รีวิว หนัง Pee Nak พี่นาค

รีวิว หนัง Pee Nak พี่นาค หนังไทยที่ปัจจุบัน 100 ล้านไปแล้ว ทำไม เพราะอะไร ทำหนังแบบนี้ก็ได้ร้อยล้านแล้วใช่มั้ย [ สปอยนิดๆ ]

รีวิว หนัง Pee Nak พี่นาค โหน่ง หนุ่มหล่อวัยเบญจเพสสุดซวย ที่ถูกหักอก และตกงานในเวลาเดียวกัน เขาหอบหิ้วความเสียใจขึ้นรถโดยสาร เพื่อเดินทางกลับไปพักใจที่บ้านเกิด แต่กลับซวยซํ้าสอง เมื่อไปเจอกับเพื่อนเก่าอย่าง บอลลูน เฟิร์ส และก๊อต แก๊งกระเทยเพื่อนซี้ หอบหิ้วดีกรีแฟชั่นนิสต้า ที่หวังเคลมโหน่งอย่างออกนอกหน้าจนโหน่งเอือมระอา แต่เพื่อนซี้มีอันต้องซี้ไปจริงๆ เมื่อรถโดยสารที่พวกเขานั่งมา เกิดอุบัติเหตุจนทําให้ก๊อตเสียชีวิต ทั้งสามโศกเศร้า และยังหวาดผวาต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงตกลงปลงใจจับมือพากันไปบวชล้างซวย แต่เคราะห์ซํ้ากรรมซัดขัดใจตุ๊ด เมื่อวัดที่ทั้งสามคนตั้งใจไปขอบวชนั้น มีเรื่องเล่าขานว่าวัดนี้มีผีพี่นาคที่เฮี้ยนแรงขั้นสุด เกิดเป็นอาถรรพ์อันน่าสะพรึงรอคอยอยู่ งานบวชก็ต้องมี เรื่องผีก็โผล่มา กลายเป็นความผวาเลเวลอัพ ทั้งสามจึงรวมพลังตั้งสติวีนวัดแตก เพื่อให้ได้บวชอย่างที่ตั้งใจ แต่การบวชครั้งนี้จะลุล่วงสมปรารถนา หรือพวกเขาจะกลายเป็นผีนาคเฝ้าวัดสานต่อตํานานสยองพี่นาคคนต่อไป

หนังขึ้นชื่อว่าเป็นหนังผีตลกอีกเรื่องหนึ่ง แบบว่าทำมายังไงก็ไม่ขาดทุน ในส่วนของความเป็นผีนั้นต้องชื่นชม ผกก. ที่มาจากสายงานกำกับศิลป์ หนังไทยมาหลายต่อหลายเรื่อง ลองมาหมดแล้วแทบทุกแนว จึงแม่นในการสร้างบรรยากาศความหลอนได้สะพรึงมาก ทั้งวัดป่ากลางหุบเขาไร้ผู้คน ศาลเพียงตาที่ตั้งให้นาคที่ตายไปก่อนได้บวช จนมีตำนานว่าใครมาบวชวัดนี้ก็มักจะต้องตายไปก่อน ฉากการแห่นาคผีที่ทั้งขบวนเป็นคนไร้หัว และลานรูปปั้นพระอรหันต์เป็นสิบเป็นร้อย ที่วัดใหญ่ชอบปั้นรายล้อมพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ทั้งที่น่าจะอุ่นใจศักดิ์สิทธิ์ ก็เอามาขยี้ได้น่ากลัวด้วยเช่นกัน

