รีวิว ฮักเถิดเทิง Love Rumble The Movie

รีวิว ฮักเถิดเทิง Love Rumble The Movie ฮักเถิดเทิงLove Rumble The Movie มาแล้วกับภาพยนตร์ รัก โรแมนติก คอมเมดี้ อินดี้ จั๊กกะจี้หัวใจ [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว ฮักเถิดเทิง Love Rumble The Movie ฮักเถิดเทิงLove Rumble The Movie เรื่องราววุ่นๆที่เกิดขึ้นในงานมหกรรมการแสดงหมอลำใจกลางเมืองใหญ่ของภาคอีสาน เมื่อก๊วนบอยแบนด์ซุป’ตาร์อย่าง หมอลำผู้คลั่งไคล้เอลวิสศิลป์ชัย [ก้อง ห้วยไร่]หนุ่มแหบเสน่ห์ผู้หลงใหลการเต้นมูนวอล์ก เพชร [แซ็ค ชุมแพ] และหมอลำแร็กเก้ พิณ[เบิ้ล ปทุมราช]ต้องมาพ่ายแพ้ผลโหวตให้กับเกิร์ลกรุ๊ปแห่งภาคอีสาน แต่เหล่าก๊วนบอยแบนด์ กลับพบว่าการโหวตครังนี้มีเบื้องหลัง เพื่อตามหาความจริง พวกเขาจึงต้องแผงตัวเข้ามาสืบและไขข้อกระจ่างทั้งหมด

คอหนังโรแมนติกคอมเมดี้อินดี้อีสาน ได้ฮากระจายทั่วประเทศ เอ็มพิคเจอร์ส และ แลนด์ ออฟ สไมล์ฟิล์ม ปล่อยภาพยนตร์ฮักเถิดเทิงมาให้ชมกันงานนี้แก๊งซุป’ตาร์สายฮาเสียงดี ก้อง ห้วยไร่, เบิ้ล ปทุมราช และ แซ็ค ชุมแพ ชวนพี่ๆน้องๆวงการลูกทุ่งอินดี้รุ่นใหม่ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น, เนสกาแฟ ศรีนคร และ อาม ชุติมา


ยันก๊วนตลกฝีมือเก๋า อาภาพร นครสวรรค์, อี๊ด โปงลางสะออน,ค่อม ชวนชื่น,ตาต้าร์ ไทบ้าน เดอะซีรี่ส์,พิม นาคำไฮ โดยมี อรุณธีรเดช สพันอยู่ ผู้กำกับถนัดสายฮาที่เคยสร้างความประทับใจจนพาหนัง [ออนซอนเด] กวาดรายได้ไป 70 ล้านบาท รับหน้าที่ปรุงแต่งความสนุกอีกครั้ง

และเพื่อให้สมกับเป็นภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้จั๊กกะจี้หัวใจ การคัดสรรนางเอกแต่ละคนมาประกบคู่กับ3 ซุป’ตาร์สายฮาเสียงดี ก้องห้วยไร่,เบิ้ลปทุมราช,แซ็คชุมแพ ได้นั้นจะสวยอย่างเดียวไม่ได้ เคมีต้องลื่นไหลกับหนุ่มๆด้วย งานนี้ผู้กำกับ อรุณธีรเดช สพันอยู่ แคสท์ติ้งนางเอกอยู่หลายคนกว่าจะมาเป็น ชิงชิง คริษฐา สังสะโอภาส,ลำไย ไหทองคำ,นะโม ไทบ้านเดอะซีรี่ส์

ช่วงนี้ใครที่เบื่อๆกับโควิดเบือกับวัคซีน เบื่อกับการกักตัว แอดแนะนำฮักเถิดเทิงรับรองคลายเครียดได้ดีจริงๆ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์ไทย

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง ไทบ้าน x BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้

รีวิว หนัง ไทบ้าน x BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้ ตัวแทน​จาก​ BNK48 ทั้ง​ 8​ คน​ ได้รับมอบหมายภารกิจลับ​ ให้ทำเพลงแนวหมอลำ และทั้ง​ 8​ คนต้องมาเรียนรู้​ และใช้ชีวิตแบบคนอีสาน​ เพื่อให้เข้าใจวัฒนธรรม​ และการสื่อสารผ่านเพลงหมอลำในแบบฉบับ​ BNK48 มาเอาใจช่วยน้องๆกันนะ [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว หนัง ไทบ้าน x BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้ BNK48 กลุ่มไอดอลหญิงประสบกับปัญหาด้านความนิยมของเพลงทำให้ จ๊อบซัง เจ้าของบริษัทตัดสินใจจะเสี่ยงในการทำเพลงลูกทุ่งอีสานโดยจ้าง ก้อง ห่วยไร่ ศิลปินที่มีชื่อเสียงในด้านดนตรีและบทเพลงแนวอีสานให้มาทำโปรเจกต์เพลงของอีสานให้โดยมีค่าจ้าง 3 ล้านบาท ก่อนที่จะพาสมาชิกทั้งหมดในโปรเจกต์นี้ทั้งหมด 8 คนไปทำเพลงที่บ้านโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี

เงื่อนไขว่า ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด โดยได้ จาลอด เพื่อนไทบ้านที่อยู่ด้วยกันมาเป็นผู้ช่วยในการสอนน้องๆ BNK48 ทั้ง 8 คน ในการทำเพลงอีสานอีกด้วย และนี้ก็จะเป็นเรื่องราวของไอดอลลูกคุณหนูจากเมืองกรุง ต้องมาเรียนรู้ชีวิตความลำบากจากบ้านนอกเพื่อซึมซับวิถีชีวิตของคนอีสาน และรังสรรค์บทเพลงท่วงทำนองอีสานที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของพวกเธอ ที่ผสมผสานกลมกล่อมเข้ากับวิถีชาวบ้านแบบอีสานแท้ๆ ขึ้นมาจนได้พบกับความ โดดดิด่ง

โปรเจกต์นี้คือความร่วมมือระหว่างBNK48 ออฟฟิศ กับ เซิ้งโปรดักชั่น ช่วยกันทำภาพยนตร์เรื่อง ไทบ้าน x BNK48 ซึ่งภาคก่อนหน้าเรื่องไทบ้าน เดอะซีรีส์ เป็นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับคนกลุ่มหนึ่งที่ใช้ชีวิตในบ้านนอกและวัฒนธรรมต่างๆของคนอีสาน เนื้อหาจะเป็นการเล่าเรื่องที่เรียบง่ายแต่กลับตีตลาดต่างจังหวัดและทำรายได้จำนวนมาก จนมีภาพยนตร์ ไทบ้าน เดอะซีรีส์ ฉายออกมาแล้วทั้งหมดจำนวน 3 เรื่อง

และเรื่อง ไทบ้าน x BNK48 เป็นเรื่องที่ 4 ซึ่งจะเป็นการขยายจักรวาลไทบ้านและเป็นการตีตลาดต่างจังหวัด ทำให้คนต่างจังหวัดรู้จักวง BNK48 มากขึ้นอีกด้วย โดยครั้งนี้หนังได้สองผู้กำกับอย่าง สุรศักดิ์​ ป้องศร กับธิติ​ ศรีนวล จากหนังไทบ้านเดอะซีรีส์มารับไม้จาก BNK48 ในการนำน้องๆกลุ่มไอดอล BNK48 มาเล่นในแบบฉบับหนังไทบ้าน เพื่อเสริมกำลังรุกเข้าสู่ตลาดที่แตกต่างจากฐานแฟนเดิมของกันละกัน เป็นโพรเจกต์ที่มองว่าวินๆทั้งคู่

และที่สำคัญรอบนี้เรายังจะได้เห็นน้องๆ BNK48 กลุ่มใหม่ๆที่แตกต่างจากหนังเรื่องเก่าๆมาโลดแล่นกันบ้างไม่ว่าจะเป็น น้ำหนึ่ง, ปูเป้, เนย, แก้ว, โมบายล์, น้ำใส, ตาหวาน และ ไข่มุก มาเล่นเป็นตัวเองในเรื่องนี้และข้อดีคือเราได้เห็นมุมมองของฝั่งผู้บริหารและการทำงานของหลังบ้านวง BNK48 แบบใกล้ชิดอีกด้วย ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของหนังไทบ้านที่เน้นความเป็นธรรมชาติ แสดงเหมือนไม่ได้แสดงทำให้น้องๆ BNK48 

แสดงความเป็นตัวเองออกมาในหนังได้ดี และไม่ต้องพึ่งพลังแสดงมากนัก ในหนังเราจะได้เห็นโมเมนต์ต่างๆของน้องๆน่ารักๆโก๊ะๆ อะไรแบบนี้อยู่ในสถานการณ์ที่เราไม่ได้เห็นตามปกติทั่วไปได้เห็นน้องๆจับปลา ดำนา นั่งมอเตอร์ไซค์ กินอาหารแบบบ้านๆพูดภาษาอีสาน บางคนก็ได้แสดงเป็นตัวเองออกมาได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะน้อง เนย BNK48 [ แอดเองก็ชอบนะ ] ที่เป็นอีกหนึ่งในตัวละครที่ขับเคลื่อนในหนังเลยก็ว่าได้

ส่วนนักแสดงฝั่งไทบ้านก็ยังแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดิม เพราะเป็นนักแสดงตัวหลักที่แสดงได้ลื่นใหลไม่มีที่ติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในมุมมองของนักดูหนัง ถ้าจะบอกว่าหนังแย่มากก็คงไม่ใช่ แค่บทมันเป็นจังหวะโดดดิด่งมากจนเกินไปจนคนดูไม่อิน แต่ถ้าเรื่องเสน่ห์นักแสดงบอกได้เลยว่า ดีงามทุกตัวละคร BNK48กรุ๊ป นี่ของเขาไม่ธรรมดาจริงๆ

โดยรวมต้องบอกว่าไทบ้าน x BNK48อาจไม่ได้เป็นหนังดีที่สุด แต่ในด้านความสนุกครบรส หนังเรื่องนี้จัดว่าคุ้มค่า ยิ่งถ้าคุณเป็นแฟนๆของไทบ้าน [ คุณอาจจะรักสาวๆกรุ๊ปนี้ และแฟนๆ BNK48 ก็อาจจะชอบบ่าวไทบ้านเหมือนกัน ] ซึ่งอย่างน้อยเราก็ได้เห็นแล้วว่า ปลาดิบ VS ปลาแดก ถึงแม้มันจะมีรสชาติโดดๆจนต้องร้องโดดดิด่ง ยังไงมันก็ยังแซ่บหลายม่วนหลาย เด้อพี่น้อง

และ  End Credits ท้ายเรื่อง จาลอดกลับมาคุยกับหมอปลาวาฬอีกครั้ง โดยหมอปลาวาฬตกลงที่จะเป็นเพื่อนกันกับจาลอด ถ้าหากเขาจะมองว่าเธอเป็นเพื่อนอยู่ และนี้คือการปูเรื่องเข้าสู่ หมอปลาวาฬ หนังภาคแยกลำดับต่อไปของจักรวาลไทบ้าน [ คู่แข่งจักรวาลมาเวล ] ไทบ้าน x BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้ จะดีหรือแย่อย่างไรก็อยากจะแนะนำให้ดูและเข้าไปสัมผัสด้วยตัวของคุณเอง แล้วคุณจะต้องโดดดิด่งๆแน้นอนรับชมได้แล้ว บน Netflix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์ไทย

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

 

รีวิว หนัง Thunder Force ขบวนการฮีโร่ฟาดฟ้า

รีวิว หนัง Thunder Force ขบวนการฮีโร่ฟาดฟ้า หนังตลกแอ็กชั่นซุปเปอร์ฮีโร่ เบาสมองแนวหญิงแกร่ง แรงเต็ม100 กับมุกตลก โปกฮา โอ้ลั่นล้า [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว หนัง Thunder Force ขบวนการฮีโร่ฟาดฟ้า ในโลกที่เกิดบรรดาผู้มีพลังพิเศษที่เรียกว่า เครียมส์ ซึ่งมาจากผู้มีแนวโน้มในการก่อเหตุร้าย ทำให้โลกกลายเป็นสังคมที่เกิดเหล่าวายร้ายที่มีพลังพิเศษ มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งคือ เอมิลี่ ที่สูญเสียพ่อและแม่ที่เป็นนักวิจัยไปเพราะพวกเครียมส์ เธอจึงมุ่งมั่นตั้งใจเรียนเพื่อจะโตมาเป็นนักวิจัยแล้วค้นหาวิธีทำให้มนุษย์ธรรมดามีพลังพิเศษแล้วต่อสู้กับวายร้ายได้ ซึ่งในวัยเด็กเธอได้พบกับ ลิเดีย เด็กหญิงสุดห้าวที่กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน

ถึงแม้เอมิลี่จะสนิทกับลิเดียแค่ไหน แต่วันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งสองต้องบาดหมางใจกัน และไม่ได้ติดต่อกันเกือบยี่สิบปี จนกระทั่งเมื่อทั้งสองเข้าสู่ช่วงชีวิตวัยกลางคน ลิเดียพยายามหาทางติดต่อเอมิลี่เพื่อให้กลับมาร่วมงานเลี้ยงรุ่น และเธอก็ได้พบความจริงว่าเอมิลี่นั้นกลายเป็นนักวิจัยที่มีบริษัทใหญ่โตและร่ำรวยราวกับโทนี่ สตาร์คโอ้วๆ ซึ่งเธอกำลังค้นคว้าวิธีการทดลองเปลี่ยนแปลงระบบพันธุกรรม แต่ด้วยความซุ่มซ่ามของลิเดียทำให้เธอถูกฉีดสารเคมีและทำให้ตัวเองมีพลังพิเศษขึ้นมาแบบไม่ได้ตั้งใจ [ นั้นใง ]

ระหว่างที่ลิเดียกำลังรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายนั้น และเธอก็พบว่าตัวเองหลงใหลกับการกิน ไก่ดิบๆ [ เหมือนยายยิบเลย ]พร้อมๆกับพละกำลังที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ส่วนเอมิลี่เอง ก็ปรับสมดุลร่างกายของตนเองจนพบว่ามีพลังวิเศษในการล่องหน [ โอ้วงานนี้มันแน้ๆ ] ทั้งสองจึงร่วมมือกันเพื่อออกปราบเครียมส์และฟื้นฟูความสัมพันธ์อันก่อเกิดเป็นมิตรภาพอีกครั้ง

เรื่องนี้เป็นหนังตลกแนวแอ็กชั่นแนวเบาสมอง ย่อยง่ายตามสูตรสำเร็จ เพราะเรื่องนี้เป็นผลงานของผู้กำกับ Ben Falcone และภรรยาของเขาคือ Melissa McCarthy ซึ่งเป็นนักแสดงตลกหญิงร่างอวบ มารับบทแสดงนำในเรื่องนี้ด้วย ส่วนตัวหนังก็จะมาในแนวมุกตลกสัปดน เพียงแต่อยู่ในขอบเขต [ แต่เกือบจะ18+ละ แต่ก็ยังไปไม่ถึง ] มาบวกกับมุกตลกเฉพาะตัวที่มาในสไตล์ดาราตลกหญิงที่ความสามารถเฉพาะตัวมาก คือถ้าคนเส้นตื้นก็จะฮาหลายฉาก แต่ถ้าไม่ก็จะแป้กกันสุดๆ ไปเลยเหมือนกันครับ

แต่เผอิญว่านี่เป็นหนังตลกแอ็กชั่น แม้ว่าพาร์ทดราม่ามิตรภาพจะทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่เนื้อหาหลักของเรื่องก็อยู่ที่เรื่องราวแบบซุปเปอร์ฮีโร่ และฉากแอ็กชั่นคอเมดี้ ซึ่งแม้ว่าจะทำออกมาได้ดีอยู่บ้างในบางในหลายๆฉาก แต่ในภาพรวมของหนังก็เต็มไปด้วยความสนุกอะนะ การเดินเรื่องแบบตามสูตร ช่วงที่หนังเข้าสู่ช่วงการต่อสู้ ทีนี้ละมันเลย

อีกอย่างการที่ตัวหนังใช้ดาราหญิงตลกร่างอวบ มารับบทนำ และใช้ดาราหญิงผิวสีร่างอวบอีกคนมารับบทตัวรอง ก็อาจจะทำให้คนดูผู้ชายหลายคนไม่ค่อยอยากจะดูมากนัก [ ย้ำนะแค่บางคน ] แต่นะถ้าเป็นผู้ชมที่เป็นผู้หญิง อาจจะรู้สึกอินกับเรื่องราวมิตรภาพของสองตัวละครในช่วงแรกจนสามารถตามดูต่อไปได้ครับ

ส่วนบอสใหญ่ของเรื่อง The King ที่ใช้พลังแบบเดียวกับนางเอก แต่ที่เซอร์ไพร์สคือ นี่เป็นบอสที่ดันมาปล่อยมุกตลกร่วมกับ Jason Bateman ซึ่งถือว่าเป็นผู้ใช้พลังพิเศษที่สุดพิสดารคือมือก้ามปู แล้วไอ้การรับส่งมุก [ ตะลึ้งตึ่งโปะ ]ของทั้งสองคนนี้กลับทำได้ดีซะยิ่งกว่าการเป็นบอสที่โชว์พลังอะไรมากมายอีกด้วย เรียกว่ามุกตลกฝั่งตัวร้ายคือจุดข่ยเลยละ เพราะทำได้กว่าที่คิดอีก ซึ่งเป็นตลกเฉพาะตัวแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นใครทำเท่าไหร่ [ เหมือนดู หม่ำ เท่ง โหน่ง เลย ] และในขณะที่ฉากแอ็กชั่น ก็ถือว่าCGทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง ไม่ได้เด่นแต่ก็ไม่ได้แย่ และฉากบู๊ในช่วงท้ายก็ทำได้ดีมากๆ ช่วงนี้ใครที่เบื่อๆกับโควิดละก็ดูได้นะครับ รับชมได้แล้ว บน Netflix 

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว Netflix 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง อีเรียมซิ่ง

รีวิว หนัง อีเรียมซิ่ง คอมเมดี้กาว ๆ ที่ยังฮาไม่สาแก่ใจ ถึงจะเป็นตลกสูตรสำเร็จ แต่ถ้าจังหวะดีก็มีชัยกว่าครึ่ง [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว หนัง อีเรียมซิ่ง ความจริงชื่อของอีเรียมซิ่งผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ในโปรแกรมมาตั้งแต่ต้นปี 2020 แล้วและนี่น่าจะเป็นหนังไทยตกค้าง มาจากช่วงการระบาดของโควิด19เมื่อตอนต้นปีที่อยู่ในการรับรู้ของคนไทยมากที่สุดแล้ว และหลังจากที่เลื่อนไปมาจนลงตัวในที่สุดเราก็จะได้เห็นเบลล่า ราณี แคมเปน ในมาดอีเรียมวีรสตรีแห่งบางน้ำกร่อยกันแล้ว

เมื่อโจรปากแดงสุดโฉดออกล่าพรหมจรรย์สาวๆ เพื่อความเป็นอมตะ และจุดหมายของมันคือ อีเรียม (ราณี แคมเปน) สาวแสบแห่งบางน้ำกร่อยที่ต้องรวบรวมความกล้าและของดีของหลวงพ่อไปช่วยแม่และแรม (ณปภา ตันตระกูล) พี่สาวกุลสตรีแสนเรียบร้อยของนาง แต่งานนี้อีเรียมไม่ได้สู้เพียงลำพังเพราะยังมีพรรคพวกสุดแสบทั้งฟักทอง (เดียร์ริส สุภัทรภณ กสิกรรม) เพื่อนกะเทยร่วมเรือน ศรฆ้อนมหากาฬ (น้าค่อม ชวนชื่น) โตโล่บิน (โรเบิร์ต สายควัน) และ หมอ (บอล เชิญยิ้ม) หมอยาสมุนไพรวิเศษ งานนี้อเวนเจอร์แห่งบ้านบางน้ำกร่อยจะช่วยครอบครัวจากโจรร้ายได้หรือไม่

จากแม่การะเกดในละครบุพเพสันนิวาส ล่าสุด เบลล่า ราณี กำลังจะมีผลงานย้อนยุคเรื่องใหม่ให้แฟน ๆ ได้ติดตามอีกครั้งกับ อีเรียมซิ่ง ที่คราวนี้สาวเบลล่าพร้อมจัดเต็มความฮากับบทบาท อีเรียม วีรสตรีแห่งบางน้ำกร่อย ซึ่งทีเซอร์แรกของหนังได้ถูกปล่อยออกมาให้ชมกันแล้ว จากตัวอย่างเราจะเห็นว่า เบลล่า จัดเต็มความฮา ทั้งความทะเล้นที่มาพร้อมกับมุกตลกแพรวพราว จัดเต็มขนาดนี้ก็ไม่แปลกใจเพราะหนังเป็นผลงานการกำกับของ พฤกษ์ เอมะรุจิ เจ้าของความฮาใน ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก ทั้ง 2 ภาค พร้อมด้วยผู้อำนวยการสร้างอย่าง ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ กับผลงานเรื่อง แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้

แม้ว่ามุกตลกในหนังที่ใส่เข้ามาจะไม่ได้มีอะไรหวือหวา และแปลกใหม่อะไรเท่าไหร่นัก แต่การแสดงของ เบลล่า ราณี ก็ยังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้หนังสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เธอสามารถแบกรับหนังทั้งเรื่องเอาไว้ได้อยู่หมัด โชว์ทักษะการแสดงบ้าๆ บอๆ และไม่กลัวสวยออกมาได้อย่างสมจริง โดยเฉพาะการหยอดมุกที่ดูเข้าขากับนักแสดงตลกมืออาชีพได้อย่างลงตัวและไม่มีติดขัดสักฉาก

หากดูที่หน้าจอทีวีในเวลาก็น่าจะเป็น เบลลา ราณี ในอีกคาแรกเตอร์กับละครเรื่องแซ่บ แต่หากมาอยู่บนจอใหญ่ก็จะได้เห็นเธอในอีกคาแรกเตอร์ที่พลิกขั้วเป็นสาวชาวบ้านที่แพรวพราวไปด้วยเสน่ห์ความก๋ากั๋น และสร้างอารมณ์ขันได้เป็นอย่างดี จึงเป็นการงัดทักษะการแสดงของนักแสดงสาวผู้นี้ออกมา และได้ปล่อยของในอีกมุมอีกด้านที่ไม่ค่อยได้เห็นเธอในมุมนี้เท่าไหร่

โดยภาพรวมของ อีเรียมซิ่ง ถือว่าทำออกมาได้ตอบโจทย์คนดูในทุกๆ ทาง แม้ว่าจะเป็นเพียงหนังตลกสูตรสำเร็จเรื่องหนึ่งก็ตาม แต่ภายใต้ความสำเร็จรูปในแบบต่างๆ ก็สามารถสร้างอรรถรสความบันเทิงให้กับคนดูได้อย่างตรงไปตรงมา ตลอดระยะเวลากว่าชั่วโมงครึ่งของหนังเป็นประสบการณ์ที่ทำให้คนดูได้ผ่อนคลายและปล่อยเสียงหัวเราะออกมาได้แบบไม่เคอะเขิน

และที่สำคัญหนังยังมาพร้อมกับการเซอร์ไพรส์แบบคำโตๆ ที่ทำให้คนดูต้องร้องว้าวที่เป็นไฮไลท์เด่นอีกส่วนหนึ่งของหนัง และยิ่งเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับหนังเข้าไปอีก นี่จึงกลายเป็นความเฉิดฉายอีกครั้งของนางเอกสาว เบลล่า ราณี ที่เธอสามารถก้าวมาโดดเด่นได้บนจอใหญ่ แม้จะไม่ใช่หนังเรื่องแรกของเธอ แต่ถือว่าเป็นความสำเร็จของเธอในฐานะนักแสดงหนังที่ก้าวมาเป็นซุปตาร์ในวันนี้แล้ว ห้ามพลาดเด็ดขาด

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์ไทย

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง Pee Nak พี่นาค

รีวิว หนัง Pee Nak พี่นาค หนังไทยที่ปัจจุบัน 100 ล้านไปแล้ว ทำไม เพราะอะไร ทำหนังแบบนี้ก็ได้ร้อยล้านแล้วใช่มั้ย [ สปอยนิดๆ ]

รีวิว หนัง Pee Nak พี่นาค โหน่ง หนุ่มหล่อวัยเบญจเพสสุดซวย ที่ถูกหักอก และตกงานในเวลาเดียวกัน เขาหอบหิ้วความเสียใจขึ้นรถโดยสาร เพื่อเดินทางกลับไปพักใจที่บ้านเกิด แต่กลับซวยซํ้าสอง เมื่อไปเจอกับเพื่อนเก่าอย่าง บอลลูน เฟิร์ส และก๊อต แก๊งกระเทยเพื่อนซี้ หอบหิ้วดีกรีแฟชั่นนิสต้า ที่หวังเคลมโหน่งอย่างออกนอกหน้าจนโหน่งเอือมระอา แต่เพื่อนซี้มีอันต้องซี้ไปจริงๆ เมื่อรถโดยสารที่พวกเขานั่งมา เกิดอุบัติเหตุจนทําให้ก๊อตเสียชีวิต ทั้งสามโศกเศร้า และยังหวาดผวาต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงตกลงปลงใจจับมือพากันไปบวชล้างซวย แต่เคราะห์ซํ้ากรรมซัดขัดใจตุ๊ด เมื่อวัดที่ทั้งสามคนตั้งใจไปขอบวชนั้น มีเรื่องเล่าขานว่าวัดนี้มีผีพี่นาคที่เฮี้ยนแรงขั้นสุด เกิดเป็นอาถรรพ์อันน่าสะพรึงรอคอยอยู่ งานบวชก็ต้องมี เรื่องผีก็โผล่มา กลายเป็นความผวาเลเวลอัพ ทั้งสามจึงรวมพลังตั้งสติวีนวัดแตก เพื่อให้ได้บวชอย่างที่ตั้งใจ แต่การบวชครั้งนี้จะลุล่วงสมปรารถนา หรือพวกเขาจะกลายเป็นผีนาคเฝ้าวัดสานต่อตํานานสยองพี่นาคคนต่อไป

หนังขึ้นชื่อว่าเป็นหนังผีตลกอีกเรื่องหนึ่ง แบบว่าทำมายังไงก็ไม่ขาดทุน ในส่วนของความเป็นผีนั้นต้องชื่นชม ผกก. ที่มาจากสายงานกำกับศิลป์ หนังไทยมาหลายต่อหลายเรื่อง ลองมาหมดแล้วแทบทุกแนว จึงแม่นในการสร้างบรรยากาศความหลอนได้สะพรึงมาก ทั้งวัดป่ากลางหุบเขาไร้ผู้คน ศาลเพียงตาที่ตั้งให้นาคที่ตายไปก่อนได้บวช จนมีตำนานว่าใครมาบวชวัดนี้ก็มักจะต้องตายไปก่อน ฉากการแห่นาคผีที่ทั้งขบวนเป็นคนไร้หัว และลานรูปปั้นพระอรหันต์เป็นสิบเป็นร้อย ที่วัดใหญ่ชอบปั้นรายล้อมพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ทั้งที่น่าจะอุ่นใจศักดิ์สิทธิ์ ก็เอามาขยี้ได้น่ากลัวด้วยเช่นกัน

จะเห็นได้ชัดเจนว่าในช่วงแรก หนังได้เอาความสยองขวัญกับความตลก มาใส่ไว้ด้วยกันซึ่งก็ทำออกมาได้ดี มุกแต่ละมุกก็ฮาใช้ได้ แต่ก็ไม่ถึงกับขำก๊าก ส่วนในเรื่องของความน่ากลัว ก็อย่างที่บอกว่ามันหลอนจริงๆ ยิ่งได้ดนตรีประกอบของไทย มาใส่ก็ยิ่งทำให้นึกถึงหนังผีสมัยก่อนที่ได้ยินแค่เสียงก็กลัวจนขนหัวลุกแล้ว แต่หนังยังมาตกม้า ( เกือบ ) ตายในตอนท้ายที่แม้ว่าจะพยายามขมวดปมจบแบบเคลียร์ๆ ซึ้งๆ แต่ก็ยังทิ้งบาดแผลไว้หลายจุด ซึ่งบางเรื่องมันก็ไม่ได้มีความสมเหตุสมผลมากนัก และในบางฉากก็ยังใส่เรื่องราวเกี่ยวกับการบวชนาคในพุทธประวัติ ซึ่งทำออกมาแล้วดูไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมของ พี่นาค ก็สามารถตอบโจทย์ความสนุกได้ดีทีเดียว ทั้งในเรื่องของความสยดสยอง จากผีที่มีแรงอาฆาตสูง และเรื่องราวความตลกจากทุกๆ ตัวละครที่ช่วยกันส่งให้หนังไม่น่าเบื่อ โดยเฉพาะตัวละคร บอลลูน รับบทโดย เอม ตามใจตุ๊ด ผู้ซึ่งมีความตลกอย่างเป็นธรรมชาติและมีส่วนอย่างมากที่ทำให้หนังออกมาสนุกได้ขนาดนี้ เรียกได้ว่าสนุกครบทุกรสเลยทีเดียว หากคาดการณ์จากตอนจบของเรื่องก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีเรื่องราวภาคต่อซึ่งถ้าทำออกมาจริงๆ ก็เชื่อว่าน่าสนใจไม่น้อย

สำหรับ พี่นาค หนังสยองขวัญคอมเมดี้จากฝีมือการกำกับของ ไมค์ ภณธฤต ที่เคยฝากผลงานความหลอนไว้ใน มอญซ่อนผี เมื่อ 4 ปีที่แล้ว คราวนี้ได้หยิบเอาเรื่องราวการบวชนาคสุดสยองมาถ่ายทอดบนจอเงิน ซึ่งงานนี้ยังได้นักแสดงฝีมือเยี่ยม ชิน ชินวุฒ มารับบทบาทสำคัญ พร้อมด้วยแก๊งหนุ่มๆ ที่จะมาบวช นำโดย ออกัส วชิรวิชญ์, เจมส์ ภูริพรรธน์, เอม ตามใจตุ๊ด ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมืออีกเพียบ เป็นอีกหนึ่งหนังที่บันเทิงน่าจะถูกใจคอหนังผีตลกไทยครับ ใครชอบแนวนี้ และเบื่อๆกับโควิด ก้หาดูได้แบบเพลินๆนะครับ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์ ไทย

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง detective-chinatown แก็งค์ม่วนป่วนเยาวราช

รีวิว หนัง detective-chinatown แก็งค์ม่วนป่วนเยาวราช กับภาพยนต์ แอ็คชั่น คอมเมดี้ แนวสืบสวน สอบสวน มีกลิ่นอาย โคนันนิดๆ [ สปอยนิดๆ ]

รีวิว หนัง detective-chinatown แก็งค์ม่วนป่วนเยาวราช กับเรื่องราวของ ฉินเฟิง หนุ่มหล่อผู้มีความสามารถพิเศษแต่กลับไม่ผ่านการสอบสัมภาษณ์เข้าโรงเรียนตำรวจที่จีน ยายของเขาจึงให้เขามาผ่อนคลายที่เมืองไทยและให้มาอาศัยอยู่กับ ถังเหริน ญาติของเขาซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง ทุกคนเข้าใจว่า ถัง เป็นสุดยอดนักสืบในเยาวราชแต่จริงจริงแล้ว ถัง เป็นคนหื่นตัวพ่อ และหลังจากคืนที่เขาไปเมาเละเทะกับสาวสาวมา จู่ ๆ เขากลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมสุดแสนลึกลับ ทำให้หลานชายกับลุงสุดแสบต้องหนีสุดแผ่นดิน

Detective Chinatown แก็งค์ม่วนป่วนเยาวราช ภาพยนตร์เรื่องนี้แม้จะเต็มไปด้วยเหตุการณ์วุ่นวาย ซับซ้อน บ้าระห่ำ แต่ก็แฝงด้วยความสนุกสนาน นักแสดงทุกคนล้วนแสดงในบทที่ตัวเองไม่เคยได้รับมาก่อน เชื่อเหลือเกินว่าผู้ชมทุกคนจะประทับใจ และคุณจะรู้สึกคุ้มค่ากับเวลา 2 ชั่วโมงที่ดูหนังเรื่องนี้ โดยมีการวางพล็อตหนังในสไตล์นักสืบโคนันเวอร์ชั่นจอมเปิ่น ผสมกับความเป็นแอ็คชั่นบวกเกรียนฮา จึงให้ผลลัพธ์ที่ดูแล้วสนุกเกินคาด

แก๊งม่วนป่วนเยาวราช จากทีมสร้าง แก๊งม่วนป่วนไทยแลนด์ หนังที่ไม่รู้จะดูอะไร แต่ก็เอาวะหนังต่างชาติที่มีเมืองไทยเป็นฉากหลังก็ต้องดูละนะ ด้วยความที่ไม่ได้หวังอะไรเลย นอกจากความตลก เพราะดีกรีว่า3,500ล้านใน15วัน มันต้องมีอะไรดีบ้างละวะ พอได้ดูก็หัวโล่งเลยไม่คิดอะไรมาก พอดูไปก็อุทานว่า”เฮ้ย อะไรวะ สนุกกว่าทีคิดไว้อีก แบบเกินค่าด และน่าติดตาม “

ทุกตัวละครมีบทบาทหมด ไม่ใช่แค่โผล่มาฮาเฉยๆ เพราะเรื่องราวเกี่ยวกับการฆาตกรรม มีเหยื่อคนนึงตายไป และตัวเอกของเราโดนใส่ความว่า ( เอ็งน่ะเป็นฆาตกร ) เลยทำให้หลานชายที่บ้านักสืบโคนันต้องช่วยเหลือ เรื่องราวเต็มไปด้วยความป่วน ป่วนเยาวราชจริงๆ แต่ก็ไม่ทำให้เมืองไทยดูเสียหาย จะมีก็ทำตำรวจไทยออกมาขำๆ เรื่องการสืบคดีในเรื่องให้มาแนว hot fuzz zootopia เลยทีเดียว ยากเลยล่ะที่จะเดาตัวฆาตกรได้

เอาว่าหนังเรื่องนี้มันสนุกมาก และหนังได้ออกฉายในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักรฯ เป็นที่ฮือฮาในฝั่งอเมริกาอย่างมาก ซึ่งในหนัง Detective Chinatown (ดีเทคทีฟ ไชน่าทาวน์) ภาคนี้ฮือฮากว่าเดิมจนทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทยได้อย่างมากมาย ถ้าไม่มีโควิดนะ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์ จีน    

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิวภาพยนต์ ขุนแผน ฟ้าฟื้น กับการเปิดจักรวาลวรรณคดีไทย

ลืมขุนช้างขุนแผนแบบเดิมที่เคยรู้จัก! แล้วมาสนุกกับ ขุนแผนฟ้าฟื้น หนังที่นำตัวละครดั้งเดิมของขุนช้างขุนแผน มาตีความใหม่และเขียนบทใหม่ทั้งหมด ให้ดูสนุกและน่าติดตามมากว่าเดิม [ไม่สปอยนะ]

รีวิวภาพยนต์ ขุนแผน ฟ้าฟื้น ชีวิตของ แก้ว (มาริโอ เมาเร่อ)หนุ่มพเนจรผู้ไร้ซึ่งความทรงจำกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อเขาได้พบกับ อาจารย์เดช (ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ)จอมขมังเวทย์ที่สอนอาคมให้คนกระจอกอย่างเขาได้มีโอกาสสู้เพื่อหัวใจตัวเองหลังได้พบกับ พิม (ยงวรี งามเกษม)คนรักในอดีตที่ปัจจุบันเป็นคู่หมั้นของ ช้าง (ฟิลลิปส์ ณัทธนพล ทินโรจน์) เพื่อนรักผู้มั่งคั่งและทรงอิทธิพลจนเกิดรักสามเส้าขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ยูท่า หรือ อโยธยากำลังตกอยู่ในอันตรายเมื่อ แสนตรีเพชรกล้า (ปราโมทย์ แสงศร) จอมขมังเวทย์แห่งดินแดนลับแลคิดก่อวินาศกรรมในงานสมโภชกรุงครั้งสำคัญ บางทีชะตากรรมของยูท่าอาจต้องพึ่งชายพเนจรอย่างแก้วก็ได้

ว่าด้วยเส้นเรื่องของหนังเอง เหมือนขุนแผนฟ้าฟื้นจะพยายามผูกโยงเส้นเรื่อง 3 เส้นไว้ด้วยกันได้แก่ การตามหาความทรงจำเรื่องพ่อของแก้ว เรื่องรักสามเส้าแต่ครั้งอดีตระหว่างแก้ว ช้าง และ พิม ส่วนสุดท้ายคือ ตำนานแห่งนักรบอัฐมารถที่ต้องปกป้องยูท่าจาก แสนตรีเพชรกล้าและเหล่าสมุน โดยมีแทรกการฝึกวิชาอาคมของแก้วกับอาจารย์เดชเป็นระยะ

ลักษณะของขุนแผน ฟ้าฟื้นคือหนัวแนว Postmodern ที่หยิบยืมเอาวรรณกรรมในอดีต นำมาเสนอใหม่ภายใต้ บริบท และวิธีการคิดแบบใหม่ๆ จะเห็นได้ว่าตัวละครในหนังเรื่องนี้ ล้วนแล้วแต่ดูมีความเป็นคนที่มีความคิดหัวสมัยใหม่ แต่บริบทและฉากหลังเกิดขึ้นในสมัยอยุธยา ทรงผม แฟชั่น หรือวิถีชีวิตของพวกเขา ล้วนแล้วแต่มีความเก๋ เปรี้ยว เป็นฮิปสเตอร์แตกต่างจากหนังไทยย้อนอดีตเรื่องอื่น

โอมมมมมมมมมม จะเป่าคาถามหาระรวย ดนหัวใจคนสวยให้มาหลงเสน่ห์ ทั้งสาวใหญ่ สาวเล็ก ทั้งนางเอกลิเก ทั้งแม่ค้าหาบเร่ ทั้งที่อยู่โรงงาน ดูจบแล้วอยากจะนั่งรถไฟไปสุพรรณแล้วไปเมืองยูท่าเพื่อตามหาอาจารย์เดชให้ช่วยสอนคาถามหาเสน่ห์เหมือนที่ไอ้แก้วเรียนซักหน่อย

สรุป หนังอาจมีจุดด้อยและบาดแผลระหว่างทางเต็มไปหมด แต่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าหนังมันสนุกและดูเพลินมากๆ แถมเอนเครดิต เล่นใหญ่ ที่หนังปล่อยออกมาต้องบอกว่า เช้ดเข้ แอดนี่รอภาคสองเลยนะคร๊าบบบบบ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์ ไทย           

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิวซีรีส์ Family Business SS1 รับประกันความฮาได้จาก NetFilx ครับ !

เนื้อเรื่องเริ่มด้วยเรื่องราวของตระกูล “ฮาซาน” ที่ เจอร์ราด คนพ่อเข้ามาปักหลักเปิดร้ายขายเนื้อในปารีสมานาน แต่แล้วพอถึงช่วงเปลี่ยนถ่ายให้ลูกๆ มารับช่วงต่อ ทั้งลูกสาวคนโต “ออร์” กับ “โฌเซฟ” ลูกชายคนเล็ก กลับเบื่อหน่ายการขายเนื้อไม่อยากรับช่วงต่อแล้ว และหันเหไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ของตัวเอง แถมร้านนี้ยังใกล้ล้มละลายจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของพ่อ ก่อนที่จะ “โฌเซฟ” จะได้ยินเรื่องวงในจากปากลูกสาวรัฐมนตรีที่หลงรักเพื่อนซี้ 

ทั้งคู่จึงปิ๊งไอเดียเปิดร้านขายกัญชาแทนร้านขายเนื้อของพ่อ แต่ต้องทำยังไงถึงจะให้พ่อของเขายินยอม ก่อนที่เรื่องจะหลุดเข้าหูของยายกับพี่สาว ที่ก็ตาวาวกับธุรกิจใหม่นี้เช่นกันแนวทางของซีรีส์เรื่องนี้เป็นไปตามชื่อเรื่องคือ ธุรกิจครอบครัว เรื่องนำเสนอความฮาจากแผนธุรกิจของแต่ละคนกับกัญชา ที่ตอนแรกต่างคนต่างหวังรวยจากแผนในใจของตัวเอง

แต่ก็กลายเป็นว่าพอแผนแตกทุกคนก็ได้รู้ว่าคิดไปในทางเดียวกันคือเรื่องธุรกิจกัญชาคาเฟ่ แบบที่ “อัมสเตอร์ดัม” เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ‘ดินแดนแห่งกัญชาเสรี’ ที่รู้จักกันดีทั่วโลก ซึ่งการที่จะเปิดร้านกัญชาก่อนใครได้ก็ต้องมาดูต้นแบบที่นี่ ซีรีส์นำพาตัวละครให้มารู้จักกับธุรกิจใหม่ที่เมืองแห่งนี้ พร้อมทั้งเรื่องโสเภณีที่ขึ้นชื่อในเมืองนี้เพราะเป็นเรื่องถูกกฎหมายเช่นเดียวกัน 

สรุปเลยนะครับ
มินิซีรีส์ขนาดสั้น 6 ตอนจบซีซั่น ด้วยความยาวแต่ละตอนไม่ถึง 30 นาที แต่เสิร์ฟความฮามาให้ผู้ชมได้ตลอดเวลาไม่หยุดหย่อน แม้มุกตลกอาจจะลามกสัปดนตามสไตล์ฝรั่งไปบ้าง แต่รับรองว่าคนไทยก็คงมีขำไปกับมุกเหล่านี้เยอะ เมื่อตัวเรื่องโฟกัสที่เรื่องกัญชาเสรีแบบเดียวกับที่เป็นกระแสบ้านเราก่อนช่วงโควิด พร้อมทั้งดราม่าชีวิตส่วนตัวสุดอลเวงของทุกคน

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ Blusterfilms