รีวิวซีรี่ส์ My First First Love วุ่นนัก รักแรก

รีวิวซีรี่ส์ My First First Love วุ่นนัก รักแรก เพื่อนสนิทติดหัวใจ ซีรี่ส์เกาหลี ที่เล่าเรื่องรักของวัยรุ่นเรื่องนี้ ที่แบ่งฉายเป็นแบบสองซีซั่นมี 16 ตอนทาง Netflix [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว My First First Love วุ่นนัก รักแรก แอดคิดว่าทุกคนล้วนเคยผ่านประสบการณ์ครั้งแรกมาแล้วมากมายในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเดินได้ครั้งแรก กินของสุดโปรดครั้งแรก หกล้มครั้งแรก หรือ รักครั้งแรก และ นี้คือซีรีส์เกาหลีทีจะมาเปิดประสบการณ์ครั้งแรก กับความรู้สึกที่จะทำให้หัวใจพองโต อบอุ่นหัวใจ และ เต้นรัวอีกครั้ง ผ่านออริจินัลซีรีส์โรแมนติกคอเมดี้ My First First Love ที่ได้ 3 นักแสดงวัยรุ่น จีซู แชยอน และ จินยอง มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความรัก มิตรภาพ และประสบการณ์ต่างๆ ของวัยหนุ่มสาว [ฟินกันยาวๆเลยละ]

My First First Love วุ่นนัก รักแรก รีวิว 01

ซีรีส์เกาหลี ที่จะพาคุณย้อนนึกถึงความรักที่สดใหม่ในช่วงวัยรุ่น ความรักครั้งแรก กับเรื่องราวสุดป่วนเมื่อ ยุนแทโอ นักศึกษามหาวิทยาลัย ได้ย้ายเข้าไปในบ้านซึ่งเป็นมรดกจากครอบครัว เพื่อเฝ้าฝันที่จะมีชีวิตอันแสนโรแมนติกและเป็นอิสระจากพ่อแม่แต่จู่ๆ เพื่อนตัวแสบก็ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกันในบ้านหลังใหม่ พร้อมอ้อนวอนและงัดสารพัดเหตุผลเพื่อขออาศัยร่วมชายคาเดียวกับ ยุนแทโอ แต่จะเหตุผลไหนๆ ก็ทำลายความฝันของเขาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสาว ซงอี กับมิตรภาพ 20 ปี ผู้ที่ต้องย้ายออกจากบ้านหลังจากถูกแม่ทิ้งไป อีกทั้งลูกสาวของเพื่อนพ่ออย่าง การิน ที่หนีออกจากบ้านเป็นครั้งแรกและ ฮุน เพื่อนชายสมัยมัธยมปลาย ที่โดนพ่อไล่ออกจากบ้าน หลังจากรู้ความจริงว่าเขาจริงจังกับความฝัน ในการเป็นนักแสดงละครเวทีมากกว่าการเรียน แต่แล้ว แทโอ กลับพบว่า ซงอี กำลังเริ่มรู้สึกดีกับ โดฮยอน เพื่อนรักของเขา จึงเริ่มรู้สึกไม่สบายใจแม้ว่า ซงอี เองจะเป็นเหมือนครอบครัวก็ตาม และระหว่างเขากับ ซงอี ก็ไม่ได้มีความรู้สึกโรแมนติกใดๆเลยสักนิด จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของทั้งห้าคน กับการเรียนรู้ว่าใครคือรักครั้งแรกที่แท้จริง

ใครทีดูแล้วคิดว่าเป็นใงกับเรื่องนี้ เรื่องนี้แอดบอกได้เลยว่า แววตาของนักแสดงเรื่องนี้สื่ออารมณ์ได้อย่างดี โดยเฉพาะ จีซู และ จินยอง พระเอกและเพื่อนพระเอก ทำให้รู้สึกว่าถ้าเป็นหญิงควรจะเลือกใครดี ก็เพราะว่าเป็นคนดีทั้งสองคนเลยละ ถ้าใครเป็นนางเอกก็คงหนักใจมากละนะ ในส่วนของโทนสีของเรื่องทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว ล้วนเป็นสีพาสเทลที่ให้ความรู้สึกสดชื่นตามหนังไปจริงๆ แถมมีประโยคข้อคิดหลายอย่างในเรื่องนี้อีกด้วย แอดแนะนำเลยว่าเป็นซีรี่ส์ที่น่าดูอีกเรื่องเลยละในช่วงโควิดอยู่บ้าน ไม่มีอะไรทำก็ดูซีรี่ส์และฟินยาวๆกันไปเลย

