รีวิว Detective Chinatown 3 แก๊งม่วนป่วนโตเกียว

รีวิว Detective Chinatown 3 แก๊งม่วนป่วนโตเกียว มาฮาจนกรามค้างกับหนังสืบสวนที่อัดแน่นความฮา ผสมผสานกับการสืบสวนที่จริงจังอย่างลงตัว เหมือนดูโคนันฉบับไลฟ์แอ็คชั่น [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว Detective Chinatown 3 แก๊งม่วนป่วนโตเกียว AVENGERS: ENDGAME คือภาพยนตร์ที่สามารถสร้างรายได้ถล่มทลายขึ้นแท่นอันดับหนึ่งไปทั่วโลก ประเทศจีนหนึ่งในตลาดภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก และมีประชากรจำนวนมาก จึงไม่แปลกที่เราจะได้เห็นอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของพวกเขาที่เติบโต จนมีการไปร่วมทุนสร้างในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดหลายต่อหลายเรื่อง ด้วยความแข็งแกร่งนี้เอง ทำให้อันดับหนังทำเงินของ AVENGERS: ENDGAME ในประเทศจีนสั่นคลอน AVENGERS: ENDGAME ทำรายได้เปิดตัวในประเทศจีนไปที่ 357 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ พ่ายให้กับ DETECTIVE CHINATOWN ไปแบบขาดลอย [เก่งจริงๆจีนเก่งทุเรื่อง]

DETECTIVE CHINATOWN 3 หรือชื่อไทยว่า แก๊งม่วนป่วนโตเกียว เล่าเรื่องราวของ นเฟิง [หลิว ห่าวหราน]และ ถังเหริน [หวัง เป่าเชียง]ที่ได้รับการเชิญชวนจากโนดะ ฮิโรชิ [ซาโตชิ ซึมาบุกิ]ให้มาช่วยสืบคดีใหญ่ถึงโตเกียว เมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมในห้องปิดตาย[นึกถึงโคนันเลยละคดีนี้]ส่งผลให้ วาตานาเบะ ถูกใส่ร้ายว่าเป็นฆาตกรโดยไม่มีหลักญฐาน และเพื่อหาฆาตกรตัวจริงและช่วยให้ วาตานาเบะ พ้นผิดจากการใส่ร้าย สองนักสืบจอมป่วนจากจีนและหนึ่งนักสืบจากญี่ปุ่นต้องร่วมมือกันไขคดีในให้สำเร็จก่อนที่ แจ็คจายอดนักสืบฝีมือดีจากเมืองไทยมาชิงตัดหน้า เอาผลงานของพวกเขาไปเสียก่อน

Detective Chinatown 3 แก๊งม่วนป่วนโตเกียว ถือว่าเป็นหนังโคตรตลกสุดๆอีกเรื่อง และเป็นหนังตลกทรงคุณค่าแห่งปีก็ว่าได้ และที่สำคัญแอดเองก็ดูมาแล้วทั้ง2ภาค และคิดว่าภาคนี้ถือว่าฟีคสุดๆ[ถือว่าเป็นการกดดันสุดๆของภาคต่อไป]เพราะภาคนี้ทำออกมาได้ดีมาก[แถมเอนเครดิตมีเซอร์ไพรส์ถือว่าใหญ่มากๆ ไม่น่าเชื่อว่าเขาคนนั้นจะมา]ทางด้าน จา พนม นักแสดงขวัญใจชาวไทย[มาคราวนี้ไม่ได้ตามหาช้างแต่มาตามหาฆาตกร]และเรื่องนี้เขาไม่ได้มาแค่ตัวประกอบที่มีบทบาทเล็กๆนะครับ เพราะแกเป็นถึงนักสืบอันดับ1ของเมืองไทยด้วยนะ [แจ็คจา นักสืบต้มยำกุ้ง] เพราะนอกจากจะต้องออกหาหลักฐานแข่งกับสองนักสืบตัวป่วนแล้วเขายังมีทั้งฉากฮาขั้นสุด [ฉากฮาคือสุดจริงๆแอดขอบอก] บู๊สุดเดือด และไล่ล่าสุดมันส์ให้ต้องไปดูเองเดี๋ยวจะหาว่าสปอย

แก๊งม่วนป่วนโตเกียว3 นี้ถือว่าเป็นหนังที่ดูได้ทุกเพสทุกวัยเลยก็ว่าได้ การดำเนินเรื่องหลื่นใหลไม่มีเบื่อได้ลุ้นตลอดเวลา เอาเป็นว่าใครที่เบื่อๆกับการกักตัว เบื่อกับโควิดเบื่อกับการเมือง[บ้านเมืองเริ่มวุ่นวายเข้าไปทุกที]อยากจะหาดูหนังเพื่อผ่อนคลาย แอดแนะนำเลยกับ DETECTIVE CHINATOWN แก๊งม่วนป่วนโตเกียว3 ไม่ผิดหวังแน้นอนแสดงนำโดยหวัง เป่าเฉียง, หลิว ฮ่าวหราน,ซาโตชิ ซึมาบุกิ,จา พนม,มาซามิ นางาซาวะ,โชตะ โซเมะทานิ,ทาดาโนบุ อาซาโนะ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว อนิเมะ WISH DRAGON มังกรอธิษฐาน

รีวิว อนิเมะ WISH DRAGON มังกรอธิษฐาน อนิเมชั่นของจีน ที่จะพาคุณไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของกับคู่หูต่างวัย ของมังกรหลงจู พร้อมกับพรสามประการ ถ้าขอพรได้สามข้อ คุณจะขออะไร [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว อนิเมะ WISH DRAGON มังกรอธิษฐาน เรื่องราวของ ดิ่น นักศึกษาหนุ่มวิทยาลัยวัย 19 ปี ที่อาศัยอยู่ในย่านเซี่ยงไฮ้ในยุคปัจจุบัน ผู้มีความฝันอันยิ่งใหญ่ ชีวิตของ ดิ่น เปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืนเมื่อเขาพบกาน้ำชาเก่าที่มีมังกรแห่งความปรารถนา มังกรตัวสีชมพู ซึ่งเป็นมังกรวิเศษที่สามารถบันดาลคำอธิษฐานให้เป็นจริงได้ และเขาได้มีโอกาสกลับไปเจอที่เขาแอบชอบในวัยเด็กอีกครั้ง

อนิเมะ ได้รับแรงบันดาลใจมากจากเรื่อง ALADDIN และก็ได้เปลี่ยนตัวละครจากยักษ์จินนี่ เป็น มังกร เปลี่ยนอลาดินเป็น ดิ่น หนุ่มตี๋ และเปลี่ยนพล็อตเรื่องให้มาอยู่ในเซี่ยงไฮ้ยุคปัจจุบันนั้นเอง

อนิเมะเรื่องนี้ได้มีการสะท้อนสังคมปัจจุบันได้หลากหลายมุม อย่างเช่นครอบครัวไม่มีเวลา ปัญหารถติด เพื่อนข้างบ้านชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน[รู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องตัวเอง] ความเข้มงวดกับลูกและยัดเยียดในสิ่งที่เขาไม่อยากเป็น หรือการยุ่งกับงานมากเกินไปจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว แต่ต้องขอบอกว่าเลยว่าเรื่องนี้ไม่ได้ทำออกมาดราม่าเลย เพราะความสนุกของอนิเมะทำออกมาครบรสมากทั้ง สนุก ตลก มิตรภาพ ความรัก ดราม่านิดๆ ครอบครัว ต่อสู้ เวทมนตร์และอื่นๆ อีกมากมายถือว่าครบรสจริงๆ

WISH DRAGON มังกรอธิษฐาน เป็นผลงานภาพยนตร์อนิเมชั่นจากโซนี่ กำกับและเขียนบทโดย คริส แอปเพลฮันส์ ผู้กำกับหน้าใหม่ที่นั่งแท่นกำกับอนิเมชั่นเรื่องยาวเป็นครั้งแรก หลังจากทำงานในส่วนสาขาของอนิเมชั่นดังหลายเรื่อง โดยมี แจ็คกี้ ชาน หรือที่คนไทยรู้จักในนาม เฉินหลง นั่งแท่นเป็นโปรดิวเซอร์ และสตูดิโอจากประเทศไทยร่วมสร้างด้วย [ โอ้โห้ ]

ก็ถือว่าเป็นอนิเมะที่ดูได้เพลินๆกับช่วงนี้ การนำเสนอแบบเข้าใจง่าย ตัวอนิเมะก็มีตัวละครที่เคมีเข้ากัน เพลงประกอบก็ลงตัว ทำให้เห็นถึงวัฒนธรรมของจีนได้อย่างดี งานภาพก็สุดน่ารักสีสันสดใสเสียงพากย์ไทยยอดเยี่ยมจริงๆ ติดตามรับชมได้แล้วบน NETFLIX

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว อนิเมะ

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว อนิเมชั่น นาจา เกิดอีกครั้งก็ยังเทพ New Gods: Nezha Reborn

รีวิว อนิเมชั่น นาจา เกิดอีกครั้งก็ยังเทพ New Gods: Nezha Reborn นาจา เกิดอีกครั้งก็ยังเทพ ฉบับตีความเทพจีนใหม่ อนิเมชั่นเวอร์ชั่นล่าสุดที่แตกต่างจากนาจาทุกฉบับที่เคยสร้างกันมา เมื่อเวอร์ชั่นนี้มาแนวขายกลุ่มคนดูวัยรุ่น เอาเรื่องราวของนาจาที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันอยู่แล้วมาเล่าใหม่แบบโลกดิสโทเปีย เดินเรื่องกระชับ ฉับไว ดราม่าเข้มข้น [ สปอยนิดๆ ]

รีวิว อนิเมชั่น นาจา เกิดอีกครั้งก็ยังเทพ New Gods: Nezha Reborn หลี่อวิ๋นเสียง เด็กหนุ่มเลือดร้อน ผู้รักการขับขี่มอเตอร์ไซด์เป็นชีวิตจิตใจ ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองตงไห่ ซึ่งอยู่ในโลกอนาคตที่น้ำกลายเป็นทรัพยากรที่หายาก และเมืองอยู่ภายใต้การปกครองของตระกูลเต๋อ หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลและควบคุมทรัพยากรน้ำไว้แต่ผู้เดียว ในขณะที่ผู้คนส่วนมากใช้ชีวิตในสลัม

วันหนึ่งหลี่อวิ๋นเสียง และ คาชา เพื่อนหญิงรุ่นน้องที่สนิทสนมกันได้ขี่มอเตอร์ไซด์ไปในถนนตอนกลางคืนแล้วก็ต้องถูกหาเรื่องโดยลูกชายของลูกพี่เต๋อ ผู้นำตระกูลเต๋อ คาชาถูกทำร้ายจนเสียขา ทำให้หลี่อวิ๋นเสียงระเบิดความโกรธ จนเขาได้ปลุกพลังของ “นาจา” เทพเด็กที่มีพลังอัคคีร้อนแรงให้ตื่นขึ้นมา แล้วเขาก็ได้พบกับบุคคลปริศนาที่สวมหน้ากากอสูร แล้วบอกเล่าเรื่องราวของเทพนาจาที่เวียนว่ายมาเกิดใหม่ตลอด 3,000 ปี และครั้งนี้ก็มาเกิดอยู่ในตัวหลี่อวิ๋นเสียง ซึ่งทุกครั้งก็ดูเหมือนว่าโชคชะตาที่นาจาจะนำความหายนะต้องวนเวียนไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ครั้งนี้หลี่อวิ๋นเสียงก็เลือกที่จะหาทางช่วยเหลือชีวิตผู้คนมากกว่า รวมถึงการช่วยกอบกู้เมืองตงไห่จากการถูกทำลายล้าง

ตัวละครในเรื่องที่น่าสนใจมากก็คือ ซุนหงอคง จากไซอิ๋ว ถึงตัวละครนี้แม้จะออกมาไม่มากนัก แต่ทุกครั้งที่ออกมาก็ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น [ โดยเฉพาะฉากที่ว่า ฉันคือซุนหงอคงแล้วดนตรีมา แหมโคตรเทห์จริงๆ ] โดยเฉพาะความสามารถต่าง ๆ และด้านการต่อสู้ ไหวพริบและสติปัญญา และรูปลักษณ์ รูปร่าง หน้าตา หรือแม้แต่อุปนิสัย มันก็ต่างจากซุนหงอคง ที่เราเคยรู้จัก มันก็เลยทำให้เราตื่นเต้นเมื่อได้เจอกับตัวละครตัวนี้ในภาพยนตร์

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ หนังเรื่องนี้เป็นการตั้งคำถามเกี่ยวกับคติความเชื่อเรื่องเทพเจ้าจีนได้อย่างดี และมีความจิกกัดอยู่ไม่น้อย อย่างเช่นซุนหงอคง กลายเป็นบุคคลที่เบื่อหน่ายโลก เบื่อหน่ายการต่อสู้ เบื่อหน่ายของการใช้ชีวิตของความเป็นเทพของเขา การตั้งคำถามว่าหลังจากที่อัญเชิญพระไตรปิฎกแล้ว โลกก็ไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิม นี่อาจจะเป็นการตั้งคำถามว่า คติความเชื่อด้านศาสนา อาจไม่ใช่คำตอบของผู้คน ในโลกอนาคตแล้วก็เป็นได้

ฉากแอคชั่นและการต่อสู้ถือว่าสนุกมาก ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล การต่อสู้ในท้องถนน การต่อสู้ในทะเล และการต่อสู้ในวังของมังกรทะเลตะวันออก ก็ล้วนแต่ตื่นตาตื่นใจ มันสนุกจนทำให้ต้องถึงกับนั่งดูเลยทีเดียว ฉากแอ็คชั่นความสนุกในจุดนี้นะว่าหายห่วง ซึ่งถ้าหากเทียบกับอนิเมชั่นในหลาย ๆ เรื่องแล้ว บอกเลยว่ามีความโดดเด่นเกินหน้ากว่าหลายเรื่อง ซึ่งส่วนตัวผมเองสามารถเปรียบเทียบความสนุกได้กับ 9 ศาสตราเลยทีเดียว

ใครที่รู้สึกว่า นาจาเอามารีเมคบ่อยจนฝืด หรือยังติดตากับนาจาปี 2019 แนะนำเลยว่าเมื่อดูเวอร์ชั่นนี้คุณจะไม่ผิดหวัง เพราะนี่คือการนำนาจามาตีความใหม่ด้วยเซตติ้งใหม่ๆที่จับกลุ่มคนดูวัยรุ่นมากกว่าเดิม และจักรวาลเทพเซียนจีนก็จะขยายไปได้อีกเยอะ ที่สำคัญคือ มีการเอาตำนานเทพจีนอื่นๆมาแจมด้วย โดยเฉพาะซุนหงอคง เพียงแต่เวอร์ชั่นนี้จะไม่เหมาะให้เด็กเล็กดูครับ เพราะมีฉากแอบโหดหลายจุด รวมถึงฉากสะเทือนอารมณ์แทรกอยู่ในเรื่องตลอดเวลาด้วย นี่จึงเหมือนต้องการจับกลุ่มคนดูวัยรุ่นมากกว่า มีเอ็นด์เครดิตหลังจบ เรื่องนี้จะขยายจักรวาลออกไปอีกไกลมาก ไม่ว่าจะเป็น เรื่องราวของนางพญางูขาว ที่จะถูกส่งมาโลกปัจจุบัน และเทพสำคัญอีกองค์คือ เทพเอ้อหลาง ( เทพสามตา ) ที่จะมีบทบาทในภาคต่อไป รับชมได้แล้ว บน Netflix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว อนิเมะ 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว อนิเมะ B: The Beginning ปริศนาฆาตกรรม

รีวิว อนิเมะ B: The Beginning ปริศนาฆาตกรรม ในโลกที่เทคโนโลยีล้ำหน้า คดีฆาตกรรมปริศนาที่ฆาตกรทิ้งข้อความว่า B ไว้เสมอ คีท อดีต RIS ที่ออกจากวงการไปร่วมสิบปี ได้กลับมาสืบคดี เพื่อล่าตัวฆาตกร คิลเลอร์บี [ สปอยนิดๆ ]

รีวิว อนิเมะ B: The Beginning ปริศนาฆาตกรรม กรมตำรวจได้ทำการสืบสวนตามล่าตัวฆาตกรต่อเนื่องที่มีชื่อว่า คิลเลอร์บี ที่ทุกครั้งที่ฆ่าก็จะมีสัญลักษ์ B ทิ้งเอาไว้อยู่ด้วยเสมอ ซึ่งผู้นำทีมการสืบสวนคือ คีท ฟลิก เจ้าหน้าที่สืบสวนอัจฉริยะผู้มีอดีตอันเลวร้าย แต่ยิ่งสืบไปเท่าไหร่เขายิ่งค้นพบความจริง ที่เชื่อมโยงไปถึงการทดลองของ นักวิทยาศาสตร์ที่ต้องการสร้าง อมนุษย์ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าพระเจ้าขึ้นมา

นี้เป็นการ์ตูนออริจินัลของทางNetFlix เป็นการ์ตูนแนวสืบสวนสอบสวนฆาตกรรม ที่มีเรื่องราวแบบแอคชั่น แฟนตาซีเข้ามาร่วมด้วย คือมันให้อารมณ์ของสองโลก ที่แตกต่างกันออกไป แต่มันก็ผสมเข้ามาอยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว ซึ่งเรื่องนี้มีทั้งภาพและเนื้อหา ค่อนข้างมีความรุนแรงอยู่พอสมควรครับ โครงเรื่องและปริศนาต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดีไม่น้อย เรียกได้ว่าถูกใจคอแนวสืบสวนสอบสวนฆาตกรรมแน่นอนครับ การดำเนินเรื่องก็จะค่อยๆ หยอดปมปริศนาต่างๆเข้ามา โดยที่แก้เสร็จแล้วก็จะมีปมปริศนาขึ้นมาใหม่ให้แก้ต่อไปเรื่อยๆ ตลอดทั้งเรื่อง มองผิวเผินอาจจะดูมันเป็นประเด็นที่แตกต่างกันออกไป แต่พอนำมาจับมารวมกันจะรู้เลยว่าที่ปมปริศนาต่างๆ มันเชื่อมโยงกันอย่างไม่น่าเชื่อ

โดยสิ่งที่ทำให้ชอบเรื่องนี้ ก็คือการแก้ไขคดีและปริศนาต่างๆ ของตัวพระเอกโดยการเขียนทฤษฏีและถอดรหัสแปลกๆออกมา ทั้งการเคาเดาความเป็นไปได้ ทุกอย่างที่ต้องใช้ในการแก้ไขคดี มันเหมือนกับว่าเอาตัวเองจำลองเข้าไปอยู่ในคดีหรือเหตุการณ์นั้นๆ ยิ่งดนตรีประกอบตอนไขคดีนี้ชวนบิ้วอารมณ์มากๆ ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้สนุกเกินคาดมากครับ ในช่วงแรกของเรื่องจะเน้นการสืบสวนคดีฆาตกรรมของ คิลเลอร์บี และเหตุการณ์อาชญากรรมวุ่นวายที่เกิดขึ้นโดยผู้ก่อการร้ายกลุ่มหนึ่ง โดยจะมีทฤษฎีสมคบคิดและแผนการต่างๆ ที่เป็นแบบแผนซ้อนแผน ทำให้ยิ่งซับซ้อนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ มันชวนให้สนุกตื่นเต้นและน่าติดตามตลอดเวลา โดยช่วงนี้ก็จะมีการแก้ไขคดีและฉากแอคชั่นมาเป็นพักๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเน้นไปที่การไขคดีซะมากกว่า

ช่วงหลังเนื้อเรื่องมันเข้มข้นและหนักขึ้นเรื่อยๆ ตัวเรื่องค่อยๆเข้าที่เข้าทางมากขึ้น แต่ก็พอเดาเนื้อเรื่องออกได้แล้วว่าใครเป็นใคร รู้สึกว่ารีบเฉลยปมต่างๆเร็วไปหน่อย ทั้งปมเรื่องราวในอดีตที่ทำให้รู้ว่าตัวละครมีความสัมพันธ์กันมากกว่าที่คิดมาก ปมแรงจูงใจของตัวละคร รวมไปถึงปมเบื้องหลังการทดลองในการสร้างอมนุษย์ขึ้นมา แต่ความสนุกมันอยู่ตรงที่วิธีการของตัวละครมากกว่า สร้างแผนการที่ดูตบตาให้เชื่อไปอย่างนั้น แล้วก็หักมุมทีหลังได้โหดมากจริงๆ

การดำเนินเรื่องก็จะมีหลายมุมมองมากครับ เพราะใช้หลายตัวละครแต่ตัวละครเด่นๆ ก็จะเป็น คีท ลิลลี่ และทีมตำรวจที่เป็นส่วนของการไขคดีและปริศนาต่างๆแล้วก็ คีลเลอร์บี และกลุ่มองค์กรปริศนาที่เป็นอมนุษย์ ที่จะเน้นไปทางฉากต่อสู้แอคชั่นแฟนตาซีมันส์ๆไปเลย ตัวละครทุกคนล้วนสำคัญกับตัวเรื่องมาก ฉากต่อสู้เรียกได้ว่าจัดเต็มแบบสะใจมาก รู้สึกดุเดือดสมกับเป็นการต่อสู้ของผู้ที่เหนือมนุษย์จริงๆ มันรวดเร็วแต่ก็พริ้วไหว ด้วยที่งาพภาพที่สวยงาม เก็บรายละเอียดเล็กน้อยต่างๆได้ดีมาก แทบไม่มีงานเผาเลย แต่น่าเสียดายที่มีฉากแอคชั่นน้อยไปหน่อยเท่านั้นเองครับ

ต้องขอคาราวะคนเขียนบทครับ สุดยอดมากไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาตั้งแต่ดู The Dark Knight ตัวอนิเมะเลือกที่จะค่อยๆ หยอดปริศนาทีละนิดๆให้เรา พอแก้ปริศนาได้ก็มีปริศนาต่อไปโยนเข้ามาอีก กล้าพูดเลยว่าตลอด12ตอนนั้น ไม่มีช่วงไหนน่าเบื่อเลย งานภาพผมพยามยามจับผิดตลอดทั้งเรื่อง แต่เชื่อมั้ยแทบไม่เจอเลยภาพสวยมาก ชอบแบ็คกราวเรื่องนี้มาก โมเดล3D ในเรื่องก็ไม่น่าเกลียด ฉากดิบเถื่อนเลือดสาดทำได้ดีเลย

ฉากต่อสู้ทำได้ดีมาก พริ้วไหวไม่ค่อยเจองานเผาด้วย ทั้งประกายไฟละอองน้ำค่อนข้างเก็บรายละเอียดได้ดีเลยครับ ตัวละครมีหลายมิติ มีเอกลักษณ์มีแรงจูงใจในการกระทำต่างๆ เพลงประกอบ ตอนไขปริศนาก็บิ้วได้ดี ตอนต่อสู้ก็จังหวะ เข้ากันครับ ผมชอบเพลงจบมากเลย ปล.มีเอนเครดิตในฉากจบชวนหวือมากครับ และคาดว่ามีซีซั่นต่อไปแน่นอน รับชมได้แล้วบน NetFlix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว อนิเมะ 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง Doraemon : Nobita’s New Dinosaurไดโนเสาร์ตัวใหม่ของโนบิตะ

ภาพยนตร์ ที่สุดแสนประทับใจ ของโนบิตะ ที่แฟนหนังต้องเสียน้ำตา [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว หนัง Doraemon : Nobita’s New Dinosaurไดโนเสาร์ตัวใหม่ของโนบิตะ โนบิตะได้ค้นพบไข่ไดโนเสาร์จากนิทรรศการไดโนเสาร์ ก่อนที่จะฟักเป็นตัวออกมา เป็นไดโนเสาร์พันธุ์ขนสีเขียว และ สีชมพู ที่โนบิตะตั้งชื่อว่า คิว และ มิว ทั้งสามเริ่มผูกพันต่อกัน ทว่าโลกใบนี้ไม่ใช่โลกที่เหมาะสมกับไดโนเสาร์อย่าง คิวและมิว โดราเอมอนและผองเพื่อนจึงขอให้โนบิตะพาคิวและมิว กลับไปหาพวกที่อยู่ในยุคครีเตเชียส แต่กลับต้องเผชิญกับดาวหางทำลายล้าง ที่กำลังจะโคจรเข้ามาใกล้โลกขึ้นทุกที โนบิตะจะสามารถตามหาผองเพื่อน และปกป้องคิวและมิวจากมหันตภัยร้ายครั้งนี้ได้หรือไม่ หรือสุดท้าย ประวัติศาสตร์จะเป็นสิ่งที่ไม่อาจหวนกลับไปแก้ไขซ้ำได้อีกแล้ว

เรียกได้ว่าเป็นวาระที่น่ายินดีของแฟนๆ โดราเอมอน ทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก เพราะว่าการ์ตูนขวัญใจหนูๆ น้องๆ ( และผู้ใหญ่หัวใจอ่อนโยน ) เรื่องนี้ มีอายุครบรอบ 50 ปีพอดิบพอดี เรียกได้ว่าเป็นการ์ตูนในตำนาน ที่อยู่ร่วมสมัยมาอย่างยาวนานหลายรุ่น และการผจญภัยของโดเรมอน โนบิตะ และเหล่าผองเพื่อนก็ยังคงโลดแล่นต่อไปเรื่อยๆ แม้ว่าผู้ให้ต้นกำเนิดโดราเอมอนอย่างอาจารย์ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ จะจากเราไปนานแสนนานแล้ว

ถ้าพูดถึงไดโนเสาร์ของโนบิตะในปี 2006 นั้นมี พีสุเกะ เป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจของโนบิตะแต่แล้วก็ต้องแยกจากกัน จนกลายเป็นความประทับใจของแฟนๆ โดราเอมอนมาแล้วทั่วโลก และการกลับมาของโนบิตะในภาคนี้ ก็ถือว่าเป็นการสานต่อความสำเร็จนั้น ด้วยการหยิบแก่นเรื่องของการผจญภัยในโลกยุคไดโนเสาร์กลับมาอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เหตุการณ์ก็ค่อนข้างจะคล้ายกับภาคเก่าอยู่พอสมควรเหมือนกัน คราวนี้โนบิตะดันไปพบกับไข่ฟอสซิลโดยบังเอิญในขณะที่ไปเที่ยวนิทรรศการไดโนเสาร์ โนบิตะก็เลยเอากลับมา แล้วใช้ผ้าคลุมกาลเวลาของโดราเอมอน จนกระทั่งไข่ฟักออกมาเป็นไดโนเสาร์ฝาแฝดน่ารัก 2 ตัว คือคิว กับ บิว ทั้งสองนั้นเป็นเหมือนแฝดกัน รับรองโดราเอมอนภาคนี้ประทับใจไม่แพ้ภาคก่อนหน้าอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะในทุกๆปี นอกจากที่เราจะยังคงได้ชมความสนุกผ่านทางจอทีวีแล้ว โดราเอมอนก็ยังออกมาโลดแล่นผ่านจอภาพยนตร์ ในรูปแบบของภาพยนตร์เรื่องยาวที่มีมาต่อเนื่องในทุก ๆ ปี และมาถึงปีนี้ ด้วยวาระเวลาที่มาบรรจบกับการฉลองครบรอบ 50 ปีพอดี พี่ม่อนของเราก็ไม่พลาดที่จะพาไปผจญภัยกับ “ โดราเอมอน เดอะ มูฟวี่ ” ซึ่งภาคนี้เป็นโดราเอมอนในรูปแบบภาพยนตร์ลำดับที่ 40 พอดิบพอดี

เนื้อหาของภาคนี้กับภาคที่แล้ว ถือว่ามีอะไรที่คล้ายคลึงกันอยู่มากทีเดียว โดยเฉพาะเมนพล็อต ต้น-กลาง-จบ ที่เหมือนซะอย่างกับแกะกันมาเลย แต่ถึงแม้ว่าเนื้อหาในภาคนี้จะจั่วหัวไว้ว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ภาคแรก ( เจอกับพีสุเกะ ) ไม่กี่อาทิตย์ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ในภาคนี้ถือว่าเป็นภาคที่มีความแตกต่าง ในแง่ของซับพล็อตที่ทำได้สนุกและแตกต่างจากภาคที่แล้วมากๆ ใครที่เป็นแฟน โดราเอมอน ตั้งแต่ยุคแรก ห้ามพราดเด็ดขาด

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว อนิเมะ 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว อนิเมะThe King’s Avatar เทพยุทธ์เซียนกลอรี่

สู่การแข่งขัน E-Spot สุดยิ่งใหญ่เพื่อชิงความเป็นหนึ่ง กับ เรื่องราวในอดีตของชายผู้ได้รับฉายาว่า เทพแห่งวงการกลอรี่ [ ไม่สปอยนะ ]


รีวิว อนิเมะThe King’s Avatar เทพยุทธ์เซียนกลอรี่ สุดยอดเกมส์ ที่เป็นเกมส์ E-Spot ระดับประเทศ และฮิตที่สุดในประเทศจีน ทุกคนในจีนต่างก็ต้องรู้จักเกมส์นี้ เยี่ยชิว นักกีฬา E-Sports ระดับเซียนของเกม Glory จนถูกเรียกขานว่าเป็น เทพสงคราม ซึ่งตัวเขาอยู่สโมสร เจียซื่อ ตัวเขานั้นก็เป็นถึงหัวหน้าของทีมเจียซื่อ แต่แล้วเขาก็ถูกบังคับให้ออกจากการเป็นหัวหน้าทีม เขาจึงเลือกที่จะวางมือ เพื่อลาออกจากการเป็นสมาชิกทีมเจียซื่อ เพื่อไปตั้งสโมสรและทีมใหม่ของตัวเอง เพื่อก้าวสู้การเป็นแชมป์เกมส์กลอรี่อีกครั้ง

จากนิยายบนโลกออนไลน์ยอดฮิต สู่การเป็นอนิเมะ E-Sports สุดอลังการเขียนโดย หูเตี๋ยหลาน ซึ่งในไทยใช้ชื่อว่า เทพยุทธ์เซียนกลอรี่ เล่าเรื่องราวผ่านตัวละครที่ชื่อว่า เยี่ยชิว นักกีฬา E-Spot มืออาชีพ แห่งสโมสรเจียซื่อ ผู้เป็นตำนานแห่งวงการเกมกลอรี่ เขาได้สร้างตัวละครระดับเทพ อี๋เยี่ยจือชิว คว้าแชมป์ถึง 3 สมัย

เนื้อเรื่องทำออกมาได้ดีมากๆ ซึ่งในอนิเมะก็จะเป็นตอนที่กำลังหาสมาชิกเข้าทีม ซึ่งเรื่องนี้สิ่งที่ทำให้สนใจ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นช่วงที่เล่นเกมส์เพราะเข้าเกมส์มาทีไร ต้องไปเจอสิ่งที่ต้องสู้ จึงทำให้เราอยากติดตาม เนื่องจากตอนสู้กันนี้โครตมันส์เลยขอบอก และเรื่องนี้ข้อคิดก็ค่อนข้างเยอะ ทำให้เราเรียนรู้อะไรมากขึ้น แถมพระเอกก็เทพสมฉายาจริงๆ

การเล่าเรื่อง การใส่ประเด็นดราม่า ที่หนักหน่วงเข้มข้นลงไป ทั้งด้วยการเล่า และเพลงประกอบ ที่โคตรบิลด์อารมณ์สุดๆ แอดพบว่าในเรื่องมันมีหลายโมเม้นท์ที่ผู้สร้างได้ใส่ลงไป ต่อให้บางจุดมันเดาทางง่าย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกของการลำดับเรื่องลดลง แถมการปูจักรวาล E-Spot เกมส์กลอรี่ในเรื่อง นั้นทำให้คนนอกอย่างแอดเข้าถึงมันได้ และเข้าใจในจักรวาลของเกมส์กลอรี่คร่าวๆ ขึ้นมาได้ไม่ยากด้วย ตรงนี้ยอมรับเลยว่าทำบทมาดีจริงๆ

การต่อสู้ ฉากแอคชั่น จัดเต็มลื่นไหล สมกับเป็นหนึ่งในทีมงานผู้สร้างนารุโตะเวอร์ชั่นอนิเมะ ทุกซีนแอคชั่นดูแล้วสนุก [ เหมือนดูพวก Fate พวก SAO อะไรแนวๆนั้น ] แม้ว่าบางซีนจะรวดเร็ว แต่สิ่งที่ต้องการสื่อก็ไม่ได้หายไป ดูเอามันส์ การโชว์กึ๋นของมหาเทพเยี่ยเทพจริงๆ ได้เห็นเท่านี้ก็อิ่มเอมแล้ว

คุณภาพทุกอย่างดูดี เกมส์เมอร์ทั้งหลายถ้ามีเวลาควรดูนะครับ เพราะ The King’s Avatar: For the Glory นี้มีมุมมองถึง E-Spot ค่อนข้างมาก แล้วก็นำเสนอได้ดี ถ้าเราต้องการให้วงการ E-Spot เป็นที่ยอมรับเราต้องเล่นมันให้ดี พัฒนามันให้ดี ไม่ต้องไปโวยวายเรียกร้องอะไร เพราะคนที่ไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจครับ เราต้องดึงให้เขาเข้าใจอย่าไปหัวร้อนใส่ ห้ามพลาดเด็ดขาดกับ The King’s Avatar เทพยุทธ์เซียนกลอรี่

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว อนิเมะ 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว อนิเมะ ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่: ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ Demon Slayer the : Movie Mugen Train

พบกับอนิเมะ สุดปัง อลังการดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ น่ะ นี่ มัน โคตร มัน [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่: ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ อนิเมะฟอร์มยักษ์ที่อลังการที่สุดในปี 2020เรื่องราวต่อเรื่องมาจากอนิเมะซีรีส์ตอน 26 ว่าด้วยเรื่องของ เหล่านักดาบพิฆาตอสูร ทันจิโร่ เนซึโกะ และก๊วนเหล่าเพื่อน ได้รับภารกิจให้ไปสืบสวนหาสาเหตุ การหายตัวของประชาชนบนขบวนรถไฟ แต่แล้วก็พบว่า มีสิ่งผิดปกติบางอย่างบนรถไฟสู่นิรันดร์ พวกเขาสัมผัสได้สู่จิตวิญญาณอันชั่วร้าย จึงกลายมาเป็นการต่อสู้เพื่อพิฆาตเหล่าอสูรและปกป้องประชาชน จนเป็นที่มาของ ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ 

การดำเนินเรื่อง เข้าเนื้อเรื่องหลัก ค่อนข้างไว ไม่รีรอ ลุยต่อเนื่อง จัดเต็มไม่มีพัก มีแฟลชแบล๊คย้อนเนื้อเรื่องบางส่วน ครบอรรถรสในการรับชม แอคชั่น โรแมนติก ตลก ดราม่า จนถึงขั้นอาจทำให้ท่านเสียน้ำตาได้เลย (ถูกใจเจ้ข้างบ้าน)  ตัวละครยังคงความเป็นเอกลักษณ์เหมือนเดิม แต่แอคติ้งเล่นใหญ่ เว่อวัง อลังมากกว่าในมังงะหลายเท่า 

บอกได้ว่า ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ เป็นหนังอนิเมะขนาดยาวร่วม 2 ชั่วโมงที่กลั่นแน่นไปด้วยอารมณ์ทั้งมัน ทั้งขำ ทั้งซึ้ง ทั้งเศร้า ทั้งน้ำตาไหล เส้นเรื่องอาจไม่ได้ขยับขยายการรับรู้เดิมไปได้ไกลมากนัก แต่ก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญชนิดที่ว่าจะดู อนิเมะซีรีส์ซีซันต่อไปไม่รู้เรื่องได้เลยทีเดียว

สำหรับคนที่ไม่เคยดูมังงะหรืออนิเมะมาก่อน บอกเลยเป็นงงอย่างมาก จะไม่ค่อยอินกับเนื้อเรื่อง อาจทำให้เสียอรรถรสในการรับชมได้ เพราะเนื้อเรื่องจากเดอะมูฟวี่เป็นการเล่าเรื่องต่อจากซีรีส์เลย แนะนำให้ดูดาบพิฆาตอสูรให้จบก่อน 26ตอน ระดับความมันส์ ไล่จากน้อยไปสู่เต็มขั้น ทั้งนี้ ทั้งนั้น คออนิเมะต้องขอบอกเลยว่า ห้ามพลาดเด็ดขาด

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว อนิเมะ 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิวหนัง The Lion King : การ์ตูนอนิเมชั่นที่ใครๆหลายคนปลื้มม

รีวิวหนัง The Lion King คือหนึ่งในอนิเมชันที่โด่งดังที่สุดของทางค่ายดิสนีย์ ที่มีความโด่งดังมากจนมาถึงทุกวันนี้ โด่งดังจนกระทั่งถูกเลือกเอามาทำใหม่ในเวอร์ชันภาพสมจริง จำได้เลยว่าตอนที่ประกาศตัวอย่างครั้งแรก กระแสพุ่งแรงทั่วบ้านทั่วเมืองทั่วโลกเป็นอย่างมาก 

ซึ่ง The Lion King ในเวอร์ชั่นไลฟ์แอ็คชั่นนี้นั้น เป็นการนำอนิเมชั่นมาสเตอร์พีซของดิสนีย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยรายได้สูงสุด ที่กวาดรางวัลมานับไม่ถ้วน นำกลับมาทำให้มีชีวิตชีวา ภาพที่สวย และสมจริงจนลืมไปชั่วขณะว่าทั้งหมดนี้ เกิดจากคอมพิวเตอร์กราฟฟิก CGI ทั้งสิ้น ทั้งยังทำให้ใจละลายไปกับซิมบ้าน้อย ตื่นตาตื่นใจไปกับทุ่งหญ้าสะวันนา และยังหัวเราะไปกับความเพี้ยนของคู่หูทิโมน และพุมบ้า

เปิดเรื่องมาด้วยฉากในตำนาน กับฉากพระอาทิตย์ขึ้นสาดแสงส่องทุ่งหญ้าสะวันนาทำให้เห็นฝูงสัตว์น้อยใหญ่ และที่สำคัญดนตรีประกอบเจ้าของรางวัลออสการ์จากฮานส์ ซิมเมอร์ เพลง Circle of Life บรรยายเรื่องราวการถือกำเนิดของ ว่าที่ราชาซิมบ้า และการเติบโตของเขา ก่อนจะพาเราเข้าสู่เรื่องราวการแย่งชิงบัลลังก์ การพลัดพราก และการเติบ โตของลูกสิงโตน้อย สู่ราชาแห่งแดนทรนงพร้อมกับเพลงสุดไพเราะนั่นเอง

ในงานนี้นั้นผู้ชมนั้นก็จะได้พบกับตัวละครในความทรงจำครบทุกตัว ที่ไม่ว่าจะเป็น ราชามูฟาซา ที่ได้เจมส์ เอิร์ล โจนส์ ผู้พากษ์เสียงต้นฉบับกลับมาให้เสียงพากษ์อีกครั้ง, ราชินีซาราบี คู่ครองของซิมบ้าอย่าง นาลา ที่ได้ตัวแม่ บียอนเซ่มาให้เสียงอันทรงพลัง ตัวร้ายอย่าง สการ์ นกพ่อบ้าน ซูซู และคู่หูที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับเราได้ตลอดอย่าง พุมบ้า และทิโมน โดยได้ผู้กำกับอย่าง จอน ฟาฟวโร หรือแฮปปี้ ในสไปเดอร์แมน ภาคล่าสุดนั้นมานั่งแท่นกำกับที่เขาเคยฝากฝีมือไว้กับ The jungle book ฉบับ ไลฟ์แอคชั่นกันนั่นเอง 

สรุปแล้ว เดอะไลอ้อนคิง เป็นอนิเมชั่นที่น่าสนุกมากเรื่องนึงและหาดูได้ง่ายๆ สำหรับลูกใครที่พึ่งคลอดผมแนะนำให้หา การ์ตูนเรื่องเป็นยอดนิยมของเด็กวัยอ่อนเล็กๆ เลยครับการันตีให้จาก Blusterfilms

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

รีวิวหนัง Ratatouille : พ่อครัวหนูตัวจิ๋วที่สามารถทำอาหารได้รสชาติล้ำเลิศ

รีวิวหนัง Ratatouille หนู เป็นสัตว์ที่ไม่ควรอยู่ในห้องครัว ก็เหมือนมนุษย์บางคนไม่เหมาะกับการทำบางสิ่งอย่าง แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเขาจะทำไมได้ หลายครั้งอาจยอดเยี่ยมดีกว่าเสียด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าเราไม่ปิดกั้นโอกาส มอบความเสมอภาคเท่าเทียม แม้แต่หนูก็สามารถกลายเป็นเชฟกระทะเหล็กได้ ต้องดูให้ได้ก่อนตาย

เรื่องราวของหนูตัวน้อยเรมี่ ที่มีพรสวรรค์ในด้านการดมกลิ่น และความคิดที่ไม่เหมือนหนูตัวอื่น เมื่อเขาใฝ่หาแต่อาหารดีๆ ขณะที่ตัวอื่นกลับกินแต่อาหารขยะ มันมีความสามารถในด้านการปรุงอาหาร และฝันอยากเป็นพ่อครัว  เมื่อชีวิตผกผันพลัดหลงกับบ้านของตัวเอง ญาติพี่น้องของตัวเอง มาอยู่ในปารีส เมืองใหญ่ที่มีร้านอาหารหรู และอร่อยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก มันก็ได้พบกับ “ลิงกวินี่”

เด็กหนุ่มผู้เป็นลูกชายของภรรยาของเจ้าของร้านอาหารชื่อดัง (เขาคือ ออกัส กุสโต้ เป็นพ่อครัวที่เขานับถือเป็นฮีโร่ ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว) เด็กชายที่ดูแสนจะธรรมดา เขาเข้ามาทำงานในฐานะเด็กเก็บขยะ ด้วยความผิดพลาดทางเทคนิค ลิงกวินี่และเรมีก็ได้รู้จักกัน แล้วรับรู้ว่าเรมี่สื่อสารกับเขาได้ แถมปรุงอาหารเก่งสุดยอด แต่หนูกับห้องครัวของร้านอาหารชื่อดัง เป็นสิ่งที่ไม่เข้ากันอย่างยิ่ง

เรมี่ต้องใช้พรสวรรค์ที่มีสร้างสรรค์อาหารรสเลิศผ่านทางลิงกวินี่ แต่ว่าทุกอย่างมันดูไม่ง่ายเลย เมื่อดูเหมือนจะมีอุปสรรครอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น การจ้องจับผิดจากนักวิจารณ์ ครอบครัวที่ตามมาเจอกันจนได้ การเก็บความลับเรื่องหนูเข้ามาในร้าน รวมทั้งปัญหาเรื่องความเป็นเจ้าของร้านอาหารอีกที่รุมล้อมเข้ามานั่นเอง

เมื่อชาติกำเนิดของเรมี่ยืนอยู่คนละด้านมุมกับความฝัน การวิ่งคว้ามันจึงเหน็ดเหนื่อยกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆ หลายเท่าตัว การเกิดมาเป็นหนู ไม่ได้เอื้อให้เขาเติบโตเป็นพ่อครัวระดับโลกได้เลย เพราะเพียงแค่ย่างเข้าครัว เรมี่ก็ถูกไล่ตะเพิด และจับตัวไว้ในโหลแก้ว หนูสกปรกที่หลุดเข้าไปตามหาความฝันผิดที่อย่างเรมี่ ถูกเชฟใหญ่ประจำภัตตาคารหรู ใช้ให้เด็กทำความสะอาดห้องครัวชื่อลิงกวินี่ นำไปกำจัดให้พ้นสายตาทันที ชีวิตของมนุษย์ชื่อ ลิงกวินี่ กับหนูสีฟ้า อย่าง เรมี่ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อฝ่ายหนึ่งกำลังไล่คว้าความฝันซึ่งอยู่ห่างไกลจากชาติพันธ์ที่กำเนิด แต่อีกฝ่ายกลับมีชีวิตล่องลอยอยู่กลางสุญญากาศชีวิต ลิงกวินี่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากการเป็นมนุษย์กระทำสิ่งที่จะช่วยผลักดันตัวเขาให้ก้าวไปข้างหน้าแม้แต่น้อยในขณะที่สิ่งมีชีวิตใต้โหลแก้วในเงื้อมมือของเขานั้นกลับมีจุดหมาย และความฝันที่มั่นคงชัดเจน

การโคจรมาพบกันของมนุษย์ไม่เอาถ่าน กับหนูสีฟ้าที่พกความฝันติดตัวในยามตื่น นำไปสู่การร่วมมือกันทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ลิงกวินี่ตัดสินใจร่วมมือกับเรมี่ ที่มีความสามารถและลมหายใจจดจ่ออยู่กับการเป็นพ่อครัวระดับโลก ในขณะที่การเดินเข้าครัวไปปรุงอาหารเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับพ่อครัวตัวน้อยนั้น ลิงกวีนี่ก็ใช้ความเป็นมนุษย์เบิกทางให้เรมี่เข้าไปสานฝันของตัวเอง ด้วยการควบคุมการทำอาหารผ่านมือ และร่างกายของลิงกวินี่ เรมี่สามารถใช้ชีวิตเป็นพ่อครัวดังที่เขาประสงค์ได้ ในขณะเดียวกันลิงกวินี่ก็กลายเป็นพ่อครัวที่มีชื่อเสียง เป็นคนที่มีคุณค่า โดยที่แท้จริงแล้วความฝันของมนุษย์เช่นเขาก็ยังไม่งอกเงยขึ้นมา ความสัมพันธ์ของคนกับหนูคู่นี้ ดำเนินไปอย่างซึมลึก หนังค่อยๆ เผยให้เห็นด้านมืด และมุมสว่างในความสัมพันธ์ ที่ฝ่ายหนึ่งเอาชีวิตที่เลื่อนลอยไปแขวนไว้ แต่อีกฝ่ายมีความฝันอันงดงามผูกติดอยู่ที่ปลายเชือกความสัมพันธ์ เมื่อลิงกวินี่เริ่มคำนึงถึงชื่อเสียงของตัวเองมากจนไปกระเทือนเชือกเส้นนั้น ส่วนเรมี่ก็ใช้อารมณ์ชั่ววูบในการวิพากษ์ความสัมพันธ์ครั้งนี้ กระทั่งท้ายที่สุด ชาติกำเนิดของลิงกวินี่และเรมี่ก็ไม่ได้ช่วยจำแนกเขาทั้งสองให้ต่างกันในด้านที่ลึกไปกว่ากายภาพของความเป็นมนุษย์ และหนูเลยนั่นเอง

ซึ่งความสนุกของหนังเรื่องนี้มีมากมายให้เหล่าผู้ชมนั้นได้เพลิดเพลินกันตลอดทั้งเรื่อง และอีกหนึงสิ่งที่น่ายกย่องคือบทภาพยนตร์ของหนังที่ทำออกมาได้ดีมากๆ มองกันในมุมลึกนั้นถึงกลับสามารถสะท้อนแง่มุมชนชั้นแรงงานในสังคมฝรั่งเศสเลยก็ว่าได้ การเลือกตัวละครหลักเป็นหนูนั้นเปรียบเสมือนแรงงานที่มีหน้าที่ทำงานตามคำสั่ง หรือทำงานตามที่ตัวเองพึงกระทำ ห้ามแตกต่าง หรือแตกแยกจากคนอื่น แม้จะเป็นเพียงหนังการ์ตูนสำหรับเด็กแต่ประเด็นเรื่องความฝันที่หนังถ่ายทอดนั้นแจ่มชัดมาก ความน่าสงสารของ เรมี่ ซึ่ง

สรุป Ratatouille นี้นั้นจัดได้ว่าเป็นภาพยนตร์สำหรับครอบครัวอย่างแท้จริงอีกทั้งยังมีมุขตลกต่างๆ ที่สอดแทรกอยู่ในหนังทำได้อย่างลงตัว และต้องจังหวะของผู้ชมทุกเพศวัย ไล่ระดับตั้งแต่มุขพื้นๆ ประเภทตกนู่น ชนนี่ ที่ผู้ชมตัวน้อยสามารถเข้าใจได้ ไปจนถึงมุขตลกเสียดสีต่างๆ โดยเฉพาะการจิกกัดนักวิจารณ์ที่ทำตัวเยี่ยงเทวดาทั้งหลาย ด้วยการตั้งชื่อตัวละครที่เป็นนักวิจารณ์อาหารว่า อีโก้ และตบท้ายด้วยการให้นักวิจารณ์อย่างอีโก้ กล่าวถึงอาชีพการเป็นนักวิจารณ์ของตัวเอง ซึ่งทำเอาบรรดานักวิจารณ์ผู้สูงส่งทั้งหลายรู้สึกแสบคันไปตามๆ กันเลยทีเดี่ยวนั่นเอง 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB :Blusterfilms

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

รีวิวหนังReady player for one : รับรองกับสายเกมส์เมอร์และอนิเมชั่นว่าชอบ !

ก่อนอื่นแอดมินต้องขอบอกว่าเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2045 ช่วงที่โลกเต็มไปด้วยความวุ่นวายและการล่มสลาย แต่ผู้คนพบทางรอดชีวิตที่ดิ โอเอซิส ซึ่งเป็นจักรวาลเสมือนจริงอันกว้างใหญ่ที่เราสามารถไปที่ไหนก็ได้ ทำอะไรก็ได้ เป็นใครก็ได้ ดิ โอเอซิสสร้างขึ้นโดย เจมส์ ฮัลลิเดย์ (มาร์ค ไรแลนซ์) เมื่อฮัลลิเดย์เสียชีวิตลง เขาได้ทิ้งทรัพย์สมบัติมหาศาลและอำนาจในการควบคุมดิ โอเอซิสทั้งหมดให้กับคนแรกที่ได้กุญแจทั้ง 3 ดอก เพื่อเปิดประตูสู่ไข่อีสเตอร์ดิจิตอลที่เขซ่อนไว้ในสถานที่ ความท้าทายของเขาทำให้เกิดเกมที่มีการแข่งขันขึ้นทั่วโลก

เห็นไหมแค่เพียงได้อ่านเรื่องย่อสั้นๆก็เป็นที่น่าสนใจไปไม่น้อยสำหรับคอ อย่างเราๆโดยเนื้อเรื่องของภาพยนต์เรื่องนี้ จะตัดสลัดไปมาระหว่าง OASIS (โลกในเกมส์) และโลกแห่งความจริงและ ซึ่งตัวหนังก็ใช้พล็อคเรื่องที่ออกจะเป็นแล้วสูตรสำเร็จแต่ก็ไม่ได้ทำให้ดูหน้าเบื่อแต่อย่างใดด้วยและด้วย CG ที่คุณภาพมากๆ (แค่ดู CG ก็คุ้มแล้ว)

กับมุขตลกที่แทรกมาในหนังอย่างลงตัวทำให้ภาพยนต์เรื่องนี้จัดอยู่ในเรตที่ว่าชาว อย่างเราไม่ควรพลาด แอดมินเสริมเลยว่าเรื่องนี้ถ้าหากใครยังไม่เคยดูต้องไปลองมาหาดู เหมือนกับ่ว่าเป็นขวัญใจของชาว อนิเมชั่น หรือ อนิเมะ แถมสำหรับคนที่ชอบกันดั้ม เพียงแค่ได้เห็นกันดั้มไม่ถึง 10 นาที แค่นั้นก็สุขใจแล้ววว 5555555

บทสรุปเรื่องนี้แอดมินชอบมากๆ เลยครับเพราะส่วนตัวเราแล้วชอบกันดั้มด้วย และยังชอบ อนิเมชั่น หรือ อนิเมะ ที่รวมกันในเรื่องนี้ทำให้เนื้อเรื่องสนุกขึ้นไปเป็นเท่าตัว และขอบอกเลยว่าสำหรับ สายเกมส์เมอร์ ถ้าดูหนังเรื่องนี้แล้วไม่ชอบแอดมินว่าไม่ใช่ สายเกมส์เมอร์ แล้วแหละขอรับประกันจาก แอดมินเลยว่าพลาดไม่ได้ !!!

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์