รีวิว Raya and the Last Dragon  รายากับมังกรตัวสุดท้าย

รีวิว Raya and the Last Dragon  รายากับมังกรตัวสุดท้าย อนิเมชั่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ แต่อะไรคือแรงดึงดูดที่พาให้ดิสนีย์อยากผลิตหนังที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก ประเทศเล็ก ๆ ที่ประชากรในแต่ละประเทศอยู่เพียงหลักสิบหลักร้อยล้านคน ต่างกับที่เคยพยายามบุกตลาดจีนที่มีประชากรอยู่หลักพันล้านด้วยมู่หลาน [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว Raya and the Last Dragon  รายากับมังกรตัวสุดท้าย เรื่องราวของดินแดน คูมันตรา ที่มีเผ่าต่างๆรวมกัน 5 เผ่าตามอวัยวะสำคัญของมังกร ที่ปกป้องดูแลดินแดนแห่งนี้คือ เผ่าหัวใจ เผ่าเขี้ยว เผ่ากรงเล็บ เผ่าสันหลัง และ เผ่าหาง มีสายน้ำที่เชื่อมต่อความสัมพันธ์ของแต่ละเผ่า และรวมกันเป็น คูมันตรา

คูมันตรา นั้นเคยเป็นปึกแผ่นอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข จนกระทั่งการรุกรานของดรุน อสูรร้าย ที่เข้ามาทำลายทุกอย่างทำลายทุกชีวิตให้กลายเป็นหิน พร้อมการแตกแยกดินแดน คูมันตรา ออกเป็นเสี่ยงไม่สามารถรวมกันได้ มังกร ที่คอยปกป้องก็สู้จนตัวตาย เหลือไว้แค่หินมณี มังกร ซึ่งเป็นหินที่รวมเอาพลังของมังกรพี่น้องทั้งสี่ตัวไว้ แล้วฝากไว้กับมังกรน้องนุชตัวสุดท้องที่ชื่อว่า ซิซู ที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ได้หายสาบสูญไปกว่า 500 ปี

ก่อนที่หิมมณีมังกรจะตกอยู่ในความดูแลของเผ่าหัวใจที่มี เบญจา เป็นราชันของเผ่ามี รายา เป็นลูกสาว เบญจา มีความต้องการที่จะรวมทั้งห้าเผ่าขึ้น เป็นภูมันตราอีกครั้ง ก่อนที่จะถูก นัมมาอารี เจ้าหญิงเผ่าเขี้ยว หักหลังโดยอาศัยความไว้ใจ แย่งชิงหินมณีมังกรจนแตกเป็น 5 เสี่ยง พร้อมทั้งปลุกดรุนขึ้นมาทำลายชีวิตทุกคนให้กลายเป็นหินอีกครั้ง

เวลาผ่านไปเจ้าหญิง รายา จึงได้ออกเดินทางพร้อม ตุ๊ก ตุ๊ก สัตว์เลี้ยวตัวสนิทไปยังเผ่าต่างๆเพื่อตามหา ซิซู มังกรตัวสุดท้าย และรวมหินมณีมังกรให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อคืนชีวิตให้กับทุกชีวิต และคืนความเป็นปึกแผ่นให้กับดินแดนคูมันตราอีกครั้ง

จุดเด่นคืองานด้านโปรดักชั่น ดีไซน์ ที่ผสมผสานเอาวัฒนธรรมอาเซียนทั้ง ไทย ชวา บาหลี และอื่นๆเช่นในเรื่องของอาหาร เราจะเห็น ต้มยำกุ้ง ห่อหมก สะเต๊ะ หรือการดีไซน์คอสตูม ดีไซน์ฉากที่มีทั้งวัดแบบไทยๆ ปราสาทที่คล้ายแบบขอม หรือบาหลี สีสันแบบชวา มีตลาดน้ำแบบบ้านเรา ผสมรวมกันเป็นคูมันตรา ดินแดนที่มีเสน่ห์สุดๆ  นี่คืองานที่คนดูอย่างเราที่ภูมิใจ และดีใจมากที่เห็นมิติความเป็นไทย ความเป็นอาเซียนในหนังเรื่องนี้

ประเภท : อนิเมชั่น, แอคชั่น, ผจญภัย
ผู้กำกับ : ดอน ฮอลล์ และคาร์ลอส โลเปซ เอสตราด้า
พากย์เสียงโดย : เคลลี่ มารี ทราน, อควาฟิน่า, เจ็มม่า ชาน, แดเนียล เด คิม, แซนดร้า โอ, เบเนดิกท์ หว่อง, ไอแซค หวัง, ธาเลีย ทราน, อลัน ทูไดก์, ลูซีล ซุง, แพตตี้ แฮริสัน

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว อนิเมชั่น

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว อนิเมะ นาคามรกต GREEN SNAKE 2021

รีวิว อนิเมะ นาคามรกต GREEN SNAKE 2021 ภาคต่อจาก อนิเมชั่น ตำนานนางพญางูขาว White Snake  2019 กับจักรวาลเทพเซียนของจีน ในแบบฉบับอนิเมชั่น

รีวิว อนิเมะ นาคามรกต GREEN SNAKE 2021 นอกจากนางพญางูขาวแล้วยังมี นางพญางูเขียว เสี่ยวชิง ศิษย์ผู้น้องคนสนิทของ ไป๋ซู่เจิน ที่ถูกแต่งเติมเข้ามาในภายหลัง และก็เป็นตัวละครที่ผู้คนจดจำได้ไม่น้อย ซึ่งในเรื่องนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ เสี่ยวชิง ถูกดันขึ้นมาเป็นตัวเอกของเรื่อง ถือว่าน่าสนใจเพราะบุคลิกของ เสี่ยวชิง จะแตกต่างจาก ไป๋ซู่เจิน ผู้มีความงดงามและจิตใจเมตตาอ่อนโยนแต่ เสี่ยวชิง จะมีความห้าวความแก่นแล้วเธอยังรักในตัว ไป๋ซู่เจิน อย่างมากซึ่งจากในฉบับซีรีส์ของนางพญางูขาวและจากในอนิเมชั่นที่ถูกนำมาสร้างใหม่ที่ผ่านมา เธอไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่ ไป๋ซู่เจิน ไปรักใคร่กับ สวี่เซียน ซึ่งเป็นมนุษย์แล้วยังไม่สามารถปกป้องพี่ที่รักของเธอได้ อีกทั้งเธอยังมีความโกรธแค้นต่อหลวงจีน ฟาไห่ ที่พยายามจัดการพวกเธอสองพี่น้องทั้งที่พวกเธอไม่ได้ระรานมนุษย์อีกด้วย