ซีรีส์เรื่องนี้มีทังหมด 2 ซีซั่นซีซั่นละ 8 ตอนซึ่งก็คือ 16 ตอนจบนั่นเอง ซีรีส์รีเมคจากเรื่อง Because It’s The First Time ในส่วนเวอร์ชั่นใหม่ของ Netflix นี้ได้คว้าตัว ผู้กำกับ โอจินซอก ที่เคยผ่านการกำกับซีรีส์เรื่องดังอย่าง Yong Pal และรวมถึง My Sassy Girl มาเรียบเรียงการเล่าเรื่องราวในครั้งนี้ การตีความหมายของความวุ่นวายในการใช้ชีวิตในวัยสดใสจากทีมงานชุดใหม่นี้สามารถทำได้น่ารักน่าชัง และดึงดูดความสนใจจากผู้ชมได้อย่างน่าสนใจไม่แพ้เวอร์ชั่นก่อนเลยละ รับรองว่าเวอร์ชั่นนี้ฟินมากๆแอดการันตีให้เลย

My First First Love วุ่นนัก รักแรก รีวิว

รับชมได้ทาง NETFLIX
กำกับโดย: โอจินซอก
ซีรี่สืแนว: SENTIMENTAL,ROMANCE
จำนวนตอน: 2 ซีซั่น ซีซั่นที่ 1 จำนวน 8 ตอน , ซีซั่นที่ 2 จำนวน 8 ตอน : รวม 16 ตอน
นักแสดง: JI SOO , JUNG CHAE-YEON , JINYOUNG , CHOI RI , KANG TAE-OH , HONG JI-YOON

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ซีรี่ส์ เกาหลี

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว ฮักเถิดเทิง Love Rumble The Movie

รีวิว ฮักเถิดเทิง Love Rumble The Movie ฮักเถิดเทิงLove Rumble The Movie มาแล้วกับภาพยนตร์ รัก โรแมนติก คอมเมดี้ อินดี้ จั๊กกะจี้หัวใจ [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว ฮักเถิดเทิง Love Rumble The Movie ฮักเถิดเทิงLove Rumble The Movie เรื่องราววุ่นๆที่เกิดขึ้นในงานมหกรรมการแสดงหมอลำใจกลางเมืองใหญ่ของภาคอีสาน เมื่อก๊วนบอยแบนด์ซุป’ตาร์อย่าง หมอลำผู้คลั่งไคล้เอลวิสศิลป์ชัย [ก้อง ห้วยไร่]หนุ่มแหบเสน่ห์ผู้หลงใหลการเต้นมูนวอล์ก เพชร [แซ็ค ชุมแพ] และหมอลำแร็กเก้ พิณ[เบิ้ล ปทุมราช]ต้องมาพ่ายแพ้ผลโหวตให้กับเกิร์ลกรุ๊ปแห่งภาคอีสาน แต่เหล่าก๊วนบอยแบนด์ กลับพบว่าการโหวตครังนี้มีเบื้องหลัง เพื่อตามหาความจริง พวกเขาจึงต้องแผงตัวเข้ามาสืบและไขข้อกระจ่างทั้งหมด

คอหนังโรแมนติกคอมเมดี้อินดี้อีสาน ได้ฮากระจายทั่วประเทศ เอ็มพิคเจอร์ส และ แลนด์ ออฟ สไมล์ฟิล์ม ปล่อยภาพยนตร์ฮักเถิดเทิงมาให้ชมกันงานนี้แก๊งซุป’ตาร์สายฮาเสียงดี ก้อง ห้วยไร่, เบิ้ล ปทุมราช และ แซ็ค ชุมแพ ชวนพี่ๆน้องๆวงการลูกทุ่งอินดี้รุ่นใหม่ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น, เนสกาแฟ ศรีนคร และ อาม ชุติมา


ยันก๊วนตลกฝีมือเก๋า อาภาพร นครสวรรค์, อี๊ด โปงลางสะออน,ค่อม ชวนชื่น,ตาต้าร์ ไทบ้าน เดอะซีรี่ส์,พิม นาคำไฮ โดยมี อรุณธีรเดช สพันอยู่ ผู้กำกับถนัดสายฮาที่เคยสร้างความประทับใจจนพาหนัง [ออนซอนเด] กวาดรายได้ไป 70 ล้านบาท รับหน้าที่ปรุงแต่งความสนุกอีกครั้ง

และเพื่อให้สมกับเป็นภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้จั๊กกะจี้หัวใจ การคัดสรรนางเอกแต่ละคนมาประกบคู่กับ3 ซุป’ตาร์สายฮาเสียงดี ก้องห้วยไร่,เบิ้ลปทุมราช,แซ็คชุมแพ ได้นั้นจะสวยอย่างเดียวไม่ได้ เคมีต้องลื่นไหลกับหนุ่มๆด้วย งานนี้ผู้กำกับ อรุณธีรเดช สพันอยู่ แคสท์ติ้งนางเอกอยู่หลายคนกว่าจะมาเป็น ชิงชิง คริษฐา สังสะโอภาส,ลำไย ไหทองคำ,นะโม ไทบ้านเดอะซีรี่ส์

ช่วงนี้ใครที่เบื่อๆกับโควิดเบือกับวัคซีน เบื่อกับการกักตัว แอดแนะนำฮักเถิดเทิงรับรองคลายเครียดได้ดีจริงๆ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์ไทย

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว ซีรี่ส์ Bridgerton วังวนรัก เกมไฮโซ

เรื่องอื้อฉาวดงผู้ดี ซีรีส์โรแมนติกยุค รีเจนซี่ เซ็กซี่ ละมุนใจ โดนใจวัยทีน [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว ซีรี่ส์ Bridgerton วังวนรัก เกมไฮโซ มิสดาฟนี่ ลูกสาวคนโตของครอบครัวบริดเจอร์ตัน ในวันที่เธอเติบโตจนถึงวันต้องหาสามีเป็นตัวเป็นตน ฤดูกาลแห่งงานสังคมครั้งแรกของเธอ ทำให้เธอกลายเป็นดาวเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่สวยใส งดงามเป็นที่ต้องตาของเหล่าผู้คน ดูเธอจะไม่ต้องการแต่งงานกับชายที่เธอไม่ได้รัก ทั้งพี่ชายของเธอก็ดูจะเจ้ากี้เจ้าการในการเลือกคู่ ที่เขาคิดว่าเหมาะสมเสียเหลือเกิน เธอจำต้องหาใครสักคนมาช่วยยืดระยะเวลาเฉิดฉายในฐานะคนโสดให้ยาวออกไป

และในที่สุดเธอก็เจอคนนั้น เขาคือ ไซมอน บาสเซ็ต ดยุกแห่งเฮสติ้งส์ ชายผิวเข้มทายาทคนเดียวของบิดา แต่เขามีเบื้องหลังที่น้อยคนจะล่วงรู้ และเขาเองก็มีเหตุผลที่ไม่ต้องการจะแต่งงานกับใคร เมื่อทั้งสองมาเจอกัน ดูเหมือนจุดประสงค์ที่สอดคล้อง ทั้งสองตกลงจะเดทกันไปเรื่อยๆ เหตุการณ์เหล่านี้ไม่พ้นสายตาของ เลดี้วิสเซิลดาวน์ นักเขียนลึกลับผู้ออกหนังสือพิมพ์เล่าเรื่องซุบซิบเป็นประจำ ที่ผู้คนต่างติดตามอ่านกันอย่างงอมแงม โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นใคร เหตุใดจึงรู้เรื่องเหล่านี้ทั้งยังว่างมานั่งเขียนขนาดนั้น

ซีรีส์ที่เล่าเรื่องรักที่เกิดในแวดวงไฮโซ เอาจริงๆ ก็คงจะมีหลายเรื่องที่หยิบมาเล่ากันไปแล้ว แต่เรื่องนี้เลือกเล่าย้อนไปในยุคเก่าที่เราเกิดไม่ทัน บทอะไรต่างๆ ก็แตกต่างไปตามสภาพสังคม แนวความคิดในเวลานั้น ค่านิยม ความเจริญ และบ้านเมือง อะไรๆ ก็แตกต่างไปจากไฮโซในปัจจุบัน แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การมีตัวละครที่ไม่คิดเห็นในแนวทางเดียวกับสังคม และพยายามจะดำเนินชีวิตในทางที่ต้องการเท่าที่สังคมในเวลานั้นมันจะทำได้

สิ่งสำคัญที่เกาะเกี่ยวเรื่องราวไปตลอดทั้งซีซันก็คือ ปริศนาเกี่ยวกับตัวตนของ เลดี้วิสเซิลดาวน์ นักเขียนเรื่องซุบซิบในหนังสือที่เธอพิมพ์เอง และร่อนแจกฟรีทั่วลอนดอน เธอเป็นใคร เหตุใดเธอจึงรู้เรื่องในแวดวงไฮโซดีนัก ซีรีส์เรื่องนี้ดำเนินเรื่องด้วยเสียงบรรยายของเลดี้วิสเซิลดาวน์ ผู้ชมต้องช่วยตามหาและคาดเดาเอาเองว่าเธอจะเป็นใคร บทเฉลยจะตรงกับที่คิดไว้หรือไม่

Bridgerton เป็นซีรีส์รักแนว โรแมนติกดราม่า ที่คอซีรีส์รักไม่ควรพลาด รับรองว่าดูเพลินจนคุณอาจจะหน้าแดงในบางซีน อีกหนึ่งความดีงามของเรื่องนี้ ต้องยกให้ฉากและคอสตูมสุดอลังการชวนฝันทั้งยังสะท้อนความรัก ความอบอุ่นของครอบครัวค่านิยม ขนบธรรมเนียม ประเพณีความไม่เท่าเทียมกันทางเพศ และชีวิตที่หรูหราฟู่ฟ่าในยุคอาณานิคมหรือยุค รีเจนซี่ได้อย่างน่าสนใจมีให้ชมกันแล้ว บน netflix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว Netflix 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิวหนังLoveGuaranteed : รักรับประกันได้เลยว่าโดนใจแน่นอน !

รีวิวหนังLoveGuaranteed : หากใครกำลังมองหาหนังรักแนวโรแมนติกแนะนำเลย !

รีวิวหนังLoveGuaranteed นี่เป็นหนังรักที่ดูเหมือนไม่มีอะไรจากหน้าหนัง แถมยังลงเน็ตฟลิกซ์ด้วย ก็เหมือนการการันตีว่าคงไม่ได้มีดีอะไรมาก แต่กลายเป็นว่าความคิดนี้ผิดถนัด ตัวหนังที่เหมือนไม่มีอะไร แต่กลับหยิบยกเรื่องปัญหาของคนทั้งโลกที่ว่า ความรักรับประกันได้จริงๆ หรือไม่? ซึ่งไม่ใช่แค่เล่นกับพล็อตเรื่องที่พระเอกฟ้องเว็บไซต์หาคู่ที่ดันใช้ชื่อ Love Guaranteed

มาเป็นประเด็นให้ถูกพระเอกฟ้องร้องโจมตีว่าโฆษณาหลอกลวงเกินจริง แต่หนังให้นิยามคำตอบหลายแง่มุมกับความคิดของคนที่มองหารักแท้ ซึ่งจริงๆ แล้วสิ่งนี้มันการันตีไม่ได้ เป็นคำตอบที่ใครๆ ก็ต้องรู้อยู่เต็มอก แต่ก็ยังพยายามหารักแท้กันให้ได้ ซึ่งถ้ามีการการันตีได้ใครๆ ก็คงพร้อมจ่ายให้ได้รักแท้มากันทุกคน

ความรักรับประกันได้หรือไม่?2ตัวเรื่องพยายามยิงคำถามกลับมายังผู้ชมเป็นระยะๆ ให้คิดถึงเรื่องการการันตีความรัก ผ่านทั้งทางการว่าความของนางเอกซูซานที่พยายามตรวจสอบทุกอย่างให้รอบคอบที่สุด ไปจนถึงการขุดคุ้ยประวัติของลูกความตัวเองที่เคยมีบาดแผลความรักในอดีต ที่เกือบจะได้แต่งงานแล้วแต่ห้วงสุดท้ายอะไรๆ กลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด และยังในแง่มุมของการว่าความสู้คดีที่ดูเหมือนคดีเล็กๆ แต่กลับไม่เล็กอย่างที่คิดเมื่อ ทามาล่า เทเลอร์ (เล่นโดย เฮเธอร์ เกรแฮม) เจ้าของเว็บไซต์หาคู่นี้เป็นเจ้าแม่ในโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ทรงกับผู้หญิง

  และการฟ้องร้องเว็บหาคู่อันดับ 1 นี้ก็เท่ากับประกาศสงครามกับธุรกิจหาคู่ทั้งหมดไปในตัวว่าเป็นการหลอกลวงหากินกับความหวังในการหาความรักของคน เท่านั้นไม่พอเรื่องยังผูกเอาความรักของพระเอกนางเอกตามสูตรหนังเรื่องนี้เข้ากับการตัดสินคดีไปพร้อมกัน ซึ่งตอนจบหนังแนวนี้เชื่อว่าทุกคนเดาได้อยู่แล้ว แต่ตัวหนังก็ยังฉลาดที่หยิบเอาเรื่องการการันตีความรักมาเป็นตอนจบได้อย่างเก๋ไก๋ แถมยังมีความคมคายลึกๆ ตอบสิ่งที่หนังตั้งคำถามไว้ตลอดเรื่องไปในตัว ว่าความรักการันตีได้หรือไม่?

สรุปเลยนะครับว่านี่เป็นหนังรอมคอมเล็กๆ จาก Netflix ที่หยิบนางเอกดังในอดีตสองคนกลับมาเล่นได้อย่างน่ารักสมวัย แม้หน้าหนังพล็อตเรื่องอาจจะดูเบาๆ ดูเป็นแนวรักตลกทั่วไป แต่ตัวเรื่องมีความคมคายลึกซึ้งเรื่องความรักแทรกไว้ได้อย่างน่าสนใจตลอดเวลา พร้อมกับคำตอบในตอนจบที่หยิบเอาชื่อเรื่องมาใช้เป็นบทสรุปที่แม้เดาได้ แต่ก็มีความคมอยู่ในแง่มุมของคำตอบที่ว่า ความรักการันตีได้หรือไม่? ได้ลงตัวมาก

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB :Blusterfilms

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว Netflix

รีวิวหนังThe Half of It : มาเลยครับสำหรับคอหนังรักแบบอินเลิฟฟต้องไปดูกัน !`

รีวิวหนังThe Half of It : ชีวิตจะสมบูรณ์ไหม ถ้าฉันไม่ได้เจออีกครึ่งใจของตัวเอง

รีวิวหนังThe Half of It : เล่าให้ฟังในการสัมภาษณ์ตอนเธอกำกับ Saving Face หนังเรื่องแรก เธอไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องทำหนังที่แตกต่างจากเรื่องอื่นหรือสร้างสิ่งใหม่ให้ฮอลลีวูด ณ ตอนนั้นการทำหนังรอมคอมว่าด้วยความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิงที่มีตัวเอกเป็นคนจีน-อเมริกันถือว่าหาดูได้ยากยิ่ง (แม้แต่ตอนนี้ก็ยังเป็น)วูบอกว่าเธอแค่มีรสนิยมชอบเพศเดียวกัน มีเชื้อสายเอเชียน-อเมริกัน และเพียงอยากทำหนังที่มีคาแร็กเตอร์หลักเป็นคนที่คนดูไม่ค่อยเห็นกันบนจอเท่านั้น ความเซอร์ไพรส์คือหลังจากวันที่หนังออกฉาย

คนดูจำนวนมากซึ่งมาจากต่างที่ ต่างพื้นเพ ล้วนบอกว่าพวกเขารู้สึกเชื่อมโยงกับหนังของเธอ ตอนนั้นเองที่ทำให้วูรู้สึกว่าสิ่งที่เธอทำนั้นสำคัญ และอาจเชื่อมโยงกับหลายคนได้มากกว่าที่เธอคิดปณิธานการทำหนังแบบนี้ยังถูกใช้กับเรื่องใหม่ แม้วูจะเว้นช่วงมานานกว่า 16 ปีและแน่นอนว่า The Half of It คือหนังเรื่องสำคัญ ไม่ได้กับเธอเท่านั้น แต่มันยังสำคัญกับใครหลายคนในมิติที่แตกต่างจากเรื่องก่อน

เหมือนถูกบังคับให้เป็นผู้ใหญ่ในชั่วข้ามคืน เอลลี่ลุกขึ้นมาทำหน้าที่เป็นคนให้สัญญาณรถไฟแทนพ่อจนเพื่อนที่โรงเรียนตั้งฉายา เอลลี่ ชู-ชู (อารมณ์เสียงรถไฟฉึกกะฉัก ปู๊นๆ แต่ซับไทยแปลว่า เอลลี่ชูมือขึ้นแล้วหมุนๆ ซึ่งก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ) เธอใช้ชีวิตแบบนี้ทุกวัน คิดอยู่เสมอว่าจะต้องอยู่เมืองเล็กๆ นี้กับพ่อไปจนตาย และถึงจะเรียนอยู่ปีสุดท้าย เธอก็ไม่คิดจะเรียนต่อมหาวิทยาลัย

ตั้งแต่เด็กฉันแทบจะไม่ได้ดูหนังที่ตัวละครเอกเป็นคนเชื้อสายเอเชีย-อเมริกัน ลีอาห์ ลูวิส ย้ำว่าการได้สวมบทบาทเป็นเอลลี่เป็นมากกว่าการแสดงหนังเรื่องหนึ่ง เพราะนี่อาจเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เด็กสาวเชื้อสายเอเชีย-อเมริกันจะได้เห็นตัวละครคล้ายตัวเองรับบทนำในหนังเมนสตรีม เรื่องของพวกเขาควรค่าแก่การถูกเล่า เพราะในโลกความจริงพวกเขาคือตัวเอกในหนังชีวิตของตัวเอง และพวกเขาก็เผชิญปัญหาที่เอลลี่กำลังเจออยู่จริงๆ

สำหรับเรื่องนี้แอดมินว่ามันเกี่ยวกับ ความสมหวังและความเป็นหนังรักแบบที่ไม่มีใครเคยเห็น สำหรับ Netflix รับรองได้ว่าหนังเรื่องนี้ดีไม่แพ้เรื่องไหนเลยลองไปหามาดูกันได้เลยแอดมินว่าน่าจะถูกใจใครหลายๆ คนนะครับ

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

รีวิวLove หากใครชอบหนังแนวครอบครัวลองไปหามาดูกันเลยครับ

ตัวเรื่องใช้เวลาในช่วงแรกหมดไปกับการใช้ชีวิตเดิมๆ กิน นอน ดูข่าว เล่นเกม (ก่อนนี่เน็ตจะล่ม) ในห้องของตัวพระเอก พร้อมปูว่าสัญญาณจากครอบครัวขาดไป ทำให้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่บ้าง ซึ่งเวลาที่ผ่านไปก็ไม่ได้มีเรื่องตื่นเต้นอะไรมากนัก นอกจากช่วงแรกที่มีเพื่อนบ้านติดเชื้อหลงเข้ามาในบ้าน กับการที่ต้องมองเห็นคนผ่านไปกลายเป็นซอมบี้โดยที่เขาช่วยเหลือไม่ได้ ซึ่งตัวผู้กำกับอาจจะพยายามเสนอความแปลกใหม่ของการติดอยู่ห้องผ่านหนังแนวซอมบี้ก็ได้ แต่มันกลับมีความไม่สมเหตุผลปนอยู่เป็นระยะ อย่างการที่พระเอกดันไม่รองน้ำประปาเก็บไว้จนน้ำหมดแถมกว่าจะคิดออกไปหาอาหารก็นานเกินจนจะอดตายแล้ว

ว่าสองคนนี้จะมีอะไรกันมากกว่านี้หรือเปล่า ก่อนที่ทั้งคู่จะหาทางเข้ามาเจอกันจนได้เพื่อไปยังจุดหมายใหม่ที่ดูแล้วปลอดภัยกว่า แต่เรื่องความสมเหตุผลที่มีปัญหาในช่วงแรกก็ยังตามมาในช่วงหลังอยู่ดี โดยเฉพาะการบุกเดี่ยวสู้ซอมบี้ของนางเอกที่ดูเว่อร์เกินแบบไม่ค่อยมีเหตุผลในมุมคนเอาตัวรอดสักเท่าไหร่ (มีเชือกปีนเขาข้ามฝั่งได้ แต่กลับใช้โรยตัวลงไปบู้ซอมบี้แทน) แต่หนังคงอยากสร้างฉากการเอาตัวรอดวิ่งหนีระทึกๆ ให้สมกับเป็นหนังซอมบี้แทนการติดอยู่ในห้องแทบทั้งเรื่องบ้างเท่านั้น ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าดูสนุก

สรุปเลยนะครับ ดารานำในเรื่องที่ดูแล้วน่าติดตามมาก แต่กลับไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่เลย แถมยังมีความไม่สมเหตุผลปนอยู่เยอะตลอดทั้งเรื่อง แต่สิ่งที่ทำให้น่าติดตามคือความงามของนางเอกพัคชินฮเย ที่ช่วยให้เรื่องนี้ดูสดใสน่ารักขึ้นเป็นกองพระเอกค่อนข้างน่าเบื่อมาก ถ้าดูแบบหัวโล่งๆ เอามันส์ทั่วไปก็ถือว่าพอได้ผ่าน 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

รีวิวหนังA Hidden Life : หนังรักที่สร้างจากเรื่องจริงแนะนำให้ไปหาดูครับ

แอดมินว่าเรื่องนี้เป็นหนังที่อิงมาจากเรื่องจริงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มผู้ที่มีความสุขเพียบพร้อม มีภรรยา มีลูกที่น่ารัก ทำไล่ทำนา ท่ามกลางธรรมชาติอันสดชื่น แต่ความสุขเหล่านั้นก็ถูกพรากไป เมื่อเขาโดนเกณฑ์ไปเป็นทหารให้กับ อะด๊อฟ ฮิตเลอร์ แต่เมื่อเขาได้เป็น

เขาก็รับรู้ว่าจริงๆ มันชั่วร้าย การทำสงคราม เข่นฆ่าผู้คนมันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง และเมื่อครั้งเขาโดนเรียกตัวอีกรอบ เขาจึงปฏิเสธที่จะออกรบให้กับ Hitler แต่เขาไม่ได้เลือกที่จะหนี เขาเลือกที่จะเผชิญหน้า และถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ ส่งผลให้ตัวเขาและครอบครัวตกที่นั่งลำบากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ถึงแม้หนังจะบอกเล่าถึงเรื่องราวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นู้นนนน แต่ทำไมเราและเชื่อว่าใครหลายคนกลับมองว่ามันสะท้อนให้เห็นบางอย่างที่ไม่ได้ไกลตัวเลยแม้แต่น้อยทำไมคนที่เห็นต่างถึงกลายเป็นตัวปัญหา กลายเป็นคนผิด โดนสังคมประนาม โดนตัดสินไปต่างๆ นานา แถมครอบครัวยังต้องเดือดร้อนไปด้วย ทั้งจากชาวบ้านด้วยกันเอง

และระบอบเผด็จการทหารอันน่ารังเกียจใครเห็นต่างไม่เคารพ ท่านผู้นำ ก็ถูกจับไปขัง ใช้ความรุนแรงเมื่อไหร่ก็ได้ไม่ผิด กดขี่ผู้น้อยอย่างไร้เหตุและผล พยายามโน้มน้าว ปรับทัศนคติให้เคารพเชื่อมั่นใน ท่านผู้นำ ถ้ายังไม่ได้อีก ก็นำไปขึ้นศาล ตัดสินคดีให้ผิด สั่งประหารซะสิ ง่ายๆ แค่นั้น มันคือชะตากรรมอันน่าหดหู่ของคนที่เห็นต่าง แค่คนที่ไม่เห็นด้วย ก็ต้องเจอกับเรื่องอันน่าเศร้าแบบนี้

มีประโยคนึงที่ตัวละครพูดเอาไว้ว่า เราจะมีสิทธิมีเสียงอะไรได้ เราแค่คนตัวเล็กๆ และ ยอมทนความอยุติธรรม ดีกว่าทำแบบนี้ สะท้อนภาพจำยอมของคนในสังคมที่รู้แหละมันไม่ได้ถูกซะทีเดียว แต่เราทำอะไรไม่ได้ ต้องก้มหน้า ยอมรับ และส่วนมากก็เป็นแบบนั้น แต่มันไม่ใช่กับพระเอก พระเอกยังยึดถือทัศนคติ แนวคิด ความเชื่อของเขา

ถึงแม้เขาไม่รู้หรอก การกระทำเขามันจะส่งผลอะไร ขยายไปวงกว้างแค่ไหน หรือจะมีประโยชน์ในภายภาคหลังต่อไปยังไง ถึงแม้จะหวังให้วงจรอุบาทนี้มันจบแค่รุ่นของเขาก็ตาม แต่เค้ายังยึดมั่นในสิ่งที่เขาเชื่อ ถึงแม้จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต ถึงแม้มันจะอาจหมายถึงการสละความสุขทุกอย่างก็ตาม

แอดมินขอสรุปให้เลยว่าหนังมีความยาวเกือบ 3 ชั่วโมง ที่เล่าเรื่องง่ายๆ แต่ตัวหนังอาจจะน่าเบื่อ ดำเนินเรื่องช้าๆ เนิบๆ ถ้าใครไม่ชอบอาจจะหลับได้หลายตลบเลยแหละ แต่สำหรับบางคนก็ชอบและถูกใจหนังแนวนี้อย่าลืมไปหามาชมกันนะครับ 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

รีวิวหนังjumbo ถ้ากำลังหามองหนังรักดีๆเรื่องนี้เราแนะนำ

รีวิวหนังjumbo

รีวิวหนังjumbo เป็นหนังที่บอกเล่าเรื่องราวของหญิงคนหนึ่งที่อาศัยอยู่กับแม่เพียงลำพัง ได้มาทำงานในสวนสนุก และตกหลุมรักกับเครื่องเล่นชิ้นหนึ่งและตั้งชื่อให้มันว่า Jumbo ที่สำคัญหนังเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จริงของคนที่ตกหลุมรักกับเครื่องเล่นในสวนสนุกจริงๆ

รีวิวหนังjumbo
รีวิวหนังjumbo

มองแค่โครงเรื่องและข่าวที่ได้ยินมามันอาจจะฟังดูแปลก แลดูเป็นเหมือนคนบ้า แต่จริงๆ แล้วมันมีโรคชนิดนี้อยู่จริงๆ ที่ถูกเรียกว่า Object Sexuality หรือ Objectophilia และหนังเรื่องนี้ก็นำเรื่องราวนี้มาถ่ายทอดอย่างเข้าใจ กับเรื่องราวความรักอันบริสุทธิ์ มันคือหนังรักธรรมดาๆ เรื่องนึงนี่แหละ หากเพียงแต่เปลี่ยนจากรักคน มารักสิ่งของเท่านั้น

รีวิวหนังjumbo
รีวิวหนังjumbo

หนังพาให้เราเข้าใจตัวละคร Jeanne ได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่เธอเริ่มรู้จัก Jumbo จนเกิดเป็นความผูกพัน จนในที่สุดเรียกมันว่าความรักได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ซึ่งในระหว่างทางนั้น หนังยังนำพาสถานการณ์ต่างๆ ที่ Jeanne ต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาครอบครัว หรือหัวหน้าที่ทำงานของเธอ และทั้งหมดนั้นมันคือตัวหล่อหลอมให้คำว่ารักอันแสนงดงามของ Jeanne ต่อ Jumbo มันชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก

หากใครคิดว่ามันจะเป็นหนังแบบแปลกมีเพศสัมพันธ์วาบหวิวกับเครื่องเล่นแบบนั้นบอกเลยว่าไม่ใช่ แต่มันมีฉากนึงน่าชื่นชมจริงๆ คือซีนอีโรติก orgasm ของตัว Jeanne ที่นำเสนอออกมาได้ดูยอดเยี่ยมจริงๆ ถึงแม้ว่าตัวละครจะเปลือยช่วงบนก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ชวนให้คิดไปในทางอนาจารเลยแม้แต่น้อย 

สรุปแล้ว Jumbo เป็นหนังที่คนเข้าถึงง่ายและหนังจะบ่งบอกว่าหนังเรื่องนี้รักสิ่งของแต่สำหรับเราเราว่าหนังเรื่องนี้เหมาะกับรักที่เข้าใจง่ายเข้าถึงง่ายมากกว่ารักสิ่งของเสียอีก 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์