จะเห็นได้ชัดเจนว่าในช่วงแรก หนังได้เอาความสยองขวัญกับความตลก มาใส่ไว้ด้วยกันซึ่งก็ทำออกมาได้ดี มุกแต่ละมุกก็ฮาใช้ได้ แต่ก็ไม่ถึงกับขำก๊าก ส่วนในเรื่องของความน่ากลัว ก็อย่างที่บอกว่ามันหลอนจริงๆ ยิ่งได้ดนตรีประกอบของไทย มาใส่ก็ยิ่งทำให้นึกถึงหนังผีสมัยก่อนที่ได้ยินแค่เสียงก็กลัวจนขนหัวลุกแล้ว แต่หนังยังมาตกม้า ( เกือบ ) ตายในตอนท้ายที่แม้ว่าจะพยายามขมวดปมจบแบบเคลียร์ๆ ซึ้งๆ แต่ก็ยังทิ้งบาดแผลไว้หลายจุด ซึ่งบางเรื่องมันก็ไม่ได้มีความสมเหตุสมผลมากนัก และในบางฉากก็ยังใส่เรื่องราวเกี่ยวกับการบวชนาคในพุทธประวัติ ซึ่งทำออกมาแล้วดูไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมของ พี่นาค ก็สามารถตอบโจทย์ความสนุกได้ดีทีเดียว ทั้งในเรื่องของความสยดสยอง จากผีที่มีแรงอาฆาตสูง และเรื่องราวความตลกจากทุกๆ ตัวละครที่ช่วยกันส่งให้หนังไม่น่าเบื่อ โดยเฉพาะตัวละคร บอลลูน รับบทโดย เอม ตามใจตุ๊ด ผู้ซึ่งมีความตลกอย่างเป็นธรรมชาติและมีส่วนอย่างมากที่ทำให้หนังออกมาสนุกได้ขนาดนี้ เรียกได้ว่าสนุกครบทุกรสเลยทีเดียว หากคาดการณ์จากตอนจบของเรื่องก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีเรื่องราวภาคต่อซึ่งถ้าทำออกมาจริงๆ ก็เชื่อว่าน่าสนใจไม่น้อย

สำหรับ พี่นาค หนังสยองขวัญคอมเมดี้จากฝีมือการกำกับของ ไมค์ ภณธฤต ที่เคยฝากผลงานความหลอนไว้ใน มอญซ่อนผี เมื่อ 4 ปีที่แล้ว คราวนี้ได้หยิบเอาเรื่องราวการบวชนาคสุดสยองมาถ่ายทอดบนจอเงิน ซึ่งงานนี้ยังได้นักแสดงฝีมือเยี่ยม ชิน ชินวุฒ มารับบทบาทสำคัญ พร้อมด้วยแก๊งหนุ่มๆ ที่จะมาบวช นำโดย ออกัส วชิรวิชญ์, เจมส์ ภูริพรรธน์, เอม ตามใจตุ๊ด ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมืออีกเพียบ เป็นอีกหนึ่งหนังที่บันเทิงน่าจะถูกใจคอหนังผีตลกไทยครับ ใครชอบแนวนี้ และเบื่อๆกับโควิด ก้หาดูได้แบบเพลินๆนะครับ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์ ไทย

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง GHOSTS OF WAR โคตรผีดุแดนสงคราม

หลอกแล้ว หลอกอีก เมื่อทหารสงครามโลก ติดกับดักบ้านผีสิง [ ไม่สอยเท่าไหร่ ]

รีวิว หนัง GHOSTS OF WAR โคตรผีดุแดนสงคราม ปี 1944 ในช่วงที่การสู้รบระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร และนาซีกำลังถึงจุดสิ้นสุด ทหารอเมริกัน 5 นาย ได้รับภารกิจปกป้องคฤหาสน์เก่าแก่แห่งหนึ่งในฝรั่งเศสจากการโจมตีของนาซีเยอรมัน แต่พวกเขาต้องเจอกับเหตุการณ์ลึกลับ ชวนขวัญผวาที่พัวพันกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติ และการหลอกหลอนของคฤหาสน์หลังนี้ ก็เรียกได้ว่า จัดเต็มมาตั้งแต่ เสียง ร่องรอยปริศนาที่ชวนจินตนาการความโหดร้ายที่เคยบังเกิด การผลุบ ๆ โผล่ ๆ ของวิญญาณ ภาพถ่ายสุดหลอนของครอบครัวเจ้าบ้าน รวมถึงมุกการหลอกที่อาจไม่แปลกจากหนังผีที่เคยชม แต่ก็ได้ผลในการดึงความสนใจเราได้ตามสูตรสำเร็จอยู่ดี ว่าเงื่อนไขการหนีตายเอาชีวิตรอดจากคำสาปเหล่านี้ แท้จริงคืออะไรกันแน่?

GHOSTS OF WAR เป็นหนังเซอไพรส์ที่สุด ที่ดูจบแล้วอึ้งไปพักหนึ่ง ว่าเราควรจะรู้สึกยังไงกับหนังเรื่องนี้ดี เพราะมันเซอไพรส์สุดๆ และอึ้งกับตอนจบ เป็นหนังสยองขวัญที่มีจังหวะ Jump Scare หรือ ผีตุ้งแช่เยอะมากๆ ทั้งมาแบบแอบๆ หลอนๆ และมาแบบให้ตกใจเลยจริงๆก็มี แต่มันดันมีบางฉากที่รู้สึกว่า หนังมันทำให้ขำมากกว่า ซึ่งส่วนตัวแล้วแอดรู้สึกว่ามันไม่ใช่จุดพลาด แบบตั้งใจให้กลัวแต่ดันขำ คือ มันขำจริงๆ และได้อารมณ์ล้อหนังสยองขวัญด้วยหน่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันตัวหนังเอง ก็เป็นหนังสยองขวัญด้วย ทำให้บางช่วงรู้สึกแปลกๆ ว่าจะให้กลัวหรือจะให้ขำ แอบรู้สึกมันมีความอาร์ทเบา ๆ

เป็นหนังผีที่พล็อตเรื่องโคตรล้ำ คาคเดาไม่ได้ ผีก็แบบน่ากลัวพอใช้ได้เลย ฉากตุ้งแช่ค่อยข้างเยอะพอสมควร แถมได้ผลเกือบจะทุกอย่าง ทำคนดูสะดุ้งกันเป็นแถว แล้วยิ่งบวกไปกับบรรยากาศหนังที่เล่าย้อนไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทหาร 5 นาย ต้องปกป้องคฤหาสน์ร้าง ยิ่งทำให้หนังดูขนลุกขึ้นไปอีก ฉากต่างๆของหนังก็ทำได้ดีสามารถพาคนดูย้อนไปเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ช่วงนั้นได้เลย แต่เอาจริงๆแล้วเนื้อเรื่องของหนังไม่ค่อยมีอะไรเลย ชอบในความที่หนังทำออกมาให้คาคเดาไม่ได้เนี้ยล่ะ เป็นหนังผีที่เยี่ยมเลย นอกจากนั้นยังมีมุกตลกแทรกมาในหนังด้วย เพื่อไม่ให้คนดูกลัวผีจนเกินไป

หนังเต็มไปด้วยปริศนาหลายอย่าง ที่ทำให้เราอยากรู้ และสงสัยเพิ่มมากขึ้น ก่อนจะเฉลยด้วยฉากจบที่อาร์ทที่สุดแห่งปี จนเครดิตขึ้นแล้วเรายังนั่งนิ่ง ๆ ไปอีกพักใหญ่ๆ เชื่อว่าถ้าบางคนไม่ชอบ ก็อาจจะเกลียดไปเลย แต่ส่วนตัวแอดเฉยๆนะ แอดว่ามันก็แนวดี เพราะ GHOSTS OF WAR ก็เดินเรื่องมาแบบกลางๆ ดูเพลินๆ น่ากลัวบ้าง ขำบ้าง มาตลอดทั้งเรื่อง จะจบแบบแหกขนบไปบ้างก็น่าจดจำดี ว่ามีคนกล้าทำแบบนี้ด้วย

นี่เป็นหนังสงครามแบบสยองขวัญที่มีความไม่ดาดดื่น ได้ทั้งบันเทิงแบบตลาด ๆ และข้อคิดแบบเหนือ ๆ ใครชอบความท้าทายและการหักมุมแบบเกิดคาดเดา แอดก็อยากแนะนำใครที่อยากสัมผัสหนังผีเนื้อเรื่องสุดล้ำแบบนี้ GHOSTS OF WAR โคตรผีดุแดนสงคราม ไม่ควรพลาดเลยล่ะห้ามพลาดเด็ดขาด

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว ซีรี่ส์ ARES ชมรมเขย่าขวัญ

ซีรี่ส์สุดดาร์คจากประเทศเนเธอแลนด์ เรื่องราวของหญิงสาววัยรุ่นนักเรียนแพทย์ที่ผลักดันตัวเองเข้ามาเป็นสมาชิกสมาคมลึกลับของชนชั้นสูงที่กุมความลับของประเทศนี้ไว้ [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว ARES ชมรมเขย่าขวัญ สมาคมลับผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของฮอลันดานับหลายร้อยปีถึงปัจจุบัน ทุกปีจะมีการแสวงหาสมาชิกใหม่ เพื่อมาเข้าสมาคม รายการแสวงหานั้นบุคคลที่ถูกคัดเลือกมักจะเป็นลูกผู้ลากมากดี ลูกหลานที่เคยเป็นสมาชิกมาแล้ว หรือคนที่มีความพิเศษบางอย่าง เมื่อไหร่จะรับคัดเลือกจะต้องผ่านพิธีกรรมการคัดเลือกจากทางสมาคมอีกครั้ง ด้วยพิธีกรรมแปลกประหลาด แต่เมื่อใครได้เข้ามาอยู่แล้วจะมีความสุขสบาย แต่ความสุขสบายนั้นมีบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนเอาไว้ บางอย่างที่ทำให้ขนพองสยองเกล้า

โรซ่า นักศึกษาแพทย์สาว ที่มีความมุ่งมั่นทะเยอทะยาน และมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ผู้ที่อยู่กับแม่ที่มีอาการซึมเศร้าขั้นรุนแรง วันหนึ่งเธอได้รับโอกาสจากพี่ชายของเธอให้รู้จักกับสมาคมลับชื่อว่า ARES เธอรู้จักกับหญิงสาวที่อยู่ในนั้นแล้วพูดกรอกหูเธอว่าคนที่จะเข้ามาอยู่นั้นจะต้องเป็นคนพิเศษ และด้วยนิสัยส่วนตัวของเธอ เธอจึงพยายามเข้าร่วมสมาคมนี้ให้ได้แม้จะต้องทิ้งบุพการีไว้เบื้องหลังก็ตาม แล้วก็แน่นอนว่าเธอเป็นบุคคลพิเศษ เป็นที่จับตาของสมาชิกของสมาคม และเธอนั่นแหละที่จะทำให้สมาคมลับที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเนเธอร์แลนด์นั้นเปลี่ยนโฉมหน้าไปตลอดกาล

จัดได้ว่าเป็นซีรี่ส์ที่มีแต่ความมึนงงตลอดทั้งเรื่อง จะเรียกว่าเป็นซีรี่ส์สุดอินดี้เลยก็ว่าได้ เอาเฉพาะตอนเปิดหัวมาตอนแรก ทำให้เห็นเด็กนักศึกษาสาวคนหนึ่งที่มีความมั่นใจในตัวเอง เข้ามหาวิทยาลัย ผ่านการรับน้องของมหาวิทยาลัย ถูกชักชวนเข้าสมาคม มีความรักกับคนที่สมาคม แล้วที่พิธีแห่งหนึ่ง อยู่ดี ๆ เธอก็เดินมาที่โต๊ะ หยิบกรรไกร แทงคอตัวเอง แล้วก็ปาดคอตัวเองตาย แค่นั้น แล้วไม่บอกอะไรเลย อินดี้สุด ๆ

เรื่องราวของสมาคม AERS จะถูเล่าผ่านตัวละครเอกของเรื่อง ซึ่งตัวละครเอกรู้เรื่องอะไรมาเราในฐานะคนดูก็จะรู้ตามเธอ ตัวเอกของเรื่องจึงเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของคนดูที่จะเข้าไปรู้จักสมาคมนี้ โดยน้ำหนักโดยรวมแล้ว ะเล่าถึงเรื่องราวในสมาคมเป็นส่วนใหญ่ว่าภายในมีอะไรบ้าง มีพิธีกรรมอะไรบ้าง มีความซับซ้อนอย่างไรบ้าง ความเป็นมาของสมาชิกเป็นอย่างไรบ้าง การกินการอยู่อะไรบ้าง กล่าวโดยสรุปก็คือในซีซัน 1 นี้เขาทำให้เราเห็นว่า ARES คืออะไร เท่านั้น แต่ก็ไม่ได้ลงลึก ลงไปถึงขั้นที่ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรคงเข้าใจว่าน่าจะนำมาให้เราเห็นในซีซันต่อ ๆ ไป

ซีรีส์ทิ้งปมปัญหาเอาไว้เยอะมาก 6 ตอนแรกแทบจะไม่มีการเฉลยอะไรเลย จะไปเฉลยทีก็คือตอนที่ 7 ตอนปลายและก็ตอนที่ 8 แต่ถ้าหากคุณสังเกตให้ดี ซีรีย์ได้เผย กุญแจสำคัญวางทิ้งไว้ตลอดเรื่อง ซีรีส์เฉลยปมสำคัญที่สุดในช่วงท้ายเรื่อง แต่หากถ้าใครไม่รู้บอกเลยว่าจะต้องงงเป็นไก่ตาแตกไม่รู้เลยว่าซีรีส์จะต้องการสื่ออะไร หากจะพูดอีกทีหนึ่งก็คือหากเป็นคนเนเธอร์แลนด์ดูซีรีย์เรื่องนี้ก็คงจะเข้าใจมากเลยทีเดียว ซีรี่ส์มีความระทึกขวัญ สยองขวัญ ลึกลับ ลี้ลับ สอดแทรกเรื่องราวสิ่งเหนือธรรมชาติ มีจิตวิทยาผสมอยู่ด้วย หากมองดูภาพรวมที่มาที่ไปรวมไปถึงบทสรุปแล้ว ก็นับว่ามีเหตุมีผลดี เฉลยตอนจบได้ดีงาม ที่ดีงามกว่าคือการทิ้งท้ายเพื่อเข้าสู่ซีซัน ต่อไป

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ resizer-1.jpg

แม้ซีรีส์มีทั้งหมด 8 ตอน ตอนละ 30 นาทีเท่านั้น แต่รู้สึกว่า มันยาวนานเหลือเกิน ยอมสารภาพว่ามีหลายจุดน่าเบื่อมาก[ส่วนตัวคิดว่าโอเคอยู่นะ] แต่คิดว่าซีซั่น 2 เขาจะมีวิธีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจรวดเร็วกระชับให้มากกว่านี้ หลายปมปัญหาก็ค่อย ๆ เฉลยบ้างก็ได้ หรือจะเป็นคลายปมหนึ่งแล้วซะอีกมุมหนึ่งบ้างก็ได้ อย่างน้อยเวลาดูก็รู้สึกว่ามันมีอะไรก้าวหน้าขึ้นบ้าง แต่ในตอนท้ายที่มีการเฉลยก็เห็นแววดีอยู่บ้างเลยนะ อย่างไรก็จะคอยติดตามชม season 2 ครับ สำหรับ ARES ใครชอบความลี้ลับผสมประวัติศาสตร์ ดูแล้วลุ้นละทึกแบบอินดี้ ผมขอแนะนำ ฉายแล้วทาง Netflix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว Netflix          

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms


รีวิวซีรี่ส์ October Faction ครอบครัวล่าอสูร Netflix

ซีรี่ส์พล็อตเรื่องน่าสนใจ ดัดแปลงมาจากคอมมิค กับจักรวาลโลกปีศาจ [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิวซีรี่ส์ October Faction ครอบครัวล่าอสูร เนื้อเรื่องว่าด้วยครอบครัว อัลลันที่พ่อ เฟร็ด และ แม่ เดโลริส คือนักล่าปีศาจที่กำลังพยายามเกษียณตัวเองจากงานพวกนี้ เพราะว่าเขามีลูกแฝดชายหญิง เจฟฟ์ และ วิฟฟ์ ที่อยากจะให้ลูกๆ ใช้ชีวิตอย่างปกติ แต่แล้วพวกเขาก็ได้รับแจ้งข่าวการตายของคุณปู่ ซามูเอล อัลลัน จึงต้องกลับมารวมตัวกันที่บ้านของคุณปู่ แต่แล้วพวกเขาก็ต้องไปพัวพันเกี่ยวกับหายนะครั้งใหญ่ เกี่ยวกับการตื่นขึ้นของจอมเวทคนหนึ่ง

โดยรวมแล้วคงต้องบอกว่า October Faction ทำออกมาได้ดีตามมาตรฐานของ Netflix เพราะสามารถสร้างพล๊อตที่น่าสนใจ เห็นได้จากการสร้างจักรวาลว่าโลกของเรามีเหล่าปีศาจมาแฝงตัวอยู่กับมนุษย์ และมีองค์กรเพรซิดิโอ ที่คอยกำกับ และกำจัดเหล่าปีศาจที่คอยออกมาเพ่นพ่าน ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนองค์กรชายชุดดำใน MIB หน่อยๆ

อีกทั้งยังมีการปูเรื่องว่า เฟร็ด และเดโลริส คือนักปราบปีศาจระดับมือพระกาฬ ที่วันๆทำตัวเป็นมนุษย์ลุง กับป้า ที่มีปมปัญหาครอบครัว เพราะลูกๆของเขาต้องย้ายที่เรียนไปเรื่อยๆ เพื่อให้พวกเขาได้ปราบปีศาจ ซ้ำร้ายคือลูกแฝดของพวกเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าพ่อแม่ของเขาแท้จริงแล้วทำอาชีพอะไร จะเห็นได้ว่าพล๊อตเรื่องมันน่าดู และดูน่าติดตามเอามากๆ ประกอบกับวิธีการเล่าเรื่องที่ตัดสลับ ปัจจุบัน และอดีตไปเรื่อยๆ ซึ่งคาดหวังว่าเราจะรู้ที่มาของความเก่งกาจของผัวเมียคู่นี้

การเล่าเรื่องเหมือนแยกออกเป็น2ส่วน คือส่วนของพ่อแม่ และส่วนของลูกแฝด โดยในส่วนของ เฟร็ด และเดโลริส เราจะเห็นการตามล่า และเข้าไปพัวพันกับปีศาจต่างๆ แม้ว่าไม่ค่อยมีปีศาจออกมาให้ปราบมากเท่าไรนัก แต่ก็ทำให้เราสนุกเพลินๆไปได้ ในส่วนของลูกแฝด เราจะรู้สึกว่ามันเป็นหนังแนว High School ที่เด็กทั้งสองคนพยายามปรับตัวให้เข้ากับสังคมให้ได้ และพยายามจัดการกับพลังของตัวเองที่กำลังจะตื่นขึ้น โดย วิฟฟ์ สามารถมองเห็นอนาคตได้ และ เจฟฟ์ สามารถมองเห็นวิญญาณได้

อีกจุดหนึง October Faction คือการพยายามยัด ตัวละครที่เป็นแอฟริกัน อเมริกันเข้ามา ทั้งๆที่ต้นฉบับในคอมมิคไม่มีตัวละครดังกล่าวอยู่ด้วยซ้ำ [ อาจเพิ่มความแปลกใหม่ ] และการปรับตัวละครดังกล่าวนั้นทำให้หนังดูครบรส ดูมีมิติขึ้น บางทีน่าจะมีการเล่าเรื่องของการตามล่าปีศาจ การทำสงครามระหว่างกลุ่มมนุษย์ และจอมเวทย์ที่ตื่นขึ้น น่าจะออกมาสนุกมากๆ แต่ไม่แน่หนังแนวนี้ อาจจะเป็นแนวที่คุณกำลังตามหาอยู่ก็ได้ ใครที่สนใจอยากดูติดตาม รับชมครอบครัวล่าอสูรได้ทาง Netflix 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : รีวิว Netflix          

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ Blusterfilms

รีวิวหนัง The Platform : สยองขวัญกับโลกชนชั้นแนวดิ่งถูกใจแน่นอน

รีวิวหนัง The Platform เอาละครับมาเข้าเนื้อเรื่องของหนังกันเลยโกเรง(อีวาน มาสซากูเอ้)  ตื่นขึ้นมาด้วยความสงสัยเมื่อนอนบนเตียง ในห้องๆ หนึ่งที่อีกฟากมีชายแก่คนหนึ่งชื่อว่า  ตรีมากาซี(โซเรี่ยน เอกูเลียร์)แม้เราจะทราบว่าเขาเต็มใจมาอยู่ที่นี่ สถานที่ซึ่งหากอยู่ครบตามกำหนดจะสามารถได้ใบประกาศหนึ่งใบ แต่เขาก็รู้จักรายละเอียดของสถานที่แห่งนี้มันน้อยเต็มทน

สิ่งที่เขาเห็นคือในห้องแคบๆ ในหอคอยระฟ้าแห่งหนึ่งที่เขียนหมายเลขชั้นบนกำแพง ไร้การตกแต่งใดๆ มีอ่างล้างหน้าหนึ่งตัว ไม่มีบันได มีช่องว่างตรงกลางอาคารที่เมื่อมองลงไปมีอีกหลายสิบชั้นราวกับไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อมีเสียงสัญญาณดังขึ้น จะมีแท่นขนาดพอดีกับช่องว่างนั้นมาพร้อมกับอาหารจัดวางเรียงเต็มแท่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสดังกล่าว อาหารถูกปรุงโดยพ่อครัวฝีมือดีที่อยู่ชั้น 0 หรือชั้นบนสุด เว้นแต่ว่ามันเป็นเศษอาหารเหลือจากอีกหลายชั้นก่อนหน้า ที่บางอย่างเหลือเพียงซากเศษของการกินอย่างมูมมาย เลอะเทอะเต็มแท่นเท่านั้นเวลากินอาหารบนแท่นมีเพียง 2 นาที

ห้ามมีการเก็บอาหารไว้กินสำรองในมื้อต่อไปมิฉะนั้นอุณหภูมิห้องจะร้อนหรือเย็นจัดขึ้นมาทันทีจากนั้นแท่นจะเลื่อนลงไปตามชั้นต่างๆ จนถึงด้านล่างสุด ยามกลางคืนท่ามกลางแสงสีแดง แท่นจะพุ่งขึ้นกลับสู่ชั้นบนด้วยความเร็วสูงเป็นชั้นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวี่วันแท้จริงที่นี่คือคุกจองจำนักโทษที่หากสามารถทนอยู่ได้จนครบตามกำหนดจะถูกปล่อยเป็นอิสระ ขณะที่ตัวโกเรงนั้นกลับต่างออกไป เขามาที่นี่ด้วยความต้องการใบประกาศที่หนังไม่ได้บอกให้ทราบว่าหากอยู่ครบกำหนดมันจะให้อะไรตอบแทนกับเขา ?โดยที่โกเรงเพิ่งตระหนักได้ว่าหลังจากเวลาผ่านไปราว 3 เดือน

จะมีเงื่อนไขในการสลับเปลี่ยนคนทั้งสองไปอยู่ชั้นอื่นที่อาจอยู่สูงกว่า หรือต่ำกว่านี้ก็ได้เช่นกัน และเมื่อถึงตอนนั้นเองความไว้เนื้อเชื่อใจของคนในห้องก็จะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือนักโทษหรือผู้เลือกมาอยู่ที่นี่จะได้เงื่อนไขให้นำของติดตัวมาได้หนึ่งอย่าง โกเรงเลือกหนังสือนิยาย Man of La Mancha (ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน) วรรณกรรมอมตะของสเปนโดย มิเกล เด เซร์บันเตส ซาอาเบดรา ในปี ค.ศ.1605 ซึ่งว่าด้วยการทำตามความฝันแม้จะเป็นสิ่งที่แทบเป็นไปไม่ได้…แต่ยิ่งนานวันเข้า เขาก็พบว่าตนเองค่อยๆ ลืมเลือนความฝัน

ความหิวทำให้ตนแทบไม่ได้สนใจหนังสือ กินอาหารที่ได้รับมาโดยไม่สนใจใครผิดจากช่วงแรกๆ และละทิ้งความเป็นมนุษย์เข้าไปทุกทีโกเรงยังพบว่าถึงจะอยู่ชั้นสูงกว่าก็ใช่จะสบาย ความว่างและอิ่มท้องทำให้คิดฟุ้งซ่าน หลายคนอาจเลือกจบชีวิตเช่นเดียวกับอีกหลายคนที่เมื่อทราบว่าตนอยู่ชั้นที่ไร้ทางรอดก็เลือกจะจบชีวิตตนเองได้เช่นกัน รวมถึงพบกับผู้คนที่มีมุมมองต่อสถานที่แห่งนี้ต่างกันออกไป บางคนเชื่อว่ามันคือแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาให้เราต้องแบ่งอาหารเท่าๆ กันทุกชั้น แต่คนที่เข้ามากลับไม่มีทำตามเงื่อนไขดังกล่าวสักคน หรือคนที่เชื่อว่าหากขึ้นไปบนชั้นสูงสุดได้จะพบกับสัจธรรมบางอย่างจากพระผู้เป็นเจ้าการกระทำที่โหดเหี้ยมต่อกันของผู้คนในเรื่อง ทำใหัมันเป็นหนังที่มีฉากนองเลือดมากมาย โดยเฉพาะช่วงท้ายๆ ภาพศพคนตายอย่างสยอดสยองมีมากขึ้นเรื่อยๆ  หากการดำเนินเรื่องที่มีสถานการณ์ใหม่ๆ เข้ามาของ  กัซเตลู–เออรูเทีย ก็สร้างความสนใจใคร่รู้ให้เราต่อเนื่องไปจนจบ

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ผีพี่นาค 2 หนังผีสยองที่คนไทยต้องดูแถมมีเอมตามใจตุ๊ดมาแสดงด้วย !

ผีพี่นาค 2 หนังผีสยองขวัญหลอนๆและยังมีความตลกเข้าไปด้วยบอกเลยต้องไปหาดูครับ

ผีพี่นาค ของไทยที่เป็นหนังตลกและหนังสยองอาภรรพ์ที่ถูกเล่าปากต่อปากแห่งวัดธรรมนาคานิมิตรได้ถูกลบล้างจนหมดสิ้น จากการที่นาคนนท์ได้ปลดบ่วงในใจของตน จนทำให้ทั้ง พระโหน่ง พระบอลลูนและพระเฟิร์สได้บวชไว้อย่างที่ได้บนเอาไว้ในตอนแรก แต่เรื่องก็เกิดพลิกผันเมื่อพระบอลลูนกับพระเฟิร์สตัดสินใจแอบสึกและหนีไป ทิ้งไว้แต่พระโหน่งให้อยู่ใต้ร่มสากาวพัตร์กับเณรน็อตและอ๊อด เด็กวัดมาดกวน

รีวิวหนัง

โดยการใช้ชีวิตเป็นฆราวาสของสองเพื่อนกะเทยสาวก็ใช่จะสุขสมเหมือนที่คิดไว้ในตอนแรก เพราะตลอดเวลาที่ออกมาข้างนอกทั้งคู่ก็ต้องประสบกับเหตุการณ์เสี่ยงตายร้ายแรงอย่างหนัก ทำเอาเกือบถึงตายอยู่หลายครั้ง นั่นทำให้คิดได้ว่าต้องกลับไปบวชให้ครบพรรษาถึงจะรอดแล้วจริง ๆหากบวชแล้วต้องห้ามศึกทันทไม่งั้นจะเจอของดีและบอกได้เลยนะครับว่าหนังเรื่องนี้หลอนพอๆกับผีนางรำไปดูกันเลย

ผีพี่นาค

พระโหน่งที่บวชเป็นหลวงพี่อยู่ที่วัดธรรมนาคานิมิตก็เปลี่ยนไปมาก รู้ซึ้งในพระธรรมมากขึ้น ใจเย็นมากขึ้น และเริ่มทำใจได้หลังจากโดนเพื่อนทั้งสองชิ่งหนีไป แต่เรื่องราวก็ต้องโกลาหลอีกครั้ง เมื่อผู้คนต่างลือว่าตำนาน “บวชแล้วห้ามสึก” ของวัดนี้คงเป็นเรื่องจริง เนื่องจากช่วงนี้มีพระที่คิดจะสึกหลายรูปตั้งมีอันเป็นไปกันถ้วนหน้า นั่นทำให้พระโหน่งถึงกับวิตกอย่างมาก ระหว่างนั้นตัวละครใหม่ก็เข้ามา โทมินจุน ศิลปินลูกครึ่งเกาหลี-ไทย ก็มีเหตุต้องมาบวชที่วัดแห่งนี้เนื่องจากผู้เป็นแม่บนบานขอให้เขาได้เดบิวต์สำเร็จ แน่นอนว่าทุกคนอยากให้เขาไตร่ตรองให้ดีก่อนเพราะทุกคนกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์เหมือนกับตอนนาคนนท์อีกครั้ง

เฟิร์นและบอลลูนเดินทางมาถึงวัดสำเร็จและบอกว่าจะบวช แต่เมื่อได้ยินตำนานใหม่ “บวชแล้วห้ามสึก” ก็ถึงกับผงะ พวกเขาไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง ตอนแรกก็ห้ามบวช พอบวชแล้วก็ห้ามสึกอีก นั่นทำให้เขาทั้งสองต้องหัวเสียกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจอยู่วัดนี้ต่อคงจะเป็น ศิลปินหนุ่มหน้าใสที่เป็นเพียงยาใจให้ทั้งคู่ ถึงทำให้พอมีกำลังใจในการบวช ถึงอย่างไร ความลี้ลับและตำนานจำเป็นต้องได้รับการลบล้าง สาเหตุที่แท้จริง ความเป็นมาของตำนานบวชแล้วห้ามสึกมาจากสิ่งใดกันแน่ จึงเป็นหน้าที่ของพวกเขาในการกลับมารวมทีมกันอีกครั้ง

บทสรุปของเรื่อง

ส่วนตัวหลังจากชมหนังเรื่องนี้รู้สึกเลยทันทีว่าพล็อตเรื่องค่อนข้างมีมิติ มีเหตุมีผลมากยิ่งขึ้นจากภาคแรก ทำส่วนนี้ได้ค่อนข้องน่าชื่นชม แต่ด้วยการเพิ่มตัวละครเข้ามามากขึ้นเกินไป ที่เข้ามาสมทบที่ยังไม่สามารถแยกคาแรกเตอร์ให้ชัดเจนได้ทำให้รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องมีบางตัวละครก็ได้ และในภาคนี้การเล่าเรื่องค่อนข้างกระโดดไปมาไม่สมูทพอ ทำให้เรื่องยังขาดความสมบูรณ์อยู่มากหลายจุด แต่โดยรวมถือเป็นหนังอีกเรื่องที่ดูแล้วสอนเราในหลายเรื่องเพราะสอดแทรกหลักแนวคิดทางพระพุทธศาสนาได้ดีเลยทีเดียว หนังไทยที่ดีและหลอนขนาดนี้แถมมีความตลกให้จากเอมตามใจตุ้ด คนไทยอย่างเราๆต้องไปหาชมได้แล้วขอประกันเลยว่าหนังเรื่องนี้ดีขนาดไหน

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์