โดยในการต่อสู้ครั้งล่าสุดกับหลวงจีน ฟาไห่ ผลลัพธ์คือ ไป๋ซู่เจิน ถูกผนึกไว้ในเจดีย์ เหลยเฟิง ส่วนเสี่ยวชิงพยายามที่จะเล่นงาน ฟาไห่ แต่กลับพลาดท่าถูกเล่นงานจนเข้าไปอยู่ในมิติ นครอสูร ซึ่งเธอก็ได้พบว่าที่ดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยวิญญาณของเหล่ามนุษย์และปีศาจ และสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่หลงเข้ามาอยู่และหาทางออกไปไม่ได้ เธอจึงต้องหาทางที่จะกลับสู่โลกมนุษย์แล้วจัดการหลวงจีน ฟาไห่ เพื่อปลดปล่อย ไป๋ซู่เจิน ออกมาจากเจดีย์ แต่เธอก็พบว่าทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายดายแบบนั้น แล้วเธอยังต้องเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆใน นครอสูร ที่เกี่ยวข้องกับปมในใจของเธอด้วย

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอนิเมชั่น ที่ทำออกมาได้ดีมากๆดูแล้วสนุกและถ้าใครดูแล้วจะหลงรัก เสี่ยวชิง เลยละและที่สำคัญคือเรื่องนี้ยังมีการเชื่อมโยงกับอนิเมชั่นจักรวาลเทพเซียน ของจีนที่กำลังทยอยกันสร้างออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเรื่องที่ฉายไปแล้วคือ NEZHA REBORN ที่ก่อนหน้านี้เข้าฉายทาง NETFLIX มาแล้วเมื่อปี 2020 และกำลังจะมีอนิเมชั่นเทพจีนเรื่องถัดไปที่จะเข้าในปี 2022 คือ เทพสงครามหยางเจี้ยน หรือ เทพเอ้อหลาง ภาพรวมแล้วเป็นการเอาเรื่องราวของตัวละคร ปีศาจงูเขียว ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในตัวละครหลักของ ตำนานนางพญางูขาว โดยเอามาเล่าและตีความใหม่ในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ใครที่ชอบอนิเมชั่นจีน หรือตำนานนิยายจีนไม่ควรพลาดเด็ดขาดกับอนิเมชั่นเรื่องนี้ ดูได้แล้วบน NETFLIX

• อนิเมชั่นแนว ย้อนยุคกำลังภายใน
• การดำเนินเรื่องกระชับ ฉับไวไม่ยืดเยื้อ
• เนื้อเรื่องอาจจะดูหนักบ้าง นางเอกอาจมีโชว์บ้าง [นางเอกหุ่นดีมากๆ]
• อนิเมชั่นงาน CG กราฟฟิกสวยโดดเด่น
• และมีพากย์ไทยด้วย

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว หนัง อนิเมชั่น

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว อนิเมะ TRESE NETFLIX เตรเซ ฆาตกรเงา

รีวิว อนิเมะ TRESE NETFLIX เตรเซ ฆาตกรเงา อนิเมชั่นแนว แอ็กชั่นแฟนตาซีทริลเลอร์สายดาร์ก จากฟิลิปปินส์ แนวสืบสวนผสมกับดำมืดเหนือธรรมชาติ เรต 18+ โหดเลือดสาด [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว อนิเมะ TRESE NETFLIX เตรเซ ฆาตกรเงา เรื่องราวของ เตรเซ เด็กสาวผู้มีพลังพิเศษที่ได้รับตำแหน่งลาคานต่อจาก อันโต พ่อของเธอ ซึ่งตำแหน่งนี้ก็คือผู้ที่ทำสนธิสัญญาความสงบระหว่างมนุษย์กับยมโลก ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าผู้มีชีวิตอยู่ในโลกมืดทั้งหลายและต้องคอยควบคุมดูแลความสงบนั้น สำหรับภารกิจแต่ละวันของเธอคือการร่วมมือกับผู้กอง เกรเรโร ตำรวจของมะนิลาในการมาสืบคดีที่เกี่ยวข้องกับปริศนาลี้ลับภูตผีปีศาจ ที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถต่อกรได้ อีกทั้งเมืองมะนิลาในเรื่องนี้ยังเป็นเมืองที่มีพวกปีศาจใช้ชีวิตแอบแฝงตัวในสังคม จนแทบจะเป็นเรื่องปกติมีทั้งการตั้งกลุ่มแก๊งค์อิทธิพลต่างๆ มีการเจรจาหาผลประโยชน์ไม่แตกต่างจากเหล่ามนุษย์

TRESE NETFLIX เตรเซ ฆาตกรเงา ถือว่าเป็นอนิเมชั่นที่ดีอีกเรื่องจากประเทศฟิลิปปินส์ที่ทำออกมาได้ดีมากๆ ซึ่งคนไทยเราอาจจะไม่ค่อยได้รู้จักผลงานจากชาตินี้เท่าไหร่ [นานๆจะมีมาที] แต่ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้สร้างออกมาได้ดีเลยละ และทำได้เหนือกว่าอนิเมชั่นบางเรื่องจากญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและไทยหลายเรื่องด้วยซ้ำ โดยเฉพาะในด้านเนื้อหาที่เต็มไปด้วยการจิกกัดสังคมของฟิลิปปินส์ [เหมือนกับบางประเทศแถวๆนี้] ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบดาร์กแฟนตาซี แล้วในเรื่องราวยังมักมีการอ้างอิงถึงเทพเจ้าและปีศาจในความเชื่อท้องถิ่นของคนฟิลิปปินส์ เช่น อีบุ เทพีแห่งความตาย ที่ดูแลเหล่าวิญญาณ และ ตาลักบูซา เทพเจ้าสงครามกระหายเลือด เป็นต้น [ถ้าบ้านเราก็ พญานาค กระสือ เสือสมิง ผีปอบ]

TRESE NETFLIX เตรเซ ฆาตกรเงา มี่สิ่งที่น่าชื่นชมมากๆก็คือการดีไซน์ที่ดีมาก จนโลกของ เตรเซ นั้นดูละเอียดสมจริง และที่สำคัญดูตื่นตาตื่นใจได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะ เทพแห่งสายฟ้า ที่อยู่ปะปนกับมนุษย์ในตำแหน่งผู้บริหารการไฟฟ้ามะนิลา มนุษย์ลมที่ชื่นชอบการแข่งรถ ปีศาจขายข่าวสารที่มุดซอกซอนไปตามท่อระบายน้ำของเมือง และมีหัวติดกับฝาท่ออย่างกลมกลืนเป็นต้น [เป็นอะไรที่แปลกใหม่ และน่าตื่นเต้นมาก] และ TRESE NETFLIX ไม่ใช่เพียงดีไซน์รูปลักษณ์ที่เข้ากับพลังและบุคลิก แต่การดีไซน์ปฏิสัมพันธ์ของแต่ละตัวละครก็ยังมีความน่าสนใจไม่น้อย เช่นแก๊งนางเอกที่จะมีฝาแฝดอมนุษย์ใบหน้ายิ้มกับใบหน้าเศร้าคอยติดตาม ก็ใส่เรื่องความเป็นครอบครัวมาอย่างมีมิติเป็นต้น เพราะมันคือบทดีที่ทำให้รู้สึกเชื่อในโลกที่ไม่มีอยู่จริงได้ ซึ่งบทหนังทุกเรื่องควรทำให้ได้ก่อนจะไปคาดหวังเรื่องความดีเลิศในด้านอื่น

TRESE NETFLIX เตรเซ ฆาตกรเงา เป็นอนิเมะมีทั้งหมด 6 ตอนบอกเลยว่าคุ้มค่ากับการดูมาก เพราะแม้จะเหมือนการสืบแก้ไขคดีสไตล์ฟิล์มนัวร์ที่แตกต่างกันไปแล้วจบในตอน ทั้งคดีฆาตกรรมปริศนาทั่วเมือง,นักซิ่งที่ถูกเทพลักพา,คนดังที่ถูกวิญญาณตามฆ่า,สำนักงานตำรวจที่ถูกซอมบี้คลั่งแค้นล้อมบุก และในทุกๆตอนที่ดำเนินไปกลับมีคำใบ้ที่คอยเชื่อมโยงเรื่องราวปัญหาใหญ่ที่กำลังก่อตัวซึ่งถูกอ้างอิงเสมอว่าเป็นพายุที่กำลังใกล้เข้ามาได้อย่างน่าติดตาม คอซีรี่ส์อนิเมะ แนวนี้ไม่ควรพราดจริงๆเพราะมันครบรสจริงๆเหมาะกับช่วงนี้จริงๆ อยุ่บ้านกักตัวดูซีรี่ส์แอดแนะนำเลยกับ TRESE NETFLIX เตรเซ ฆาตกรเงา ดูได้แล้วบน NETFLIX

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว อนิเมชั่น

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว Detective Chinatown 3 แก๊งม่วนป่วนโตเกียว

รีวิว Detective Chinatown 3 แก๊งม่วนป่วนโตเกียว มาฮาจนกรามค้างกับหนังสืบสวนที่อัดแน่นความฮา ผสมผสานกับการสืบสวนที่จริงจังอย่างลงตัว เหมือนดูโคนันฉบับไลฟ์แอ็คชั่น [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว Detective Chinatown 3 แก๊งม่วนป่วนโตเกียว AVENGERS: ENDGAME คือภาพยนตร์ที่สามารถสร้างรายได้ถล่มทลายขึ้นแท่นอันดับหนึ่งไปทั่วโลก ประเทศจีนหนึ่งในตลาดภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก และมีประชากรจำนวนมาก จึงไม่แปลกที่เราจะได้เห็นอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของพวกเขาที่เติบโต จนมีการไปร่วมทุนสร้างในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดหลายต่อหลายเรื่อง ด้วยความแข็งแกร่งนี้เอง ทำให้อันดับหนังทำเงินของ AVENGERS: ENDGAME ในประเทศจีนสั่นคลอน AVENGERS: ENDGAME ทำรายได้เปิดตัวในประเทศจีนไปที่ 357 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ พ่ายให้กับ DETECTIVE CHINATOWN ไปแบบขาดลอย [เก่งจริงๆจีนเก่งทุเรื่อง]

DETECTIVE CHINATOWN 3 หรือชื่อไทยว่า แก๊งม่วนป่วนโตเกียว เล่าเรื่องราวของ นเฟิง [หลิว ห่าวหราน]และ ถังเหริน [หวัง เป่าเชียง]ที่ได้รับการเชิญชวนจากโนดะ ฮิโรชิ [ซาโตชิ ซึมาบุกิ]ให้มาช่วยสืบคดีใหญ่ถึงโตเกียว เมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมในห้องปิดตาย[นึกถึงโคนันเลยละคดีนี้]ส่งผลให้ วาตานาเบะ ถูกใส่ร้ายว่าเป็นฆาตกรโดยไม่มีหลักญฐาน และเพื่อหาฆาตกรตัวจริงและช่วยให้ วาตานาเบะ พ้นผิดจากการใส่ร้าย สองนักสืบจอมป่วนจากจีนและหนึ่งนักสืบจากญี่ปุ่นต้องร่วมมือกันไขคดีในให้สำเร็จก่อนที่ แจ็คจายอดนักสืบฝีมือดีจากเมืองไทยมาชิงตัดหน้า เอาผลงานของพวกเขาไปเสียก่อน

Detective Chinatown 3 แก๊งม่วนป่วนโตเกียว ถือว่าเป็นหนังโคตรตลกสุดๆอีกเรื่อง และเป็นหนังตลกทรงคุณค่าแห่งปีก็ว่าได้ และที่สำคัญแอดเองก็ดูมาแล้วทั้ง2ภาค และคิดว่าภาคนี้ถือว่าฟีคสุดๆ[ถือว่าเป็นการกดดันสุดๆของภาคต่อไป]เพราะภาคนี้ทำออกมาได้ดีมาก[แถมเอนเครดิตมีเซอร์ไพรส์ถือว่าใหญ่มากๆ ไม่น่าเชื่อว่าเขาคนนั้นจะมา]ทางด้าน จา พนม นักแสดงขวัญใจชาวไทย[มาคราวนี้ไม่ได้ตามหาช้างแต่มาตามหาฆาตกร]และเรื่องนี้เขาไม่ได้มาแค่ตัวประกอบที่มีบทบาทเล็กๆนะครับ เพราะแกเป็นถึงนักสืบอันดับ1ของเมืองไทยด้วยนะ [แจ็คจา นักสืบต้มยำกุ้ง] เพราะนอกจากจะต้องออกหาหลักฐานแข่งกับสองนักสืบตัวป่วนแล้วเขายังมีทั้งฉากฮาขั้นสุด [ฉากฮาคือสุดจริงๆแอดขอบอก] บู๊สุดเดือด และไล่ล่าสุดมันส์ให้ต้องไปดูเองเดี๋ยวจะหาว่าสปอย

แก๊งม่วนป่วนโตเกียว3 นี้ถือว่าเป็นหนังที่ดูได้ทุกเพสทุกวัยเลยก็ว่าได้ การดำเนินเรื่องหลื่นใหลไม่มีเบื่อได้ลุ้นตลอดเวลา เอาเป็นว่าใครที่เบื่อๆกับการกักตัว เบื่อกับโควิดเบื่อกับการเมือง[บ้านเมืองเริ่มวุ่นวายเข้าไปทุกที]อยากจะหาดูหนังเพื่อผ่อนคลาย แอดแนะนำเลยกับ DETECTIVE CHINATOWN แก๊งม่วนป่วนโตเกียว3 ไม่ผิดหวังแน้นอนแสดงนำโดยหวัง เป่าเฉียง, หลิว ฮ่าวหราน,ซาโตชิ ซึมาบุกิ,จา พนม,มาซามิ นางาซาวะ,โชตะ โซเมะทานิ,ทาดาโนบุ อาซาโนะ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว อนิเมะ WISH DRAGON มังกรอธิษฐาน

รีวิว อนิเมะ WISH DRAGON มังกรอธิษฐาน อนิเมชั่นของจีน ที่จะพาคุณไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของกับคู่หูต่างวัย ของมังกรหลงจู พร้อมกับพรสามประการ ถ้าขอพรได้สามข้อ คุณจะขออะไร [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว อนิเมะ WISH DRAGON มังกรอธิษฐาน เรื่องราวของ ดิ่น นักศึกษาหนุ่มวิทยาลัยวัย 19 ปี ที่อาศัยอยู่ในย่านเซี่ยงไฮ้ในยุคปัจจุบัน ผู้มีความฝันอันยิ่งใหญ่ ชีวิตของ ดิ่น เปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืนเมื่อเขาพบกาน้ำชาเก่าที่มีมังกรแห่งความปรารถนา มังกรตัวสีชมพู ซึ่งเป็นมังกรวิเศษที่สามารถบันดาลคำอธิษฐานให้เป็นจริงได้ และเขาได้มีโอกาสกลับไปเจอที่เขาแอบชอบในวัยเด็กอีกครั้ง

อนิเมะ ได้รับแรงบันดาลใจมากจากเรื่อง ALADDIN และก็ได้เปลี่ยนตัวละครจากยักษ์จินนี่ เป็น มังกร เปลี่ยนอลาดินเป็น ดิ่น หนุ่มตี๋ และเปลี่ยนพล็อตเรื่องให้มาอยู่ในเซี่ยงไฮ้ยุคปัจจุบันนั้นเอง

อนิเมะเรื่องนี้ได้มีการสะท้อนสังคมปัจจุบันได้หลากหลายมุม อย่างเช่นครอบครัวไม่มีเวลา ปัญหารถติด เพื่อนข้างบ้านชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน[รู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องตัวเอง] ความเข้มงวดกับลูกและยัดเยียดในสิ่งที่เขาไม่อยากเป็น หรือการยุ่งกับงานมากเกินไปจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว แต่ต้องขอบอกว่าเลยว่าเรื่องนี้ไม่ได้ทำออกมาดราม่าเลย เพราะความสนุกของอนิเมะทำออกมาครบรสมากทั้ง สนุก ตลก มิตรภาพ ความรัก ดราม่านิดๆ ครอบครัว ต่อสู้ เวทมนตร์และอื่นๆ อีกมากมายถือว่าครบรสจริงๆ

WISH DRAGON มังกรอธิษฐาน เป็นผลงานภาพยนตร์อนิเมชั่นจากโซนี่ กำกับและเขียนบทโดย คริส แอปเพลฮันส์ ผู้กำกับหน้าใหม่ที่นั่งแท่นกำกับอนิเมชั่นเรื่องยาวเป็นครั้งแรก หลังจากทำงานในส่วนสาขาของอนิเมชั่นดังหลายเรื่อง โดยมี แจ็คกี้ ชาน หรือที่คนไทยรู้จักในนาม เฉินหลง นั่งแท่นเป็นโปรดิวเซอร์ และสตูดิโอจากประเทศไทยร่วมสร้างด้วย [ โอ้โห้ ]

ก็ถือว่าเป็นอนิเมะที่ดูได้เพลินๆกับช่วงนี้ การนำเสนอแบบเข้าใจง่าย ตัวอนิเมะก็มีตัวละครที่เคมีเข้ากัน เพลงประกอบก็ลงตัว ทำให้เห็นถึงวัฒนธรรมของจีนได้อย่างดี งานภาพก็สุดน่ารักสีสันสดใสเสียงพากย์ไทยยอดเยี่ยมจริงๆ ติดตามรับชมได้แล้วบน NETFLIX

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว อนิเมะ

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว อนิเมชั่น นาจา เกิดอีกครั้งก็ยังเทพ New Gods: Nezha Reborn

รีวิว อนิเมชั่น นาจา เกิดอีกครั้งก็ยังเทพ New Gods: Nezha Reborn นาจา เกิดอีกครั้งก็ยังเทพ ฉบับตีความเทพจีนใหม่ อนิเมชั่นเวอร์ชั่นล่าสุดที่แตกต่างจากนาจาทุกฉบับที่เคยสร้างกันมา เมื่อเวอร์ชั่นนี้มาแนวขายกลุ่มคนดูวัยรุ่น เอาเรื่องราวของนาจาที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันอยู่แล้วมาเล่าใหม่แบบโลกดิสโทเปีย เดินเรื่องกระชับ ฉับไว ดราม่าเข้มข้น [ สปอยนิดๆ ]

รีวิว อนิเมชั่น นาจา เกิดอีกครั้งก็ยังเทพ New Gods: Nezha Reborn หลี่อวิ๋นเสียง เด็กหนุ่มเลือดร้อน ผู้รักการขับขี่มอเตอร์ไซด์เป็นชีวิตจิตใจ ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองตงไห่ ซึ่งอยู่ในโลกอนาคตที่น้ำกลายเป็นทรัพยากรที่หายาก และเมืองอยู่ภายใต้การปกครองของตระกูลเต๋อ หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลและควบคุมทรัพยากรน้ำไว้แต่ผู้เดียว ในขณะที่ผู้คนส่วนมากใช้ชีวิตในสลัม

วันหนึ่งหลี่อวิ๋นเสียง และ คาชา เพื่อนหญิงรุ่นน้องที่สนิทสนมกันได้ขี่มอเตอร์ไซด์ไปในถนนตอนกลางคืนแล้วก็ต้องถูกหาเรื่องโดยลูกชายของลูกพี่เต๋อ ผู้นำตระกูลเต๋อ คาชาถูกทำร้ายจนเสียขา ทำให้หลี่อวิ๋นเสียงระเบิดความโกรธ จนเขาได้ปลุกพลังของ “นาจา” เทพเด็กที่มีพลังอัคคีร้อนแรงให้ตื่นขึ้นมา แล้วเขาก็ได้พบกับบุคคลปริศนาที่สวมหน้ากากอสูร แล้วบอกเล่าเรื่องราวของเทพนาจาที่เวียนว่ายมาเกิดใหม่ตลอด 3,000 ปี และครั้งนี้ก็มาเกิดอยู่ในตัวหลี่อวิ๋นเสียง ซึ่งทุกครั้งก็ดูเหมือนว่าโชคชะตาที่นาจาจะนำความหายนะต้องวนเวียนไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ครั้งนี้หลี่อวิ๋นเสียงก็เลือกที่จะหาทางช่วยเหลือชีวิตผู้คนมากกว่า รวมถึงการช่วยกอบกู้เมืองตงไห่จากการถูกทำลายล้าง

ตัวละครในเรื่องที่น่าสนใจมากก็คือ ซุนหงอคง จากไซอิ๋ว ถึงตัวละครนี้แม้จะออกมาไม่มากนัก แต่ทุกครั้งที่ออกมาก็ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น [ โดยเฉพาะฉากที่ว่า ฉันคือซุนหงอคงแล้วดนตรีมา แหมโคตรเทห์จริงๆ ] โดยเฉพาะความสามารถต่าง ๆ และด้านการต่อสู้ ไหวพริบและสติปัญญา และรูปลักษณ์ รูปร่าง หน้าตา หรือแม้แต่อุปนิสัย มันก็ต่างจากซุนหงอคง ที่เราเคยรู้จัก มันก็เลยทำให้เราตื่นเต้นเมื่อได้เจอกับตัวละครตัวนี้ในภาพยนตร์

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ หนังเรื่องนี้เป็นการตั้งคำถามเกี่ยวกับคติความเชื่อเรื่องเทพเจ้าจีนได้อย่างดี และมีความจิกกัดอยู่ไม่น้อย อย่างเช่นซุนหงอคง กลายเป็นบุคคลที่เบื่อหน่ายโลก เบื่อหน่ายการต่อสู้ เบื่อหน่ายของการใช้ชีวิตของความเป็นเทพของเขา การตั้งคำถามว่าหลังจากที่อัญเชิญพระไตรปิฎกแล้ว โลกก็ไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิม นี่อาจจะเป็นการตั้งคำถามว่า คติความเชื่อด้านศาสนา อาจไม่ใช่คำตอบของผู้คน ในโลกอนาคตแล้วก็เป็นได้

ฉากแอคชั่นและการต่อสู้ถือว่าสนุกมาก ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล การต่อสู้ในท้องถนน การต่อสู้ในทะเล และการต่อสู้ในวังของมังกรทะเลตะวันออก ก็ล้วนแต่ตื่นตาตื่นใจ มันสนุกจนทำให้ต้องถึงกับนั่งดูเลยทีเดียว ฉากแอ็คชั่นความสนุกในจุดนี้นะว่าหายห่วง ซึ่งถ้าหากเทียบกับอนิเมชั่นในหลาย ๆ เรื่องแล้ว บอกเลยว่ามีความโดดเด่นเกินหน้ากว่าหลายเรื่อง ซึ่งส่วนตัวผมเองสามารถเปรียบเทียบความสนุกได้กับ 9 ศาสตราเลยทีเดียว

ใครที่รู้สึกว่า นาจาเอามารีเมคบ่อยจนฝืด หรือยังติดตากับนาจาปี 2019 แนะนำเลยว่าเมื่อดูเวอร์ชั่นนี้คุณจะไม่ผิดหวัง เพราะนี่คือการนำนาจามาตีความใหม่ด้วยเซตติ้งใหม่ๆที่จับกลุ่มคนดูวัยรุ่นมากกว่าเดิม และจักรวาลเทพเซียนจีนก็จะขยายไปได้อีกเยอะ ที่สำคัญคือ มีการเอาตำนานเทพจีนอื่นๆมาแจมด้วย โดยเฉพาะซุนหงอคง เพียงแต่เวอร์ชั่นนี้จะไม่เหมาะให้เด็กเล็กดูครับ เพราะมีฉากแอบโหดหลายจุด รวมถึงฉากสะเทือนอารมณ์แทรกอยู่ในเรื่องตลอดเวลาด้วย นี่จึงเหมือนต้องการจับกลุ่มคนดูวัยรุ่นมากกว่า มีเอ็นด์เครดิตหลังจบ เรื่องนี้จะขยายจักรวาลออกไปอีกไกลมาก ไม่ว่าจะเป็น เรื่องราวของนางพญางูขาว ที่จะถูกส่งมาโลกปัจจุบัน และเทพสำคัญอีกองค์คือ เทพเอ้อหลาง ( เทพสามตา ) ที่จะมีบทบาทในภาคต่อไป รับชมได้แล้ว บน Netflix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว อนิเมะ 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว อนิเมะ B: The Beginning ปริศนาฆาตกรรม

รีวิว อนิเมะ B: The Beginning ปริศนาฆาตกรรม ในโลกที่เทคโนโลยีล้ำหน้า คดีฆาตกรรมปริศนาที่ฆาตกรทิ้งข้อความว่า B ไว้เสมอ คีท อดีต RIS ที่ออกจากวงการไปร่วมสิบปี ได้กลับมาสืบคดี เพื่อล่าตัวฆาตกร คิลเลอร์บี [ สปอยนิดๆ ]

รีวิว อนิเมะ B: The Beginning ปริศนาฆาตกรรม กรมตำรวจได้ทำการสืบสวนตามล่าตัวฆาตกรต่อเนื่องที่มีชื่อว่า คิลเลอร์บี ที่ทุกครั้งที่ฆ่าก็จะมีสัญลักษ์ B ทิ้งเอาไว้อยู่ด้วยเสมอ ซึ่งผู้นำทีมการสืบสวนคือ คีท ฟลิก เจ้าหน้าที่สืบสวนอัจฉริยะผู้มีอดีตอันเลวร้าย แต่ยิ่งสืบไปเท่าไหร่เขายิ่งค้นพบความจริง ที่เชื่อมโยงไปถึงการทดลองของ นักวิทยาศาสตร์ที่ต้องการสร้าง อมนุษย์ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าพระเจ้าขึ้นมา

นี้เป็นการ์ตูนออริจินัลของทางNetFlix เป็นการ์ตูนแนวสืบสวนสอบสวนฆาตกรรม ที่มีเรื่องราวแบบแอคชั่น แฟนตาซีเข้ามาร่วมด้วย คือมันให้อารมณ์ของสองโลก ที่แตกต่างกันออกไป แต่มันก็ผสมเข้ามาอยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว ซึ่งเรื่องนี้มีทั้งภาพและเนื้อหา ค่อนข้างมีความรุนแรงอยู่พอสมควรครับ โครงเรื่องและปริศนาต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดีไม่น้อย เรียกได้ว่าถูกใจคอแนวสืบสวนสอบสวนฆาตกรรมแน่นอนครับ การดำเนินเรื่องก็จะค่อยๆ หยอดปมปริศนาต่างๆเข้ามา โดยที่แก้เสร็จแล้วก็จะมีปมปริศนาขึ้นมาใหม่ให้แก้ต่อไปเรื่อยๆ ตลอดทั้งเรื่อง มองผิวเผินอาจจะดูมันเป็นประเด็นที่แตกต่างกันออกไป แต่พอนำมาจับมารวมกันจะรู้เลยว่าที่ปมปริศนาต่างๆ มันเชื่อมโยงกันอย่างไม่น่าเชื่อ

โดยสิ่งที่ทำให้ชอบเรื่องนี้ ก็คือการแก้ไขคดีและปริศนาต่างๆ ของตัวพระเอกโดยการเขียนทฤษฏีและถอดรหัสแปลกๆออกมา ทั้งการเคาเดาความเป็นไปได้ ทุกอย่างที่ต้องใช้ในการแก้ไขคดี มันเหมือนกับว่าเอาตัวเองจำลองเข้าไปอยู่ในคดีหรือเหตุการณ์นั้นๆ ยิ่งดนตรีประกอบตอนไขคดีนี้ชวนบิ้วอารมณ์มากๆ ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้สนุกเกินคาดมากครับ ในช่วงแรกของเรื่องจะเน้นการสืบสวนคดีฆาตกรรมของ คิลเลอร์บี และเหตุการณ์อาชญากรรมวุ่นวายที่เกิดขึ้นโดยผู้ก่อการร้ายกลุ่มหนึ่ง โดยจะมีทฤษฎีสมคบคิดและแผนการต่างๆ ที่เป็นแบบแผนซ้อนแผน ทำให้ยิ่งซับซ้อนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ มันชวนให้สนุกตื่นเต้นและน่าติดตามตลอดเวลา โดยช่วงนี้ก็จะมีการแก้ไขคดีและฉากแอคชั่นมาเป็นพักๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเน้นไปที่การไขคดีซะมากกว่า

ช่วงหลังเนื้อเรื่องมันเข้มข้นและหนักขึ้นเรื่อยๆ ตัวเรื่องค่อยๆเข้าที่เข้าทางมากขึ้น แต่ก็พอเดาเนื้อเรื่องออกได้แล้วว่าใครเป็นใคร รู้สึกว่ารีบเฉลยปมต่างๆเร็วไปหน่อย ทั้งปมเรื่องราวในอดีตที่ทำให้รู้ว่าตัวละครมีความสัมพันธ์กันมากกว่าที่คิดมาก ปมแรงจูงใจของตัวละคร รวมไปถึงปมเบื้องหลังการทดลองในการสร้างอมนุษย์ขึ้นมา แต่ความสนุกมันอยู่ตรงที่วิธีการของตัวละครมากกว่า สร้างแผนการที่ดูตบตาให้เชื่อไปอย่างนั้น แล้วก็หักมุมทีหลังได้โหดมากจริงๆ

การดำเนินเรื่องก็จะมีหลายมุมมองมากครับ เพราะใช้หลายตัวละครแต่ตัวละครเด่นๆ ก็จะเป็น คีท ลิลลี่ และทีมตำรวจที่เป็นส่วนของการไขคดีและปริศนาต่างๆแล้วก็ คีลเลอร์บี และกลุ่มองค์กรปริศนาที่เป็นอมนุษย์ ที่จะเน้นไปทางฉากต่อสู้แอคชั่นแฟนตาซีมันส์ๆไปเลย ตัวละครทุกคนล้วนสำคัญกับตัวเรื่องมาก ฉากต่อสู้เรียกได้ว่าจัดเต็มแบบสะใจมาก รู้สึกดุเดือดสมกับเป็นการต่อสู้ของผู้ที่เหนือมนุษย์จริงๆ มันรวดเร็วแต่ก็พริ้วไหว ด้วยที่งาพภาพที่สวยงาม เก็บรายละเอียดเล็กน้อยต่างๆได้ดีมาก แทบไม่มีงานเผาเลย แต่น่าเสียดายที่มีฉากแอคชั่นน้อยไปหน่อยเท่านั้นเองครับ

ต้องขอคาราวะคนเขียนบทครับ สุดยอดมากไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาตั้งแต่ดู The Dark Knight ตัวอนิเมะเลือกที่จะค่อยๆ หยอดปริศนาทีละนิดๆให้เรา พอแก้ปริศนาได้ก็มีปริศนาต่อไปโยนเข้ามาอีก กล้าพูดเลยว่าตลอด12ตอนนั้น ไม่มีช่วงไหนน่าเบื่อเลย งานภาพผมพยามยามจับผิดตลอดทั้งเรื่อง แต่เชื่อมั้ยแทบไม่เจอเลยภาพสวยมาก ชอบแบ็คกราวเรื่องนี้มาก โมเดล3D ในเรื่องก็ไม่น่าเกลียด ฉากดิบเถื่อนเลือดสาดทำได้ดีเลย

ฉากต่อสู้ทำได้ดีมาก พริ้วไหวไม่ค่อยเจองานเผาด้วย ทั้งประกายไฟละอองน้ำค่อนข้างเก็บรายละเอียดได้ดีเลยครับ ตัวละครมีหลายมิติ มีเอกลักษณ์มีแรงจูงใจในการกระทำต่างๆ เพลงประกอบ ตอนไขปริศนาก็บิ้วได้ดี ตอนต่อสู้ก็จังหวะ เข้ากันครับ ผมชอบเพลงจบมากเลย ปล.มีเอนเครดิตในฉากจบชวนหวือมากครับ และคาดว่ามีซีซั่นต่อไปแน่นอน รับชมได้แล้วบน NetFlix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว อนิเมะ 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง Doraemon : Nobita’s New Dinosaurไดโนเสาร์ตัวใหม่ของโนบิตะ

ภาพยนตร์ ที่สุดแสนประทับใจ ของโนบิตะ ที่แฟนหนังต้องเสียน้ำตา [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว หนัง Doraemon : Nobita’s New Dinosaurไดโนเสาร์ตัวใหม่ของโนบิตะ โนบิตะได้ค้นพบไข่ไดโนเสาร์จากนิทรรศการไดโนเสาร์ ก่อนที่จะฟักเป็นตัวออกมา เป็นไดโนเสาร์พันธุ์ขนสีเขียว และ สีชมพู ที่โนบิตะตั้งชื่อว่า คิว และ มิว ทั้งสามเริ่มผูกพันต่อกัน ทว่าโลกใบนี้ไม่ใช่โลกที่เหมาะสมกับไดโนเสาร์อย่าง คิวและมิว โดราเอมอนและผองเพื่อนจึงขอให้โนบิตะพาคิวและมิว กลับไปหาพวกที่อยู่ในยุคครีเตเชียส แต่กลับต้องเผชิญกับดาวหางทำลายล้าง ที่กำลังจะโคจรเข้ามาใกล้โลกขึ้นทุกที โนบิตะจะสามารถตามหาผองเพื่อน และปกป้องคิวและมิวจากมหันตภัยร้ายครั้งนี้ได้หรือไม่ หรือสุดท้าย ประวัติศาสตร์จะเป็นสิ่งที่ไม่อาจหวนกลับไปแก้ไขซ้ำได้อีกแล้ว

เรียกได้ว่าเป็นวาระที่น่ายินดีของแฟนๆ โดราเอมอน ทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก เพราะว่าการ์ตูนขวัญใจหนูๆ น้องๆ ( และผู้ใหญ่หัวใจอ่อนโยน ) เรื่องนี้ มีอายุครบรอบ 50 ปีพอดิบพอดี เรียกได้ว่าเป็นการ์ตูนในตำนาน ที่อยู่ร่วมสมัยมาอย่างยาวนานหลายรุ่น และการผจญภัยของโดเรมอน โนบิตะ และเหล่าผองเพื่อนก็ยังคงโลดแล่นต่อไปเรื่อยๆ แม้ว่าผู้ให้ต้นกำเนิดโดราเอมอนอย่างอาจารย์ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ จะจากเราไปนานแสนนานแล้ว

ถ้าพูดถึงไดโนเสาร์ของโนบิตะในปี 2006 นั้นมี พีสุเกะ เป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจของโนบิตะแต่แล้วก็ต้องแยกจากกัน จนกลายเป็นความประทับใจของแฟนๆ โดราเอมอนมาแล้วทั่วโลก และการกลับมาของโนบิตะในภาคนี้ ก็ถือว่าเป็นการสานต่อความสำเร็จนั้น ด้วยการหยิบแก่นเรื่องของการผจญภัยในโลกยุคไดโนเสาร์กลับมาอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เหตุการณ์ก็ค่อนข้างจะคล้ายกับภาคเก่าอยู่พอสมควรเหมือนกัน คราวนี้โนบิตะดันไปพบกับไข่ฟอสซิลโดยบังเอิญในขณะที่ไปเที่ยวนิทรรศการไดโนเสาร์ โนบิตะก็เลยเอากลับมา แล้วใช้ผ้าคลุมกาลเวลาของโดราเอมอน จนกระทั่งไข่ฟักออกมาเป็นไดโนเสาร์ฝาแฝดน่ารัก 2 ตัว คือคิว กับ บิว ทั้งสองนั้นเป็นเหมือนแฝดกัน รับรองโดราเอมอนภาคนี้ประทับใจไม่แพ้ภาคก่อนหน้าอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะในทุกๆปี นอกจากที่เราจะยังคงได้ชมความสนุกผ่านทางจอทีวีแล้ว โดราเอมอนก็ยังออกมาโลดแล่นผ่านจอภาพยนตร์ ในรูปแบบของภาพยนตร์เรื่องยาวที่มีมาต่อเนื่องในทุก ๆ ปี และมาถึงปีนี้ ด้วยวาระเวลาที่มาบรรจบกับการฉลองครบรอบ 50 ปีพอดี พี่ม่อนของเราก็ไม่พลาดที่จะพาไปผจญภัยกับ “ โดราเอมอน เดอะ มูฟวี่ ” ซึ่งภาคนี้เป็นโดราเอมอนในรูปแบบภาพยนตร์ลำดับที่ 40 พอดิบพอดี

เนื้อหาของภาคนี้กับภาคที่แล้ว ถือว่ามีอะไรที่คล้ายคลึงกันอยู่มากทีเดียว โดยเฉพาะเมนพล็อต ต้น-กลาง-จบ ที่เหมือนซะอย่างกับแกะกันมาเลย แต่ถึงแม้ว่าเนื้อหาในภาคนี้จะจั่วหัวไว้ว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ภาคแรก ( เจอกับพีสุเกะ ) ไม่กี่อาทิตย์ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ในภาคนี้ถือว่าเป็นภาคที่มีความแตกต่าง ในแง่ของซับพล็อตที่ทำได้สนุกและแตกต่างจากภาคที่แล้วมากๆ ใครที่เป็นแฟน โดราเอมอน ตั้งแต่ยุคแรก ห้ามพราดเด็ดขาด

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว อนิเมะ 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว อนิเมะThe King’s Avatar เทพยุทธ์เซียนกลอรี่

สู่การแข่งขัน E-Spot สุดยิ่งใหญ่เพื่อชิงความเป็นหนึ่ง กับ เรื่องราวในอดีตของชายผู้ได้รับฉายาว่า เทพแห่งวงการกลอรี่ [ ไม่สปอยนะ ]


รีวิว อนิเมะThe King’s Avatar เทพยุทธ์เซียนกลอรี่ สุดยอดเกมส์ ที่เป็นเกมส์ E-Spot ระดับประเทศ และฮิตที่สุดในประเทศจีน ทุกคนในจีนต่างก็ต้องรู้จักเกมส์นี้ เยี่ยชิว นักกีฬา E-Sports ระดับเซียนของเกม Glory จนถูกเรียกขานว่าเป็น เทพสงคราม ซึ่งตัวเขาอยู่สโมสร เจียซื่อ ตัวเขานั้นก็เป็นถึงหัวหน้าของทีมเจียซื่อ แต่แล้วเขาก็ถูกบังคับให้ออกจากการเป็นหัวหน้าทีม เขาจึงเลือกที่จะวางมือ เพื่อลาออกจากการเป็นสมาชิกทีมเจียซื่อ เพื่อไปตั้งสโมสรและทีมใหม่ของตัวเอง เพื่อก้าวสู้การเป็นแชมป์เกมส์กลอรี่อีกครั้ง

จากนิยายบนโลกออนไลน์ยอดฮิต สู่การเป็นอนิเมะ E-Sports สุดอลังการเขียนโดย หูเตี๋ยหลาน ซึ่งในไทยใช้ชื่อว่า เทพยุทธ์เซียนกลอรี่ เล่าเรื่องราวผ่านตัวละครที่ชื่อว่า เยี่ยชิว นักกีฬา E-Spot มืออาชีพ แห่งสโมสรเจียซื่อ ผู้เป็นตำนานแห่งวงการเกมกลอรี่ เขาได้สร้างตัวละครระดับเทพ อี๋เยี่ยจือชิว คว้าแชมป์ถึง 3 สมัย

เนื้อเรื่องทำออกมาได้ดีมากๆ ซึ่งในอนิเมะก็จะเป็นตอนที่กำลังหาสมาชิกเข้าทีม ซึ่งเรื่องนี้สิ่งที่ทำให้สนใจ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นช่วงที่เล่นเกมส์เพราะเข้าเกมส์มาทีไร ต้องไปเจอสิ่งที่ต้องสู้ จึงทำให้เราอยากติดตาม เนื่องจากตอนสู้กันนี้โครตมันส์เลยขอบอก และเรื่องนี้ข้อคิดก็ค่อนข้างเยอะ ทำให้เราเรียนรู้อะไรมากขึ้น แถมพระเอกก็เทพสมฉายาจริงๆ

การเล่าเรื่อง การใส่ประเด็นดราม่า ที่หนักหน่วงเข้มข้นลงไป ทั้งด้วยการเล่า และเพลงประกอบ ที่โคตรบิลด์อารมณ์สุดๆ แอดพบว่าในเรื่องมันมีหลายโมเม้นท์ที่ผู้สร้างได้ใส่ลงไป ต่อให้บางจุดมันเดาทางง่าย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกของการลำดับเรื่องลดลง แถมการปูจักรวาล E-Spot เกมส์กลอรี่ในเรื่อง นั้นทำให้คนนอกอย่างแอดเข้าถึงมันได้ และเข้าใจในจักรวาลของเกมส์กลอรี่คร่าวๆ ขึ้นมาได้ไม่ยากด้วย ตรงนี้ยอมรับเลยว่าทำบทมาดีจริงๆ

การต่อสู้ ฉากแอคชั่น จัดเต็มลื่นไหล สมกับเป็นหนึ่งในทีมงานผู้สร้างนารุโตะเวอร์ชั่นอนิเมะ ทุกซีนแอคชั่นดูแล้วสนุก [ เหมือนดูพวก Fate พวก SAO อะไรแนวๆนั้น ] แม้ว่าบางซีนจะรวดเร็ว แต่สิ่งที่ต้องการสื่อก็ไม่ได้หายไป ดูเอามันส์ การโชว์กึ๋นของมหาเทพเยี่ยเทพจริงๆ ได้เห็นเท่านี้ก็อิ่มเอมแล้ว

คุณภาพทุกอย่างดูดี เกมส์เมอร์ทั้งหลายถ้ามีเวลาควรดูนะครับ เพราะ The King’s Avatar: For the Glory นี้มีมุมมองถึง E-Spot ค่อนข้างมาก แล้วก็นำเสนอได้ดี ถ้าเราต้องการให้วงการ E-Spot เป็นที่ยอมรับเราต้องเล่นมันให้ดี พัฒนามันให้ดี ไม่ต้องไปโวยวายเรียกร้องอะไร เพราะคนที่ไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจครับ เราต้องดึงให้เขาเข้าใจอย่าไปหัวร้อนใส่ ห้ามพลาดเด็ดขาดกับ The King’s Avatar เทพยุทธ์เซียนกลอรี่

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว อนิเมะ 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว อนิเมะ ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่: ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ Demon Slayer the : Movie Mugen Train

พบกับอนิเมะ สุดปัง อลังการดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ น่ะ นี่ มัน โคตร มัน [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่: ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ อนิเมะฟอร์มยักษ์ที่อลังการที่สุดในปี 2020เรื่องราวต่อเรื่องมาจากอนิเมะซีรีส์ตอน 26 ว่าด้วยเรื่องของ เหล่านักดาบพิฆาตอสูร ทันจิโร่ เนซึโกะ และก๊วนเหล่าเพื่อน ได้รับภารกิจให้ไปสืบสวนหาสาเหตุ การหายตัวของประชาชนบนขบวนรถไฟ แต่แล้วก็พบว่า มีสิ่งผิดปกติบางอย่างบนรถไฟสู่นิรันดร์ พวกเขาสัมผัสได้สู่จิตวิญญาณอันชั่วร้าย จึงกลายมาเป็นการต่อสู้เพื่อพิฆาตเหล่าอสูรและปกป้องประชาชน จนเป็นที่มาของ ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ 

การดำเนินเรื่อง เข้าเนื้อเรื่องหลัก ค่อนข้างไว ไม่รีรอ ลุยต่อเนื่อง จัดเต็มไม่มีพัก มีแฟลชแบล๊คย้อนเนื้อเรื่องบางส่วน ครบอรรถรสในการรับชม แอคชั่น โรแมนติก ตลก ดราม่า จนถึงขั้นอาจทำให้ท่านเสียน้ำตาได้เลย (ถูกใจเจ้ข้างบ้าน)  ตัวละครยังคงความเป็นเอกลักษณ์เหมือนเดิม แต่แอคติ้งเล่นใหญ่ เว่อวัง อลังมากกว่าในมังงะหลายเท่า 

บอกได้ว่า ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ เป็นหนังอนิเมะขนาดยาวร่วม 2 ชั่วโมงที่กลั่นแน่นไปด้วยอารมณ์ทั้งมัน ทั้งขำ ทั้งซึ้ง ทั้งเศร้า ทั้งน้ำตาไหล เส้นเรื่องอาจไม่ได้ขยับขยายการรับรู้เดิมไปได้ไกลมากนัก แต่ก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญชนิดที่ว่าจะดู อนิเมะซีรีส์ซีซันต่อไปไม่รู้เรื่องได้เลยทีเดียว

สำหรับคนที่ไม่เคยดูมังงะหรืออนิเมะมาก่อน บอกเลยเป็นงงอย่างมาก จะไม่ค่อยอินกับเนื้อเรื่อง อาจทำให้เสียอรรถรสในการรับชมได้ เพราะเนื้อเรื่องจากเดอะมูฟวี่เป็นการเล่าเรื่องต่อจากซีรีส์เลย แนะนำให้ดูดาบพิฆาตอสูรให้จบก่อน 26ตอน ระดับความมันส์ ไล่จากน้อยไปสู่เต็มขั้น ทั้งนี้ ทั้งนั้น คออนิเมะต้องขอบอกเลยว่า ห้ามพลาดเด็ดขาด

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว อนิเมะ 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms