รีวิว หนัง Doraemon : Nobita’s New Dinosaurไดโนเสาร์ตัวใหม่ของโนบิตะ

ภาพยนตร์ ที่สุดแสนประทับใจ ของโนบิตะ ที่แฟนหนังต้องเสียน้ำตา [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว หนัง Doraemon : Nobita’s New Dinosaurไดโนเสาร์ตัวใหม่ของโนบิตะ โนบิตะได้ค้นพบไข่ไดโนเสาร์จากนิทรรศการไดโนเสาร์ ก่อนที่จะฟักเป็นตัวออกมา เป็นไดโนเสาร์พันธุ์ขนสีเขียว และ สีชมพู ที่โนบิตะตั้งชื่อว่า คิว และ มิว ทั้งสามเริ่มผูกพันต่อกัน ทว่าโลกใบนี้ไม่ใช่โลกที่เหมาะสมกับไดโนเสาร์อย่าง คิวและมิว โดราเอมอนและผองเพื่อนจึงขอให้โนบิตะพาคิวและมิว กลับไปหาพวกที่อยู่ในยุคครีเตเชียส แต่กลับต้องเผชิญกับดาวหางทำลายล้าง ที่กำลังจะโคจรเข้ามาใกล้โลกขึ้นทุกที โนบิตะจะสามารถตามหาผองเพื่อน และปกป้องคิวและมิวจากมหันตภัยร้ายครั้งนี้ได้หรือไม่ หรือสุดท้าย ประวัติศาสตร์จะเป็นสิ่งที่ไม่อาจหวนกลับไปแก้ไขซ้ำได้อีกแล้ว

เรียกได้ว่าเป็นวาระที่น่ายินดีของแฟนๆ โดราเอมอน ทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก เพราะว่าการ์ตูนขวัญใจหนูๆ น้องๆ ( และผู้ใหญ่หัวใจอ่อนโยน ) เรื่องนี้ มีอายุครบรอบ 50 ปีพอดิบพอดี เรียกได้ว่าเป็นการ์ตูนในตำนาน ที่อยู่ร่วมสมัยมาอย่างยาวนานหลายรุ่น และการผจญภัยของโดเรมอน โนบิตะ และเหล่าผองเพื่อนก็ยังคงโลดแล่นต่อไปเรื่อยๆ แม้ว่าผู้ให้ต้นกำเนิดโดราเอมอนอย่างอาจารย์ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ จะจากเราไปนานแสนนานแล้ว

ถ้าพูดถึงไดโนเสาร์ของโนบิตะในปี 2006 นั้นมี พีสุเกะ เป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจของโนบิตะแต่แล้วก็ต้องแยกจากกัน จนกลายเป็นความประทับใจของแฟนๆ โดราเอมอนมาแล้วทั่วโลก และการกลับมาของโนบิตะในภาคนี้ ก็ถือว่าเป็นการสานต่อความสำเร็จนั้น ด้วยการหยิบแก่นเรื่องของการผจญภัยในโลกยุคไดโนเสาร์กลับมาอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เหตุการณ์ก็ค่อนข้างจะคล้ายกับภาคเก่าอยู่พอสมควรเหมือนกัน คราวนี้โนบิตะดันไปพบกับไข่ฟอสซิลโดยบังเอิญในขณะที่ไปเที่ยวนิทรรศการไดโนเสาร์ โนบิตะก็เลยเอากลับมา แล้วใช้ผ้าคลุมกาลเวลาของโดราเอมอน จนกระทั่งไข่ฟักออกมาเป็นไดโนเสาร์ฝาแฝดน่ารัก 2 ตัว คือคิว กับ บิว ทั้งสองนั้นเป็นเหมือนแฝดกัน รับรองโดราเอมอนภาคนี้ประทับใจไม่แพ้ภาคก่อนหน้าอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะในทุกๆปี นอกจากที่เราจะยังคงได้ชมความสนุกผ่านทางจอทีวีแล้ว โดราเอมอนก็ยังออกมาโลดแล่นผ่านจอภาพยนตร์ ในรูปแบบของภาพยนตร์เรื่องยาวที่มีมาต่อเนื่องในทุก ๆ ปี และมาถึงปีนี้ ด้วยวาระเวลาที่มาบรรจบกับการฉลองครบรอบ 50 ปีพอดี พี่ม่อนของเราก็ไม่พลาดที่จะพาไปผจญภัยกับ “ โดราเอมอน เดอะ มูฟวี่ ” ซึ่งภาคนี้เป็นโดราเอมอนในรูปแบบภาพยนตร์ลำดับที่ 40 พอดิบพอดี

เนื้อหาของภาคนี้กับภาคที่แล้ว ถือว่ามีอะไรที่คล้ายคลึงกันอยู่มากทีเดียว โดยเฉพาะเมนพล็อต ต้น-กลาง-จบ ที่เหมือนซะอย่างกับแกะกันมาเลย แต่ถึงแม้ว่าเนื้อหาในภาคนี้จะจั่วหัวไว้ว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ภาคแรก ( เจอกับพีสุเกะ ) ไม่กี่อาทิตย์ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ในภาคนี้ถือว่าเป็นภาคที่มีความแตกต่าง ในแง่ของซับพล็อตที่ทำได้สนุกและแตกต่างจากภาคที่แล้วมากๆ ใครที่เป็นแฟน โดราเอมอน ตั้งแต่ยุคแรก ห้ามพราดเด็ดขาด

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว อนิเมะ 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง Space Sweepers ชนชั้นขยะ ปฏิวัติจักรวาล

หนัง ไซไฟ อวกาศของแก๊งกวาดขยะนอกโลกจากแดนกิมจิ ก่อนจะพบเจอหนูน้อยที่เขาว่าเป็นแอนดรอย์ทำลายล้าง [ แอบสปอยนิดๆ ]

รีวิว หนัง Space Sweepers ชนชั้นขยะ ปฏิวัติจักรวาล 3 มนุษย์ กับอีก1หุ่นยนต์ ที่รวมตัวกันเป็นสลัดอวกาศล่าขยะมีค่าที่ลอยเคว้งอยู่นอกโลกในปี 2092 แต่ความซวยก็ดันมาเยือน เมื่อพวกเขาดันไปเก็บอาวุธระเบิดมหาประลัย ในรูปของเด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มเข้าเสียได้ แต่ดูเหมือนส้มจะหล่น เพราะมีองค์กรก่อการร้าย พร้อมจะจ่ายให้ไม่อั้นเพื่อแลกตัวเด็กน้อยคืน สุดท้ายกลายเป็นสงครามสาดแสงเลเซอร์ กลางอวกาศเพื่อแย่งตัวแบบมะรุมมะตุ้ม ทั้งฝ่ายคนดีและคนชั่ว โดยมีเหล่านักเก็บกวาดขยะอยู่ตรงกลาง รอเลือกข้างว่าจะเอา เงิน หรือ คุณธรรม

ดูเหมือนว่านับวัน ยิ่งได้เห็นหนังเกาหลีใต้ มีความหลากหลายและก้าวออกไปไกล ห่างบ้านเรามากขึ้นทุกที ตอนนี้พวกเขามีหนังแอคชั่นไซไฟอวกาศ ออกฉายในระบบสตรีมมิงของ Netflix เรื่องราวของกลุ่มนักเก็บขยะนอกโลก กับหนังเรื่องใหม่ Space Sweepers หรือชื่อไทย ชนชั้นขยะปฏิวัติจักรวาล ไซไฟอวกาศแบบเต็มขั้น อีกหนึ่งที่พัฒนาการด้านภาพยนตร์จากเกาหลีใต้ ที่จะพาทุกคนไปตะลุยจักรวาล กับภารกิจสุดว้าวซ่า ของเหล่าแก๊งคนเก็บขยะอวกาศ ผ่านพล็อตที่ว่าด้วยเรื่องราวของภารกิจที่เกี่ยวข้องกับเด็กน้อยคนหนึ่ง

หนังมีส่วนที่ทำให้รู้สึกว้าวอยู่พอสมควร คือพล็อตเรื่องที่ชวนให้นึกถึงภาพยนตร์เรื่อง Guardian Of The Galaxy อยู่บ้างนะ ด้วยเป็นหนังไซไฟอวกาศ ที่ไม่ได้หนีห่างจากเรื่องราวการกอบกู้โลกมากนัก แต่หากใครที่ไม่เคยดูมาก่อนก็คงไม่มีปัญหา เพราะถึงอย่างไรตลอดทั้งเรื่องก็ไม่ได้มีจุดไหนชวนง่วงหรือขอตัวไปทำอย่างอื่นก่อน แล้วค่อยกลับมาดู ยิ่งช่วงกลางเรื่องไปจนจบยิ่งสนุก จนไม่อยากลุกไปไหน แอบคิดในใจว่าหากฉายในโรงภาพยนตร์ ได้ดูบนจอใหญ่ๆ เสียงดังกระหึ่มคงสนุกฉิบหาย

อาจยังไม่ใช่หนังที่ชื่นชมได้แบบอวยสุดลิ่ม แต่เราก็ได้เห็นความสามารถ และศักยภาพของหนังเกาหลี ว่าไปฟัดกับโลกได้จริงๆ ไม่ว่าจะตระกูลหนังล่ารางวัล หรือตอนนี้หนังบันเทิง CG แบบเต็มสูบ ขนาดว่าทรงดีมากๆ ถ้าอุตสาหกรรมหนังเกาหลี ต่อยอดได้จริงจัง เราจะเห็นหนังไซไฟ หนังอวกาศที่ดราม่าเข้มๆ สไตล์เกาหลี เต็มทั้งตา ตรึงทั้งใจ แน่นอนเมื่อนั้นล่ะหนังเกาหลีจะเบียดขึ้นแนวหน้า ของหนังตระกูลไซไฟ ที่มหาอำนาจภาพยนตร์ฝั่งตะวันตกครองที่นั่งมายาวนานก็เป็นได้ สำหรับเรื่องนี้ หนังสนุกดี ชมได้เพลินมากๆ แอดขอบอก

โดยรวมแล้ว ต้องยอมรับจริงๆว่านี่คืองานเอาไปโม้ เอาไปกระทบไหล่ หนังบล็อกบัสเตอร์ได้เลยทีเดียว ขนาดว่าดูผ่านจอทีวียังรู้สึกได้ ไม่ต้องคิดว่าถ้าได้ฉายในโรงจะเพิ่มอรรถรสภาพกับเสียงไปได้อีกเท่าไร น่าเสียดายว่าพิษโควิด-19 ทำให้อดชมในโรง [ แต่ในเรื่องที่ร้ายก็มีเรื่องที่ดีเหมือนกัน ]หนังได้ลงเน็ตฟลิกซ์ ดูพร้อมกันทั่วโลกแทน ติดตามความสนุกของหนังไซไฟอวกาศเรื่องแรกจากเกาหลีใต้ใน Space Sweepers ชนชั้นขยะปฏิวัติจักรวาล ทั้งพากษ์ไทยและบรรยายไทยได้แล้วทาง Netflix นับเป็นหนังดีอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดจริงๆ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว Netflix 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง GHOSTS OF WAR โคตรผีดุแดนสงคราม

หลอกแล้ว หลอกอีก เมื่อทหารสงครามโลก ติดกับดักบ้านผีสิง [ ไม่สอยเท่าไหร่ ]

รีวิว หนัง GHOSTS OF WAR โคตรผีดุแดนสงคราม ปี 1944 ในช่วงที่การสู้รบระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร และนาซีกำลังถึงจุดสิ้นสุด ทหารอเมริกัน 5 นาย ได้รับภารกิจปกป้องคฤหาสน์เก่าแก่แห่งหนึ่งในฝรั่งเศสจากการโจมตีของนาซีเยอรมัน แต่พวกเขาต้องเจอกับเหตุการณ์ลึกลับ ชวนขวัญผวาที่พัวพันกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติ และการหลอกหลอนของคฤหาสน์หลังนี้ ก็เรียกได้ว่า จัดเต็มมาตั้งแต่ เสียง ร่องรอยปริศนาที่ชวนจินตนาการความโหดร้ายที่เคยบังเกิด การผลุบ ๆ โผล่ ๆ ของวิญญาณ ภาพถ่ายสุดหลอนของครอบครัวเจ้าบ้าน รวมถึงมุกการหลอกที่อาจไม่แปลกจากหนังผีที่เคยชม แต่ก็ได้ผลในการดึงความสนใจเราได้ตามสูตรสำเร็จอยู่ดี ว่าเงื่อนไขการหนีตายเอาชีวิตรอดจากคำสาปเหล่านี้ แท้จริงคืออะไรกันแน่?

GHOSTS OF WAR เป็นหนังเซอไพรส์ที่สุด ที่ดูจบแล้วอึ้งไปพักหนึ่ง ว่าเราควรจะรู้สึกยังไงกับหนังเรื่องนี้ดี เพราะมันเซอไพรส์สุดๆ และอึ้งกับตอนจบ เป็นหนังสยองขวัญที่มีจังหวะ Jump Scare หรือ ผีตุ้งแช่เยอะมากๆ ทั้งมาแบบแอบๆ หลอนๆ และมาแบบให้ตกใจเลยจริงๆก็มี แต่มันดันมีบางฉากที่รู้สึกว่า หนังมันทำให้ขำมากกว่า ซึ่งส่วนตัวแล้วแอดรู้สึกว่ามันไม่ใช่จุดพลาด แบบตั้งใจให้กลัวแต่ดันขำ คือ มันขำจริงๆ และได้อารมณ์ล้อหนังสยองขวัญด้วยหน่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันตัวหนังเอง ก็เป็นหนังสยองขวัญด้วย ทำให้บางช่วงรู้สึกแปลกๆ ว่าจะให้กลัวหรือจะให้ขำ แอบรู้สึกมันมีความอาร์ทเบา ๆ

เป็นหนังผีที่พล็อตเรื่องโคตรล้ำ คาคเดาไม่ได้ ผีก็แบบน่ากลัวพอใช้ได้เลย ฉากตุ้งแช่ค่อยข้างเยอะพอสมควร แถมได้ผลเกือบจะทุกอย่าง ทำคนดูสะดุ้งกันเป็นแถว แล้วยิ่งบวกไปกับบรรยากาศหนังที่เล่าย้อนไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทหาร 5 นาย ต้องปกป้องคฤหาสน์ร้าง ยิ่งทำให้หนังดูขนลุกขึ้นไปอีก ฉากต่างๆของหนังก็ทำได้ดีสามารถพาคนดูย้อนไปเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ช่วงนั้นได้เลย แต่เอาจริงๆแล้วเนื้อเรื่องของหนังไม่ค่อยมีอะไรเลย ชอบในความที่หนังทำออกมาให้คาคเดาไม่ได้เนี้ยล่ะ เป็นหนังผีที่เยี่ยมเลย นอกจากนั้นยังมีมุกตลกแทรกมาในหนังด้วย เพื่อไม่ให้คนดูกลัวผีจนเกินไป

หนังเต็มไปด้วยปริศนาหลายอย่าง ที่ทำให้เราอยากรู้ และสงสัยเพิ่มมากขึ้น ก่อนจะเฉลยด้วยฉากจบที่อาร์ทที่สุดแห่งปี จนเครดิตขึ้นแล้วเรายังนั่งนิ่ง ๆ ไปอีกพักใหญ่ๆ เชื่อว่าถ้าบางคนไม่ชอบ ก็อาจจะเกลียดไปเลย แต่ส่วนตัวแอดเฉยๆนะ แอดว่ามันก็แนวดี เพราะ GHOSTS OF WAR ก็เดินเรื่องมาแบบกลางๆ ดูเพลินๆ น่ากลัวบ้าง ขำบ้าง มาตลอดทั้งเรื่อง จะจบแบบแหกขนบไปบ้างก็น่าจดจำดี ว่ามีคนกล้าทำแบบนี้ด้วย

นี่เป็นหนังสงครามแบบสยองขวัญที่มีความไม่ดาดดื่น ได้ทั้งบันเทิงแบบตลาด ๆ และข้อคิดแบบเหนือ ๆ ใครชอบความท้าทายและการหักมุมแบบเกิดคาดเดา แอดก็อยากแนะนำใครที่อยากสัมผัสหนังผีเนื้อเรื่องสุดล้ำแบบนี้ GHOSTS OF WAR โคตรผีดุแดนสงคราม ไม่ควรพลาดเลยล่ะห้ามพลาดเด็ดขาด

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว อนิเมะThe King’s Avatar เทพยุทธ์เซียนกลอรี่

สู่การแข่งขัน E-Spot สุดยิ่งใหญ่เพื่อชิงความเป็นหนึ่ง กับ เรื่องราวในอดีตของชายผู้ได้รับฉายาว่า เทพแห่งวงการกลอรี่ [ ไม่สปอยนะ ]


รีวิว อนิเมะThe King’s Avatar เทพยุทธ์เซียนกลอรี่ สุดยอดเกมส์ ที่เป็นเกมส์ E-Spot ระดับประเทศ และฮิตที่สุดในประเทศจีน ทุกคนในจีนต่างก็ต้องรู้จักเกมส์นี้ เยี่ยชิว นักกีฬา E-Sports ระดับเซียนของเกม Glory จนถูกเรียกขานว่าเป็น เทพสงคราม ซึ่งตัวเขาอยู่สโมสร เจียซื่อ ตัวเขานั้นก็เป็นถึงหัวหน้าของทีมเจียซื่อ แต่แล้วเขาก็ถูกบังคับให้ออกจากการเป็นหัวหน้าทีม เขาจึงเลือกที่จะวางมือ เพื่อลาออกจากการเป็นสมาชิกทีมเจียซื่อ เพื่อไปตั้งสโมสรและทีมใหม่ของตัวเอง เพื่อก้าวสู้การเป็นแชมป์เกมส์กลอรี่อีกครั้ง

จากนิยายบนโลกออนไลน์ยอดฮิต สู่การเป็นอนิเมะ E-Sports สุดอลังการเขียนโดย หูเตี๋ยหลาน ซึ่งในไทยใช้ชื่อว่า เทพยุทธ์เซียนกลอรี่ เล่าเรื่องราวผ่านตัวละครที่ชื่อว่า เยี่ยชิว นักกีฬา E-Spot มืออาชีพ แห่งสโมสรเจียซื่อ ผู้เป็นตำนานแห่งวงการเกมกลอรี่ เขาได้สร้างตัวละครระดับเทพ อี๋เยี่ยจือชิว คว้าแชมป์ถึง 3 สมัย

เนื้อเรื่องทำออกมาได้ดีมากๆ ซึ่งในอนิเมะก็จะเป็นตอนที่กำลังหาสมาชิกเข้าทีม ซึ่งเรื่องนี้สิ่งที่ทำให้สนใจ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นช่วงที่เล่นเกมส์เพราะเข้าเกมส์มาทีไร ต้องไปเจอสิ่งที่ต้องสู้ จึงทำให้เราอยากติดตาม เนื่องจากตอนสู้กันนี้โครตมันส์เลยขอบอก และเรื่องนี้ข้อคิดก็ค่อนข้างเยอะ ทำให้เราเรียนรู้อะไรมากขึ้น แถมพระเอกก็เทพสมฉายาจริงๆ

การเล่าเรื่อง การใส่ประเด็นดราม่า ที่หนักหน่วงเข้มข้นลงไป ทั้งด้วยการเล่า และเพลงประกอบ ที่โคตรบิลด์อารมณ์สุดๆ แอดพบว่าในเรื่องมันมีหลายโมเม้นท์ที่ผู้สร้างได้ใส่ลงไป ต่อให้บางจุดมันเดาทางง่าย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกของการลำดับเรื่องลดลง แถมการปูจักรวาล E-Spot เกมส์กลอรี่ในเรื่อง นั้นทำให้คนนอกอย่างแอดเข้าถึงมันได้ และเข้าใจในจักรวาลของเกมส์กลอรี่คร่าวๆ ขึ้นมาได้ไม่ยากด้วย ตรงนี้ยอมรับเลยว่าทำบทมาดีจริงๆ

การต่อสู้ ฉากแอคชั่น จัดเต็มลื่นไหล สมกับเป็นหนึ่งในทีมงานผู้สร้างนารุโตะเวอร์ชั่นอนิเมะ ทุกซีนแอคชั่นดูแล้วสนุก [ เหมือนดูพวก Fate พวก SAO อะไรแนวๆนั้น ] แม้ว่าบางซีนจะรวดเร็ว แต่สิ่งที่ต้องการสื่อก็ไม่ได้หายไป ดูเอามันส์ การโชว์กึ๋นของมหาเทพเยี่ยเทพจริงๆ ได้เห็นเท่านี้ก็อิ่มเอมแล้ว

คุณภาพทุกอย่างดูดี เกมส์เมอร์ทั้งหลายถ้ามีเวลาควรดูนะครับ เพราะ The King’s Avatar: For the Glory นี้มีมุมมองถึง E-Spot ค่อนข้างมาก แล้วก็นำเสนอได้ดี ถ้าเราต้องการให้วงการ E-Spot เป็นที่ยอมรับเราต้องเล่นมันให้ดี พัฒนามันให้ดี ไม่ต้องไปโวยวายเรียกร้องอะไร เพราะคนที่ไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจครับ เราต้องดึงให้เขาเข้าใจอย่าไปหัวร้อนใส่ ห้ามพลาดเด็ดขาดกับ The King’s Avatar เทพยุทธ์เซียนกลอรี่

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว อนิเมะ 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว ซีรี่ส์ Love Alarm แอปเลิฟเตือนรัก

Love Alarm เป็นซีรี่ย์เกาหลี ที่มีเนื่อหาแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร โดย Netfilx ได้หยิบเอาการ์ตูนเรื่องดังจาก Webtoon นำมาตีความใหม่ แล้วสร้างเป็น ออริจินอล ซึ่งการ์ตูนเรื่องนี้ได้รับความนิยมมากๆ [ ไม่สปอยเท่าไหร่ ]

รีวิว ซีรี่ส์ Love Alarm แอปเลิฟเตือนรัก เป็นการเล่าเรื่องที่สดใหม่ การนำแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนมาเป็นตัวดำเนินเรื่อง ซึ่งแอพพลิเคชั่นนี้ มีฟีเจอร์หลักคือสามารถบอกได้ว่ามีใครที่ชอบเราในระยะ 10 เมตรได้ แต่ใช่ว่าการโหลดแอพนี้มาแล้ว จะทำให้เรารู้ว่ามีใครคนไหนชอบเรานะ เพราะว่าแอพจะแสดงมาเป็นตัวเลขของคนที่รู้สึกชอบคุณในระยะ 10 เมตรเท่านั้น ความสามารถที่สุดยอดแบบนี้ ทำให้แอพดังเป็นพลุแตก ได้รับความนิยมในเกาหลีใต้อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งมันเริ่มมีอิทธิพล ในทุกความสัมพันธ์ของแต่ละคน

เรื่องราว คิมโจโจ เด็กสาวสวยใจแกร่ง ชีวิตของเธอพบความยากลำบากมากหลังจากพ่อแม่เสียชีวิตไปหลายปี เธอจึงถูกส่งมาอยู่กับป้าของเธอและลูกพี่ลูกน้อง แล้วต้องทำงานเพื่อใช้หนี้มหาศาลที่พ่อแม่ทิ้งไว้ รวมถึงตั้งเป้าจะเรียนให้จบ แต่แล้วเธอก็ได้โคจรมาพบกับ ฮวังซอนโอ ชายหนุ่มสุดฮอต รูปหล่อ บ้านรวย ที่มีชื่อเสียงจากการเป็นนายแบบ เป็นที่สนใจของสาวทุกคนในโรงเรียน แต่แล้วเขากลับสนใจคิมโจโจเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีชายหนุ่มอีกคนคือ อีฮเยยอง เพื่อนรักตั้งแต่สมัยเด็กของซอนโอ ที่มีหน้าตาดีและจิตใจอบอุ่น เขาแอบสนใจโจโจมานานในขณะเดียวกัน ซอนโอก็รู้ว่าฮเยยองแอบชอบโจโจ ทำให้เขาสนใจเธอไปด้วย กลายเป็นเรื่องราวสักสามเส้าปนความหวาน และเรื่องราวดราม่าชีวิตของโจโจ ที่ยากจะหาคนมาเข้าใจเธอได้ ซึ่งเธอก็ต้องเลือกว่าจะจัดการชีวิตส่วนตัวและชีวิตรักให้ผ่านพ้นอุปสรรคได้ยังไง

ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดนี้ ดำเนินไปโดยมีแอป เลิฟอลาม เป็นส่วนประกอบสำคัญที่เหล่าตัวละครวนเวียนใช้งานกันอยู่ พร้อมกับการตั้งคำถามที่ว่า ที่จริงแล้วการใช้แอปนี้มันแสดงความจริงของหัวใจของผู้คนได้จริงหรือไม่ หรือคนเราตกหลุมกับดักของแอปนี้มากเกินไป หรือว่าจริงๆแล้วเจ้าแอปนี้แหละคือสิ่งที่ซื่อสัตย์ และแสดงให้เราเห็นหัวใจจริงของเราเองมากที่สุด


ภาพมีความสวยงามน่าติดตาม ทำให้ดึงบทของตัวละครออกมาให้โดดเด่น สามารถทำให้อารมณ์คนดูนั้นอินไปกับเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อได้ ถึงแม่ว่าบทจะไม่มีอะไรเลยก็ตาม ซึ่งภาพและฉากของเรื่องนี้ต้องยกให้เขาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ เวลา หรือแม้แต่องค์ประกอบก็มีความสวยงามเหมาะกับเนื้อหาตอนนั้น ทำให้โปรดักชั่นและนักแสดงโดดเด่น นางเอกสวยมาก ทำให้สะดุดตาตลอดเวลา การแสดงยอดเยี่ยม คงต้องรอดูว่าซีซัน 2 จะขยายเรื่องราวต่อให้น่าสนใจขึ้นได้ไหม

การจำลองกราฟฟิค และสร้างโลกเสมือนจริงของแอพพลิเคชั่น Love Alarm ก็สร้างความน่าตื่นเต้น และดึงความสนใจผู้ชมได้ และตัวเนื้อหาที่เป็นสังคมสมัยใหม่ ที่ตอนนี้ทุกคนมีสมาร์ทโฟนทุกคน หากเรามีเครื่องมือที่รู้ได้ว่าใครแอบรักแอบชอบเราได้ ความสัมพันธ์ของผู้คนบนโลกใบนี้ จะดำเนินกันไปอย่างไร [ ถ้ามีจริงก็คงดีอะนะ ]

เคยคิดเหมือนกันว่า จะบอกชอบใครสักคนนี่มันยากจัง ถ้ามีเครื่องมือช่วยให้ใครคนนั้นรู้ความรู้สึกเราได้เอง ก็คงดีเหมือนกันเนอะ สรุปว่ามีจริงๆ แหะ แต่มีในโลกของซีรีส์เรื่อง Love Alarm แอปเลิฟเตือนรัก ที่มีให้ดูแล้ววันนี้ในช่องทางของ Netflix ห้ามพลาดเด็ดขาด

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว Netflix 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง Rurouni Kenshin คนจริง โคตรซามูไร ความมันส์ยกกำลัง 3

Rurouni Kenshin ซามูไรพเนจร เป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาจากมังงะสุดฮิต นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ก็มาถึงภาค3แล้ว และตอนนี้กำลังสร้างภาค4 และ 5 อยู่ แอดนี้รอเลยไม่พลาดอย่างแน่นอน [ สปอยให้นิดๆนะ ]

รีวิว หนัง Rurouni Kenshin คนจริง โคตรซามูไร สำหรับภาค3นี้เน้นไปที่ฉากแอ็คชั่นเต็มๆ ทั้งรวดเร็ว คล่องแคล่ว ดูสมจริงสุดๆ แต่ดูรู้เรื่องนะครับ ไม่ใช่แว่บไปแว่บมา ขอชื่นชมนักแสดงและทีมงานของเค้าจริงๆ จนลืมคิดไปว่านี่สร้างมาจากมังงะ คิดว่าฉากแอ็คชั่นของเค้าพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นแล้วของวงการหนังญี่ปุ่นเนี่ย ฉากตู่สู้เนียนจริงๆ

การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของฮิมุระ เคนชิน ที่จะต้องประจันหน้ากับตัวร้ายผู้เป็นถึงนักฆ่าฝีมือฉกาจอย่าง ชิชิโอ มาโคโตะ [ ในที่สุดก็ได้สู้กัน ] เคนชินพร้อมแล้วที่จะใช้ดาบคู่ใจของเขา เข้าฟาดฟัน และปกป้องประเทศแห่งนี้

ชิชิโอ ปรากฏตัวนอกชายฝั่งโตเกียว พร้อมเรือรบหุ้มเหล็กสีดำขนาดใหญ่ และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมเขา เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ หลังจากเชิญรัฐมนตรีมาร่วมรับประทานอาหาร หนึ่งในนั้นก็ถูกคนของชิชิโอฆ่า นายกรัฐมนตรีพยายามที่จะฟื้นฟูความสงบ แต่พวก ชิชิโอ ก็ฆ่าคนในรัฐบาลทั้งหมดนอกเหนือจากนายกรัฐมนตรี ชิชิโอเรียกร้องให้นำ บัตโตไซ มาหาเขาและทำการประหารต่อหน้าผู้คน ยาฮิโกะพบใบประกาศจับเคนชิน จึงทำให้รู้ว่า เคนชิน ยังมีชีวิตอยู่

เพื่อตามหาเคนชิน และค้นหาคาโอรุ ขณะที่พวกเขากำลังจะจากไป มิซาโอะ จำได้ว่าเธอคือ คาโอรุ พวกเขาปรากฏตัวนอกโรงพยาบาล และเข้าไปเพื่อพบคาโอรุ ที่หมดสติและมีชีวิตอยู่ ส่วนทางด้าน เคนชิน ไม่เข้าใจสิ่งที่ขาดหายในตัวเอง หลังจากฟื้นขึ้นมา จึงขอให้อาจารย์ ฮิโกะ เซจูโร่ ท่ายทอดสุดยอดวิชา [ เพรงดาบล่องนภานาคาอัสนีบาตทะยานฟ้า ] อีกครั้งเขารู้ว่าเขาทิ้งความตั้งใจ ที่จะมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาที่เขาเป็นมือสังหาร บัตโตไซ และในขณะที่เขาไม่มีความตั้งใจที่จะออกมามีชีวิต เขาจะไม่สามารถเอาชนะ ชิชิโอได้ ฮิโกะชี้ให้เห็นว่าเขาสูญเสียสัญชาตญาณนักฆ่าไป พร้อมกับคำสาบานที่จะไม่ฆ่าและดาบที่ [ ไร้สาระ ] ของเขา

ฮิโกะ บอกว่ามีบางอย่างที่หายไป ในเคนชินและคืนนั้นเขาจะได้คิดเรื่องนี้ ถ้าเขาไม่พบว่ามันคืออะไรเขาจะตายในวันพรุ่งนี้ เช้าวันรุ่งขึ้น ฮิโกะ เปิดเผยภารกิจสุดท้ายของเขาในฐานะอาจารย์ของ เคนชิน โดยไม่รู้ว่าอะไรหายไป เคนชิน จะกลับไปสู่วิถีทางเดิมและฮิโกะจึงต้องฆ่าบัตโตไซ เคนชินฟังในขณะที่เขาบอกว่า เขาไม่สามารถเรียนรู้ความลับได้ จนกว่าเขาจะตระหนักว่าเจตจำนง ที่จะมีชีวิตอยู่เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เขาจึงได้รู้ความลับของ เพลงดาบล่องนภา และเคนชินได้รับการปลดปล่อย

ไซโตะ และ ซาโนะ ได้เข้าร่วมศึกนี้ด้วย พวกเขาทั้งสามไปที่เรือประจัญบานของ ชิชิโอ ในขณะที่ตามหา ชิชิโอ เคนชินได้พบกับ ดาบสรรค์โซจิโร่ อีกครั้งและทั้งสองก็สู้กัน เคนชินได้รับชัยชนะและโซจิโร่ซึ่ง แต่เดิมเชื่อว่าเคนชินอ่อนแอ ก็พ่ายแพ้ให้เคนชินในที่สุด

สำหรับหนังซามูไรภาค3นี้ ซึ่งในส่วนตัวแอดไม่อยากให้มันจบลงเลย [ ฉากต่อสู้ตอนจบ บอกได้เลยว่าโคตรมันจริงๆ ] นะครับเพราะเป็นหนังที่แอดชื่นชอบเป็นการส่วนตัว [ แอดอ่านมังงะมาตั้งแต่ 17-18 ] ด้วยเพราะเป็นหนังที่สร้างมาจากการ์ตูนแล้วทำให้รู้สึกว่าทำออกมาได้สมจริง และในบางครั้งเรารู้สึกว่ามันสามารถเกิดขึ้นจริงและมีตัวละครจริงแบบนี้ได้ ซึ่งทำให้แอดชื่นชอบมากๆครับ รับชมได้แล้วบน Netflix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง Rurouni Kenshin เกียวโตทะเลเพลิง ซามุไร x ภาค 2

จากมังงะเรื่องดัง ถูกสร้างเป็น Live Action ปี 2012 ประสบความสำเร็จ อย่างถล่มทลายมาแล้ว กับ “ เคนชิน ซามูไร X ” หรือ “ ซามูไรพเนจร ” และ ภาคต่อของหนังซามูไรสุดฮิตนี้ ก็กลับมาอีกครั้ง กับภาค 2 [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว หนัง Rurouni Kenshin เกียวโตทะเลเพลิง ซามุไร x ภาค 2 เนื้อเรื่องของหนังในภาคนี้ หลังจากจบเรื่องราวของ อุโด้ จินเอ มือสังหารปลอม ที่ออกอาละวาดในภาคแรก ฮิมุระ เคนชิน ได้กลับมาใช้ชีวิต อย่างสงบสุขที่โรงฝึกดาบกับ คามิยะ คาโอรุ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ลอบสังหาร โอคุโบ โทชิมิจิ เสนาบดีฝ่ายมหาดไทยโดยฝีมือของ ดาบสวรรค์ โซจิโร่ ต่อมา เคนชินได้ทราบความจริงว่า โซจิโร่ ได้ทำงานให้กับ ชิชิโอ มาโคโตะ มือสังหารรุ่นน้อง ที่รับงานต่อจากเขาในสมัยสงครามโทบะฟุชิมิ แต่ชิชิโอ ได้ล่วงรู้ความสกปรกของรัฐบาลใหม่ ทำให้เขาถูกลอบสังหาร และถูกเผาไฟในที่สุด แต่ก็รอดชีวิตออกมาได้

ชิชิโอ ซึ่งเจ็บแค้นที่รัฐบาลทำกับเขาอย่างนั้น จึงออกรวบรวมพรรคพวก กลุ่มจุปปงคาตานะ ก่อการปฏิวัติญี่ปุ่นด้วยการเผาเมืองเกียวโต อันเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นในเวลานั้นให้ได้ แน่นอนว่าเรื่องนี้ทำให้เคนชินไม่อาจอยู่เฉยได้ เขาจึงเดินทางมายังเกียวโตเพื่อยับยั้งแผนการของชิชิโอ และการจะเอาชนะสุดยอดมือสังหารได้ เคนชินต้องกลับไปเป็นมือสังหารอีกครั้ง

สำหรับในภาคเกียวโตนี้ แบบว่า ไม่คาดหวังว่าตัวหนังจะออกมาดี กลัวแป๊กจริงๆ เพราะภาคแรกทำไว้ได้ดีมากๆ แต่ก็เกินคาดจริงๆ ภาคนี้อลังการทั้งสถานที่ถ่ายทำ และฉากที่หลากหลาย ตัวละครที่มากขึ้น และองค์ประกอบต่างๆ โดยเฉพราะฉากต่อสู้ มันช่างพลิ้วไหวดัง เพลงดาบล่องนภาจริงๆ ต้องบอกเลยว่าฉากต่อสู้เนียนมากๆ ซาโต้ ทาเครุ พระเอกของเรื่องนี้ท่าทางจะฝึกฝนมาอย่างดี อย่างนี้สิถึงสมกับเป็นซามุไรของแท้ [ ถูกใจเจ้ข้างบ้านเขาละ ]

ส่วน ชิชิโอะ ตัวร้ายของภาคนี้ ซึ่งแม้จะมีบทโผล่หน้ามาแบบไม่เละออกมาฉากเดียว แต่ก็ดูสมบทบาทมากๆ หลังจากนั้นเละและเลวตลอดทั้งเรื่อง ว่ากันว่าเบื้องหลังที่แสนเจ็บปวดของเค้า ที่ฝังลึกจนกลายเป็นแรงอาฆาตมีเพียง มือพิฆาต บัตโตไซ เท่านั้นที่หยุดเขาลงได้ แต่กว่า เคนชิน และชิชิโอะ จะได้สู้กันจริงๆ ต้องผ่านผู้ภักดีหน้าเด็ก โซจูโร่ และ โจว และถูกอาโอชิ แห่งกลุ่มโอนิวะบัง อาฆาตแค้นซะก่อน

ดูเรื่องนี้แล้วได้ข้อคิดดีๆหลายอย่างเลย หลายประโยคโดนใจมาก ดูมันเหมาะสมกับยุคที่กำลังเปลี่ยน ซึ่งในโลกแห่งความเป็นจริงก็สามารถนำมาใช้ได้จริงๆ หนังสร้างจาก มังงะแนวแอ็กชั่นประวัติศาสตร์ของอาจารย์ โนบุฮิโระ วาสึกิ เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว [ ตอนนั้นแอดเพิ่งจะ17-18 นี้ละ ] พอมาสร้างเป็น Live Action ในตอนนี้ ประโยคเหล่านั้นก็ยังนำมาใช้ในปัจจุบันได้อย่างเช่น [ ยากที่จะสร้างยุคใหม่มากกว่าทำลายยุคเก่า ] แฟนมังงะ แฟนซามูไรพเนจร ยุค90 ห้ามพราดเด็ดขาด ดูได้แล้วบน Netflix ก็มีนะครับ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง Rurouni Kenshin ซามูไร x จากมังงะสุดฮิตของยุค 90 สู่ Live Action สุดมันส์

ภาพยนตร์ Live Action สุดมันส์ ดัดแปลงมาจากการ์ตูนสุดฮิตยุค 90 ชื่อเรื่องเดียวกัน จากผลงานการแต่งเรื่องและวาดโดยอาจารย์ Nobuhiro Watsuki ภาพยนตร์ชุดนี้ เลือกหยิบเนื้อหาจากมังงะ มาดัดแปลงใหม่แล้วแบ่งออกเป็น 3 ภาค ด้วยกัน และนี้คือ ภาคแรก

รีวิว หนัง Rurouni Kenshin ซามูไรx เรื่องราวกล่าวถึงเหตุการณ์ช่วงต้นยุคเมจิ ของญี่ปุ่น ในช่วงหลังสิ้นสุดสงครามยุคบะกุมะสึ ฮิมุระเคนชิน อดีตซามูไรมือสังหารที่โด่งดังที่สุดแห่งยุค เจ้าของฉายาที่ใครๆ ต่างก็รู้จักชื่อของเขาในนาม ” มือพิฆาตบัตโตไซ ” พยายามที่จะหันหลังให้กับอดีต และปฏิญาณตนว่าจะไม่ฆ่าใครอีกเลย โดยมีอาวุธคู่ใจคือ ดาบสลับคม ที่ส่วนของคมจะอยู่ที่สันดาบ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องพลั้งมือฆ่าใครได้อีก ได้วางมือจากการเป็นนักดาบและออกเดินทางอย่างไรจุดหมายเป็นเพียงแค่ ซามูไรพเนจร ธรรมดาคนหนึ่งจนได้มาพบกับ คามิยะคาโอรุ ทายาทสาวผู้สืบทอดสำนัก คามิยะคัตชินริว ในภาคนี้เป็นการเปิดตัวหนังได้อย่างน่าสนใจ ทุกตัวละครมีคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นในแบบของตัวเอง ทำให้หนังน่าติดตามเอามากๆเลย

เป็นการ์ตูนสุดโปรด สุดฮิตในตำนานของแอดเลยก็ว่าได้ ชอมมากๆเลยทีเดียวเพราะแอดอ่านมาตั้งแต่อายุ17ปี แม้จะมีเพียงแค่ 28 เล่ม แต่ก็ฮิตที่สุดในนิตยสารที่ตีพิมส์ในตอนนั้น จนวาดจบ คนวาดไปวาดเรื่องอื่นก็ไม่ดัง ไม่สนุกเท่าเรื่องนี้ ไทยตีพิมพ์รวมเล่มใหญ่ออกมาอีกหลายรอบ จนในที่สุดก็ได้มีการนำเอามาสร้างเป็นหนัง Live Action

หนังค่อนข้างฉลาดในการตัดเนื้อเรื่องและเขียนบทตัวร้ายแบบใหม่ เพราะหากจะทำตามหนังสือการ์ตูนจริงๆ คงจะยาวเป็นซีรีส์ละนะ ในคุณภาพระดับนี้นะ ตัวร้ายในภาคแรกนี้ไม่ได้เก่งเท่าไหร่นัก อย่างมากสุดที่ทำคือดึงเอา บัตโตไซ ในอดีตของเคนชินกลับมาเท่านั้นเอง


คนที่อ่านการ์ตูนมาแล้วอาจจะขัดใจอยู่บ้างนะ [ ขัดใจเจ้ข้างบ้านมาก ] กับตัวร้ายที่เป็นคู่ปรับที่เหมาะสม ไม่ได้เอามาอย่าง ชิชิโอ หรือ เอนิชิ แต่เพราะเนื้อหาที่หนังเอามาทำ แอดว่าเหมาะสมแล้ว ที่จะปูให้เห็นถึงเคนชินและบัตโตไซ ก็ต้อง จินเอ นี่แหละนะ

ฉากแอ็คชั่นทำยังกะการ์ตูนจริงๆ ไอ้ที่วิ่งตัดขาเอียง 160 องศา ไอ้การโพสท่าแต่ละแอ็ค ก่อนจะสู้กัน หรือหลังสู้กัน นี่มันเท่ห์จริงๆ [ โดนใจเจ้ข้างบ้านมาก ] ดูแล้วถือว่าต่อสู้กันสนุกพอสมควร เนื้อเรื่องตัดตัวร้ายมาเล่ากับตัวเอกใหม่ถือว่าได้อรรถรส ของแฟนการ์ตูนพอสมควร [ แบบปูทางเพื่อภาคต่อนะ เพราะฝีมือที่สู้กับ จินเอ ยังไม่ได้ถึงครึ่งของเคนชินในการ์ตูนเลยสำหรับแฟนการ์ตูนยุค 90 แอดแนะนำเลยว่าต้องดู ย้ำว่าต้องดู ยิ่งถ้าคนที่อ่านการ์ตูนมาจะดูสนุกมากๆ แต่ถ้าคนที่ไม่เคยอ่านมาดูอาจจะงงๆหน่อยๆ เพราะว่าฉากสู้กันมันเว่อร์อะนะดูได้แล้ว Netflix ก็มีนะครับ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms







รีวิว หนัง Outside The Wire สมรภูมินอกลวดหนาม

โลกอนาคต คงหนีไม่พ้นที่มนุษย์จะต้องอยู่ร่วมกับเอไอ เราเริ่มพัฒนาหุ่นยนต์กันไปประมาณหนึ่งแล้ว พวกมันเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว แต่เรายังไม่ได้ทำให้มันคิดเองได้ ในระดับที่ซับซ้อนมากนัก แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ จะนำเราไปสู่อนาคต [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว หนัง Outside The Wire สมรภูมินอกลวดหนาม ฮาร์ป อดีตทหารบังคับโดรนสังหาร ตัดสินใจขัดคำสั่งยิงจรวดช่วยหน่วยรบ 38 นายที่อยู่กลางดงศัตรูโดยทำการสละชีวิตทหาร 2 นายไปพร้อมกับทหารฝั่งศัตรู และทำให้เขาถูกสั่งย้ายไปร่วมภารกิจกับ ผู้กองลีโอ ทหารสุดแปลกที่ไม่มีใครเอา ผู้จะลากฮาร์ปไปกลางสมรภูมิด้วยภารกิจชวนฉงน และการเปิดเผยตัวตนว่าเขาเองเป็นแอนดรอยด์ไม่ใช่คน ซึ่งฮาร์ปจะถูกบังคับให้เลือกทางแยกที่ยากลำบากตลอดการเดินทางครั้งนี้

เป็นหนังเน็ตฟลิกซ์ที่ทรงมาทางแอ็กชันไซไฟเหมือนกัน แต่ความน่าสนใจคงเป็นการกลับมารับบท ซูเปอร์ฮิวแมน ของ แอนโธนี แมกคี ที่ติดตาแฟนๆ มาจากบท แซมวิลสัน หรือ ฟอลคอน จากหนังมาร์เวล งานนี้จึงต้องมาลุ้นกันว่าถ้าไม่ใช่หนังตระกูลมาร์เวลแล้วเขาจะยังรับบทแนวซูเปอร์ฮีโร่ รอดหรือไม่ ต้องติดตาม

