่อลังการของงานสร้าง

ส่วนดาราก็นับว่าจัดเต็มด้วย งานนี้นับว่าเป็นของตายและคงเป็นภาพติดตาไปแล้วสำหรับ จอห์นนี่ เด็ปป์ ที่เข้าขากับบทเพี้ยนๆ เท่ห์ๆ เปี่ยมไปด้วยลูกบ้าแบบ แจ๊ค สแปร์โรว์ เหลือเกิน

สรุปแล้ว คืนชีพกองทัพโจรสลัดสยองโลก ภาคแรกของกัปตันแจ๊คนี่ นับว่าเป็นอีกหนึ่งงานที่ควรลองมาชม ดูกี่รอบก็ไม่เบื่อ ครบทั้งความมันส์สะใจ ฉากแอ๊คชั่นยิ่งใหญ่ และมุกตลกฮาครื้นที่จะทำให้ดูตั้งแต่ต้นจนจบไม่ไปไหน ใครทีคิดถึงกับตันแจ็ค ก็กลับมาดูอีก ไม่มีเบื่อแน้นอนขอบอก

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง Saving Private Ryan เซฟวิ่ง ไพรเวท ไรอัน ฝ่าสมรภูมินรก

รีวิว หนัง Saving Private Ryan เซฟวิ่ง ไพรเวท ไรอัน ฝ่าสมรภูมินรก หนังสงครามอาจเป็นหนังที่หลายคนไม่ชอบ เพราะส่วนใหญ่ก็จะรู้กันอยู่แล้วว่ามันมักจบแบบใหน คือถ้าไม่อยากดราม่า น้ำตาแตกก็คงไม่ดูกัน แต่สำหรับเรื่องนี้เป็นหนังสงคราม ที่ถึงแม้คนไม่ชอบหนังแนวนี้ก็ยังต้องดู แถมยังติดอันดับหนังดี ในใจของใครหลายคนด้วย [ สปอยนิดๆ ]

รีวิว หนัง Saving Private Ryan เซฟวิ่ง ไพรเวท ไรอัน ฝ่าสมรภูมินรก นี่เป็นหนังที่มีแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง เป็นเรื่องราวของทหารกลุ่มหนึ่งในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากที่บุกขึ้นหาดได้เสร็จในวันดีเดย์ หลังจากนั้น 3 วัน ร้อยเอกจอห์น มิลเลอร์ได้ถูกมอบหมายภารกิจพิเศษโดยให้ไปตามหาและพาตัวพลทหารเจมส์ ไรอันกลับมาบ้านแบบมีชีวิต เนื่องจากพี่น้องของเขาทั้ง3คน ที่เป็นทหารเหมือนกัน ได้เสียชีวิตในสนามรบไปหมดแล้วในเวลาไล่เลี่ยกัน ( ในเรื่องจริง มีพี่น้องคนหนึ่งไม่ได้เสียชีวิต แต่ถูกทางกองทัพญี่ปุ่นจับตัวไป แต่มารู้ข่าวในภายหลัง ) นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของตระกูล

ทางกองทัพจึงอยากจะตอบแทน แม่ของไรอันโดยการตามตัวไรอัน ซึ่งเป็นลูกชายคนสุดท้องกลับคืนสู่ครอบครัวแบบเป็นๆ หลังจากที่โดดร่มแล้วหายตัวไปในสนามรบ ปฏิบัติการณ์นี้มีร้อยเอกจอห์นเป็นหัวหน้าทีม นี่เป็นภารกิจที่เสี่ยงอันตรายมาก มันจึงมาพร้อมกับคำถามอยู่ตลอดเวลาว่าคุ้มค่าแล้วหรือ ที่จะส่งกำลังทหารหลายนายเข้าไปเสี่ยงชีวิต เพื่อช่วยคนเพียงคนเดียว เพราะทหารคนอื่นก็มีครอบครัวที่ต้องกลับไปหาเช่นเดียวกัน จึงทำให้ปฏิบัติการณ์ครั้งนี้เหล่าทหารต้องสู้ทั้งศัตรูและสู้ทั้งความสับสนที่กัดกินจิตใจด้วย

หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่หลายคนยกขึ้นหิ้งว่าเป็นที่สุดของหนังสงคราม เพราะมีครบทุกรสชาติทั้งสนุก มันส์ เศร้า ซึ้งและดราม่า หนังสื่อสารกับผู้ชมถึงความโหดร้ายและความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากสงครามได้เป็นอย่างดี ฉากเปิดเรื่องประมาณ 15 นาทีแรกกับฉากตอนจบเป็นอะไรที่ประทับใจผู้ชมมานานหลายปี ฉากในเรื่องบอกเลยว่าฆ่าเป็นฆ่า เลือดเป็นเลือด ใครไม่ค่อยชอบเลือดอาจไม่เหมาะกับเรื่องนี้ แต่มันเป็นหนังดีที่ควรค่าแก่การชมจริงๆ สุดท้ายแล้วทหารมากมายได้สละชีวิตไปในปฏิบัติการณ์นี้ ไรอันได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยพร้อมกับความรู้สึกขอบคุณและคำถามที่เกิดขึ้นในใจไปตลอดชีวิตเช่นเดียวกัน

Saving Private Ryan เป็นภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่และได้รับการจับตาเป็นอย่างมากในปี ค.ศ. 1998 อีกทั้งเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดประจำปีนั้นด้วย โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความสูญเสียของกำลังทหารและชีวิตผู้คนในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของสงคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในฉากเปิดเรื่องที่ยาวกว่า 10 นาที ที่เป็นการบุกหาดโอมาฮ่า ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสมรภูมิที่สูญเสียที่สุดของกองทัพสหรัฐอเมริกา ได้รับคำวิจารณ์ว่าทำได้เสมือนจริงอย่างมาก และหลายคนได้นำไปเปรียบเทียบกับภาพยนตร์แนวเดียวกันในอดีต อย่าง The Longest Day ในปี ค.ศ. 1962

เมื่อเข้าฉายแล้ว ได้รับการจับตาอย่างยิ่งว่าจะคว้ารางวัลได้หลายรางวัล ทั้ง รางวัลออสการ์หรือรางวัลลูกโลกทองคำ รวมทั้ง รางวัลอื่น ๆ ด้วย ซึ่งภาพยนตร์ก็คว้าได้หลายรางวัลด้วยกัน โดยเฉพาะการแสดงที่โดดเด่นอย่างมากของ ทอม แฮงค์ และเจเรมี เดวีส์ ที่รับบทเป็นพลทหารอับฮัม ที่ตื่นตระหนกตลอดเวลา เป็นเหมือนลูกไล่และจุดอ่อนของกองกำลัง

ซึ่งในระหว่างที่เข้าฉายนั้น ก็มีภาพยนตร์ในแนวเดียวกัน คือ The Thin Red Line ของทเวนตี้ เซนจูรี ฟอกซ์ เข้าฉายในเวลาเดียวกัน เสมือนเป็นคู่แข่งและคู่เปรียบเทียบ ในรางวัลออสการ์มีชื่อเข้าชิงมากถึง 11 รางวัล ประกอบไปด้วย รางวัลใหญ่ ๆ ด้วยกัน เช่น ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, บันทึกภาพยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม, บันทึกเสียงยอดเยี่ยม เป็นต้น คอหนังสงครามห้ามพราดเด็ดขาด มีให้ชมแล้วบน netflix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิวหนัง Santana : สำหรับคนชอบแอคชั่นเดือดๆจากแอฟฟริกาใต้บน Netflix

แอดมินขอนำเสนอเลยครับสำหรับคนรักหนังแนวแอ็กชั่นไล่ล่าจากประเทศแองโกล่า แอฟฟริกาใต้ที่เพิ่งลง Netflix เกี่ยวกับการไล่ล่าแก้แค้นของสองพี่น้องตระกูลซานตาน่า ที่ต้องการล้างแค้นให้กับพ่อแม่ของเขาที่ถูกฆาตกรรมไปเมื่อ 35 ปีก่อนเนื้อเรื่องจะเป็นยังไงไปดูรีวิวกันเลย เรื่องราวของหนัง จะเล่าถึงพี่น้องซานตาน่า มาทิอัส และดิอัส

ที่พ่อแม่ของพวกเขาถูกฆาตกรรมไปเมื่อ 35 ปีก่อน และปัจจุบัน คนพี่มาทิอัส ได้กลายเป็นนายทหารปราบปรามยาเสพติด และคนน้องดิอัส ได้เป็นหัวหน้าชุดตำรวจปราบปรามยาเสพติด ในขณะที่พวกเขากำลังปฏิบัติหน้าที่ ก็ได้เบาะแสเกี่ยวกับอาชญากรยาเสพติดตัวเป้ง และยังเป็นคนเดียวกับที่เคยฆ่าพ่อแม่ของพวกเขา ทั้งสองพี่น้องจึงหาทางตามล่าคนร้ายให้ได้

เอาละครับมาเข้าเรื่องเนื้อหาสำคัญของเรื่องมีแค่นี้จริงๆ สำหรับหนังจากแอฟฟริกาใต้เรื่องนี้ เป็นการไล่ล่า เพื่อล้างแค้นส่วนตัว และด้วยความเป็นหนังแอ็กชั่น ความโหดมันเลยโผล่มาตั้งแต่ต้นเรื่องที่มันทำให้เราได้เห็นฉากเด็กถูกยิงแต่ความเป็นหนังแอ็กชั่นโดยรวมต้องบอกเลยว่าฉากพวกนี้น้อยเกินมาตรฐานทั่วไปค่อนข้างเยอะ แต่อยากจะให้ทำความเข้าใจและเปิดใจดูด้วย เพราะนี้คือหนังจากแอฟฟริกาใต้ ถ้าทำความเข้าใจได้แบบนี้และเปิดใจดูมันก็พอจะดูได้อยู่บ้าง

ขอสรุปสำหรับหนังเรื่องนี้เลยครับ แอดมินว่าฉากไล่ล่านั้น มีประมาณ 30% จากทั้งเรื่อง ทั้งๆ ที่หน้าหนังมันนำเสนอมาแบบว่า ไล่ล่า ล้างแค้น เจ้าฆ่าพ่อข้า แต่พอดูจริงๆ เนื้อหาน้อยนิด มีแต่น้ำ แต่ฉากแอ็กชั่นก็พอดูได้ ไม่ได้แย่ อยู่ในระดับกลางๆ แล้วเน้นไปดำเนินเรื่องเรื่อยเปื่อย เช่นด้านความรัก หรือดราม่าที่ดูแล้วมันไม่ได้เป็นสาระสำคัญอะไรกับเนื้อเรื่องหลัก แต่ฉากพวกนี้มีเยอะ มันก็เลยดูแปลกๆ ขัดๆ กันกับหนังที่จั่วหัวมาว่าแอ็กชั่นอย่างเนื้อหาหลัก การล้างแค้นให้พ่อแม่ อันนี้ก็ไม่มีมูลเหตุจูงใจให้เราอินไปกับตัวละครได้เลย

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว Netflix