ดูเหมือนว่าเส้นเรื่องหลัก Outside the wire จะเป็นหนังสไตล์ คู่หูที่ต้องจับมือกันเพื่อปฏิบัติภารกิจ แต่ระหว่างทางหนังก็ พยายามเผยให้เห็นจุดประสงค์ที่แท้จริงของผู้กอง ลีโอ ว่าบางทีเขาก็อาจจะไม่ได้เป็นหุ่นแอนดรอยด์ธรรมดาๆ แต่มีความรู้สึกนึกคิดไม่ต่างอะไรจากมนุษย์

ท้ายที่สุดแล้ว Outside the wire เหมือนต้องการจะสะท้อนความจริงของโลกปัจจุบันผ่านสถานการณ์ในหนัง แต่ประเด็นเหล่านี้ก็เคยถูกนำเสนอในหนังสงครามมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน จึงทำให้ประเด็นที่เกิดขึ้นน่าสนใจ และชวนติดตามมาก ถ้ามองหนังเรื่องนี้ในฐานะหนังที่สามารถเปิดดูได้ทางทีวีที่บ้าน ถือว่าคุณภาพดีทีเดียว และตอกย้ำประเด็นที่ว่า คนบางคน [ ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ] ก็เป็นได้

หนังตอบโจทย์คอแอ็คชั่น หนังสงครามได้แน่ๆ หนังโชว์ฉากรบในอนาคตในแบบมันๆ ต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรก ก่อนที่ครึ่งหลังจะพลิกเป็นอีกแนว แต่สิ่งที่หนังพยายามเป็นมากกว่านั้นคือ การพูดถึง ล้วงลึกถึง ความคิดของชีวะจักรกลประดิษฐ์ของตัวเอกในเรื่อง ซึ่งทำออกมาได้ดีทีเดียว แล้วนักแสดงอย่าง แอนโธนี แมกคี ก็ถนัดกับบทแบบนี้ คอหนังแอ็คชั่น ไซไฟห้ามพลาดเด็ดขาด รับชมได้แล้ว บน Netflix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว Netflix 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว ซีรี่ส์ Bridgerton วังวนรัก เกมไฮโซ

เรื่องอื้อฉาวดงผู้ดี ซีรีส์โรแมนติกยุค รีเจนซี่ เซ็กซี่ ละมุนใจ โดนใจวัยทีน [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว ซีรี่ส์ Bridgerton วังวนรัก เกมไฮโซ มิสดาฟนี่ ลูกสาวคนโตของครอบครัวบริดเจอร์ตัน ในวันที่เธอเติบโตจนถึงวันต้องหาสามีเป็นตัวเป็นตน ฤดูกาลแห่งงานสังคมครั้งแรกของเธอ ทำให้เธอกลายเป็นดาวเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่สวยใส งดงามเป็นที่ต้องตาของเหล่าผู้คน ดูเธอจะไม่ต้องการแต่งงานกับชายที่เธอไม่ได้รัก ทั้งพี่ชายของเธอก็ดูจะเจ้ากี้เจ้าการในการเลือกคู่ ที่เขาคิดว่าเหมาะสมเสียเหลือเกิน เธอจำต้องหาใครสักคนมาช่วยยืดระยะเวลาเฉิดฉายในฐานะคนโสดให้ยาวออกไป

และในที่สุดเธอก็เจอคนนั้น เขาคือ ไซมอน บาสเซ็ต ดยุกแห่งเฮสติ้งส์ ชายผิวเข้มทายาทคนเดียวของบิดา แต่เขามีเบื้องหลังที่น้อยคนจะล่วงรู้ และเขาเองก็มีเหตุผลที่ไม่ต้องการจะแต่งงานกับใคร เมื่อทั้งสองมาเจอกัน ดูเหมือนจุดประสงค์ที่สอดคล้อง ทั้งสองตกลงจะเดทกันไปเรื่อยๆ เหตุการณ์เหล่านี้ไม่พ้นสายตาของ เลดี้วิสเซิลดาวน์ นักเขียนลึกลับผู้ออกหนังสือพิมพ์เล่าเรื่องซุบซิบเป็นประจำ ที่ผู้คนต่างติดตามอ่านกันอย่างงอมแงม โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นใคร เหตุใดจึงรู้เรื่องเหล่านี้ทั้งยังว่างมานั่งเขียนขนาดนั้น

ซีรีส์ที่เล่าเรื่องรักที่เกิดในแวดวงไฮโซ เอาจริงๆ ก็คงจะมีหลายเรื่องที่หยิบมาเล่ากันไปแล้ว แต่เรื่องนี้เลือกเล่าย้อนไปในยุคเก่าที่เราเกิดไม่ทัน บทอะไรต่างๆ ก็แตกต่างไปตามสภาพสังคม แนวความคิดในเวลานั้น ค่านิยม ความเจริญ และบ้านเมือง อะไรๆ ก็แตกต่างไปจากไฮโซในปัจจุบัน แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การมีตัวละครที่ไม่คิดเห็นในแนวทางเดียวกับสังคม และพยายามจะดำเนินชีวิตในทางที่ต้องการเท่าที่สังคมในเวลานั้นมันจะทำได้

สิ่งสำคัญที่เกาะเกี่ยวเรื่องราวไปตลอดทั้งซีซันก็คือ ปริศนาเกี่ยวกับตัวตนของ เลดี้วิสเซิลดาวน์ นักเขียนเรื่องซุบซิบในหนังสือที่เธอพิมพ์เอง และร่อนแจกฟรีทั่วลอนดอน เธอเป็นใคร เหตุใดเธอจึงรู้เรื่องในแวดวงไฮโซดีนัก ซีรีส์เรื่องนี้ดำเนินเรื่องด้วยเสียงบรรยายของเลดี้วิสเซิลดาวน์ ผู้ชมต้องช่วยตามหาและคาดเดาเอาเองว่าเธอจะเป็นใคร บทเฉลยจะตรงกับที่คิดไว้หรือไม่

Bridgerton เป็นซีรีส์รักแนว โรแมนติกดราม่า ที่คอซีรีส์รักไม่ควรพลาด รับรองว่าดูเพลินจนคุณอาจจะหน้าแดงในบางซีน อีกหนึ่งความดีงามของเรื่องนี้ ต้องยกให้ฉากและคอสตูมสุดอลังการชวนฝันทั้งยังสะท้อนความรัก ความอบอุ่นของครอบครัวค่านิยม ขนบธรรมเนียม ประเพณีความไม่เท่าเทียมกันทางเพศ และชีวิตที่หรูหราฟู่ฟ่าในยุคอาณานิคมหรือยุค รีเจนซี่ได้อย่างน่าสนใจมีให้ชมกันแล้ว บน netflix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว Netflix 

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms