รีวิว หนัง FEAR STREET PART III 1666 ถนนอาถรรพ์ 3

รีวิว หนัง FEAR STREET PART III 1666 ถนนอาถรรพ์ 3 ลบล้างคำสาป กับบทสรุปเรื่องราวสยองขวัญ Fear Street ที่จะพาคุณย้อนกลับไปยังปี 1666 บนแผ่นดินยูเนียน กับปริศนาของตำนาน ความสยดสยอง และ การสังหารหมู่ [สปอยนิดๆ]

รีวิว หนัง FEAR STREET PART III 1666 ถนนอาถรรพ์ 3 เซดี้ไซด์ เมืองเล็กๆเมืองหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งนักฆ่าของสหรัฐ เมืองที่ฉาบไปด้วยกลิ่นอายของตำนานแม่มด ซาราห์ เฟียร์ ในปี 1994 หลังจากการเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมในห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และร้านขายสินค้าของเมือง โดยนักฆ่าที่เกิดจากแรงอาฆาตของแม่มด ผู้รอดชีวิตคือ ดีน่า จอช ทั้งสองก็ต้องหาทางแก้อาถรรพ์คำสาปเพื่อที่จะไม่ให้ แซมกลายเป็นนักฆ่าคนต่อไป จึงไปที่บ้านของ ซินดี้ เบอร์แมน หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่รอดจากการฆาตกรรมในปี 1978 มาได้หลังจากที่ทุกคนสามารถสืบจนได้รู้ว่า ร่างกายและมือของแม่มด ซาร่าห์ เฟียร์ ฝังไว้ที่ไหนแล้ว ดีน่าก็จัดการนำมารวมกันเพื่อหาทางกำจัดและลบอาถรรพ์ กลับกลายเป็นว่าดีน่าได้เห็นนิมิตรบางอย่าง

ภาพในหัวเธอก็ย้อนกลับไปปี 1666 และดีน่าก็คือ ซาร่าห์ เฟียร์ เมื่อดีน่าได้รับรู้เรื่องราวในอดีต เธอกลับพบความจริงที่น่าสะพรึงเกี่ยวกับ พื้นที่ก่อนที่จะพัฒนาผ่านยุคสมัย ไม่ว่าจะกลายมาเป็นค่ายฤดูร้อนในปี 1978 หรือเปลี่ยนแปลงมาเป็นพื้นที่ธุรกิจอย่างห้างสรรพสินค้าในปี 1994 จริงๆแล้วอาณานิคมที่เป็นจุดเริ่มต้นของความเลวร้ายทั้งหมดนั้น ไม่ใช่แค่เพียง มนต์ดำและคำสาปเท่านั้น แต่มันมีวิวัฒนาการมาจากแนวคิดของคนในนิคม ที่เลือกจะจัดการกับคนที่มี พฤติกรรมและความคิดที่แตกต่าง ด้วยการใส่ความว่าพวกเธอเป็นแม่มด และเรื่องราวในปี 1666 นั้นจะเป็นอย่างไร อะไรคือความเครียดแค้นที่ทำให้แม่มด ซาร่าห์ เฟียร์ อาฆาตต้องไปติดตามกันนะครับ เดี่ยวจะหาว่าสปอย

ต้องบอกไว้เลยนะว่า นี้คือหนังไตรภาค FEAR STREET ที่ไม่ใช่แค่หนังสยองขวัญไล่ฆ่าแบบธรรมดาๆนะครับขอบอก เพราะว่าถ้าคนชอบหนังแนวนี้จะบอกว่ามันคลาสสิกดี เพราะว่าหนังใส่ประเด็นทางสังคมเข้ามาตลอด ทุกภาคอย่างแนบเนียนและกลมกลืน ซึ่งหนังจะนำพาผู้ชมย้อนกลับไปดูต้นตอของปัญหาทั้งหมดของคำสาป [ตอนสาปนั้นน่ากลัวมาก] ว่ามันน่ากลัวก็เพราะว่ามีคนพัฒนาความกลัวเหล่านั้นให้กลายเป็นแนวคิด และให้สืบทอดกันมาโดยที่คนในสังคมซึมซับมันจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วนั่นเอง [พวกอนุรักณ์นิยมที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่อดีต]

FEAR STREET PART 3 หนังสามารถนำเสนอต้นกำเนิดและจุดจบของเรื่องราวทั้งหมดออกมาได้อย่างค่อนข้างได้ดีและชัดเจน ทำให้ผู้ชมที่รับชมหนังมาอย่างยาวนานถึง3ภาค ได้รับการไขปริศนามากมายในใจ โดยไม่ทิ้งผู้ชมที่อุตส่าห์ตามดูมาอย่างยาวนานเอาไว้ข้างหลัง [ถือว่าไม่หักหลังคนดูเหมือนหนังบางประเทศแถวๆนี้] และสิ่งที่หนัง FEAR STREET ทั้ง 3 ภาคทำออกมาได้ประทับใจ คือมันเป็นหนังที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง [แอบยำหนังสยองหวีดหลายๆเรื่องไว้ด้วย] แน่นอนว่ามันเต็มไปด้วยการนองเลือด แต่ก็อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ไม่ได้ชวนแหวะจนเกินไป [ภาคนี้สงสารซาร่าห์ เฟียร์มาก]

สรุป FEAR STREET PART 3 1666 ถนนสายอาถรรพ์ 3 ถือว่าเป็นการปิดฉากภาพยนตร์ชุด FEAR STREET ถนนสายมรณะได้ดีมาก มีการเล่าเรื่องที่ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด แถมยังชาญฉลาดที่ให้จุดเริ่มต้นของเรื่องในปี 1994 มาปิดฉาก แล้วยังจบในแบบที่ไม่มีอะไรคาใจอีก ทั้งยังสามารถสอดแทรกเรื่องราวทางคติชนวิทยาและสัญลักษณ์ศาสนาเข้ามาได้แบบพอดี ถนนสายอาถรรพ์ถือว่าเป็นหนังไตรภาคที่สร้างขึ้นมาแบบให้การคาราวะหนังแนวหวีดเชือดสยอง ยุค 80S / 90S ที่ลงตัวและน่าจดจำไม่แพ้หนังไตรภาคบล็อกบัสเตอร์เรื่องอื่นเลย เอาเป็นว่าใครที่เบือๆกับโควิด เบื่อกับการเมือง อยากดูหนังไตรภาคแบบยาวๆแอดแนะนำเลยกับ FEAR STREET1.2.3 ดูได้แล้วบน Netflix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว the naked director 2 โป๊ บ้า กล้า รวย

รีวิว the naked director 2 โป๊ บ้า กล้า รวย โดย The Naked Director ซีซั่น 2 จะเป็นเรื่องราวที่ต่อจากซีซั่น 1 และจะเล่าเรื่องราวประวัติของ โทรุ มุรานิชิ ในช่วงที่แกพีคมากที่สุดของวงการ av ญี่ปุ่นไปจนถึงช่วงที่แกตกต่ำที่สุด [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว the naked director 2 โป๊ บ้า กล้า รวย หลังจาก THE NAKED DIRECTOR ซีซั่น1สร้างความสยิวปนระทึกแล้วจนสร้างฐานแฟนคลับไปทั่วโลก ในที่สุดซีซัน2ของซีรีส์เบื้องหลังความผงาดง้ำ[ผงาดจริงๆ]ของวงการภาพยนตร์ AVญี่ปุ่น ก็ได้กลับมาสานต่อปมที่ทิ้งไว้ในซีซัน1โดยเฉพาะความแตกแยกของสหายกลุ่มแซฟไฟร์วีดีโอ SAPPHIRE VIDEO นำโดย มุรานิชิ โทรุ [ยามาดะ ทาคายูกิ] อาราอิ โทชิ [มิตซูชิมะ ชินโนะสุเกะ] และ คาวาดะ เคนจิ [ทามายามะ เท็ตสึจิ] และการต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มยากูซ่าขาโหดอย่าง ฟุรุยะ อิโยริ [คุนิมูระ จุน] รวมถึงตำรวจกังฉินอย่าง ทาเคอิ มิชิโระ [ลิลลี แฟรงค์กี]

ในซีซั่น2นี้มีการกระจายบทมากขึ้นซีซั่น1 ผกก.โทรุ บทเด่นที่สุดแต่ในภาคนี้มันสะท้อนช่วงขาลงของโทรุเขาค่อยๆถลำสุ่ด้านมืด และความฝันแบบเกินตัวในการทำช่องดาวเทียมหนังโป๊ ทำให้ทุกอย่างที่เขาสร้างขึ้นมาพังทลายลงไปกับมือตัวเอง ในขณะที่บทบาทของตัวละครอื่นๆค่อยๆ ถูกขับให้เด่นขึ้นมาโดยเฉพาะเส้นเรื่องของโทชิ ที่กล้ำกลืนอยู่ในวงการยากูซ่าแถมไปหลงรักกับเด็กของเจ้านาย และคาวาดะที่กลายเป็นหมาหัวเน่าและได้สำรวจรสนิยมทางเพศแปลกๆอย่างเช่นBDSM หรือการมีแฟนเป็นตุ๊กตายาง รวมไปถึงเรื่องราวของ2สาวดาวAVประจำค่ายเบอร์1คนเก่าคาโอรุ และเบอร์1คนใหม่อย่างมาริโกะ และทีมงานที่แฟนๆจดจำเช่น มิตามุระ,รักบี้,จุนโกะ

ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ทั้งโป๊ทั้งรุนแรง และน่าหดหู่ในเวลาเดียวกัน [แต่ก็ลดลงจากซีซั่น1พอสมควร] เพราะในซีซั่น2จะบอกเล่าชีวิตและบริษัทของโทรุที่โด่งดังและได้ขึ้นจุดสูงสุดของวงการ แม้ว่าหลายๆสิ่งหลายๆอย่างจะดูแล้วได้ไปในทิศทางที่ดี แต่ปัญหาหลายๆอย่างกลับมาทำร้ายความสัมพันธ์ให้กับคนในบริษัทให้เกิดการแตกแยกและลาจากกันไปทีละคน ไม่ว่าจะเป็นนางเอกสาวคู่ใจอย่าง คาโอรุ ที่ไม่ได้แสดงหนัง AV ต่ออีกเลยตั้งแต่เรื่องแรกที่ดังกระฉ่อนไปทั่วญี่ปุ่น เพราะโทรุเมินเฉยต่อสิ่งที่คาโอรุต้องการ และไปโฟกัสกับเรื่องดาวเทียมมากจนเกินไป

ซึ่งยังเป็นสาเหตุที่ทำให้โทรุและคาวาดะ แตกหักกันจนต้องแยกกันไปตามทางของตัวเอง เล่าไปเดี่ยวจะสปอย เอาเป็นว่าต้องไปติดตามดูเอง ไฮไลท์เด็ดของซีซั่นที่2นี้คือดีกว่าซีซั่นที่แล้วมากพอสมควร ในด้านของดาราสาวคือทุกคนดีงามทุกคนจริงๆ ทั้งคนเก่าและคนใหม่ที่เข้ามา ทุกคนคืองามแบบสะกดคุณได้อยู่หมัดแน่นอน เอาเป็นว่าใครที่เบื่อๆกับการกักตัวเบื่อกับโควิดเบื่อกับการเมือง และใครที่เป็นแฟนคลับจากซีซั่นที่1ห้ามพลาดซีซั่น2เด็ดขาด ดูแบบภาคไทยได้แล้วบน Netflix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว Netflix

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง FEAR STREET PART II 1978 ถนนอาถรรพ์ 2

รีวิว หนัง FEAR STREET PART II 1978 ถนนอาถรรพ์ 2 หลังจากที่สยองกันมาแล้วกับภาคแรก มาสยองต่อกันเลย กับภาคสอง Fear Street Part II 1978 ถนนอาถรรพ์ ภาค 2 [สปอยนิดๆ]

รีวิว หนัง FEAR STREET PART II 1978 ถนนอาถรรพ์ 2 เรื่อราวต่อจากภาค1 เรื่องราวของ ดีน่า จอห์นสัน ที่ได้รับสายจาก ซีเบอร์แมน ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ที่เห็นแม่มดและรอดมาได้ หลังจากที่เธอโทรหาโดยเธออยากรู้ว่ามีวิธีที่จะช่วย แซม แฟนของเธอรอดจากแม่มดเข้าสิงได้ยังไง แต่เธอกลับได้คำตอบว่าไม่มีวิธีช่วยได้ นอกจากหนีให้ไกลและเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนในที่สุดเธอก็ยอมช่วยแล้วเธอจะมีวิธีช่วยยังไง ก่อนที่เรื่องราวของวันที่ 12 กรกฎาคม 1978 จะถูกบอกเล่าให้กับดีน่าและจอชได้ฟัง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน Fear Street Part 2: 1978 คนดูจะได้ย้อนเวลากลับไปในปี 1978 ณ แคมป์กิจกรรมภาคฤดูร้อน ที่เหล่าเยาวชนจากเมือง เชดี้ไซส์ และ ซันนี่เวลล์ จะได้มาพักผ่อนทำกิจกรรมตลอดช่วงเวลาฤดูร้อน

แต่แล้วเริ่มมีเหตุการณ์ประหลาดก่อตัวขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เกิดคุ้มคลั่งและทำร้าย ทอมมี่ [แมคคาเบ้ สไลด์] แฟนหนุ่มของ ซินดี้ เบอร์แมน [เอมิลี่ รัดด์] ด้วยเหตุผลที่ว่าเขากำลังจะต้องคำสาปร้ายและอย่างไรก็ตามเขาจะต้องถึงฆาตภายในคืนนี้ วินาทีแรกทุกคนเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวมีอาการประสาทหลอน โดยไม่รู้เลยว่าทุกอย่างที่กำลังจะเกิดตามมาคือความน่ากลัวเกินคาดคิดสำหรับ ซิกกี้ [เซดี้ ซิงค์] น้องสาวของซินดี้ ที่โดนกล่าวหาว่าเธอเป็นแม่มด เนื่องจากเธอเป็นผู้หญิงหัวขบถและหน้าตาวอนหาเรื่อง ทำให้เธอตกเป็นจำเลยสังคมอยู่บ่อยครั้ง และโดนบรรดาวัยรุ่นตัวแสบในค่ายแห่งนี้กลั่นแกล้งจนถึงขั้นทำร้ายร่างกาย

ภาค2นี้กับเหตุการณ์ในแคมป์ไนต์วิง เกิดอะไรขึ้นในปีนั้นเราจะได้รู้จักที่มาที่ไปของหลายตัวละครในภาคแรกไม่ว่าจะเป็น รูบี้ เลน หรือชายถือขวานที่สวมหน้ากากกระสอบ และเราจะได้รู้ว่า ซีเบอร์แมน รอดตายมาได้ยังไงแถมยังเข้าใกล้หญิงที่เป็นแม่มดในตำนาน ซาร่าห์ เฟียร์ ในภาคที่แล้วรวมทั้งตอนต้นเรื่องบทหนังเอ่ยชื่อ ซีเบอร์แมน ชื่อที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นคนไหนในภาคนี้ เบอร์แมนก็มีสองคนซิกกี้และซินดี้ หนังอยากให้คนดูเดาเอาว่าจะเป็นคนไหนที่ตายคนไหนที่รอด [จริงๆก็พอเดาได้ละนะ] ภาคแรกมีข้อความที่บอกเล่าเรื่องแม่มด ในภาคนี้ก็เช่นกัน ในหนังสือของนางพยาบาลเลนมีทั้งตราแม่มดแผนที่ และข้อมูลเพิ่มเติมที่จะทำให้หนุ่มสาวเพื่อไขปริศนา

และทีน่าสนใจใน Fear street 1978 ได้มีการนำฉากสำคัญๆของหนังสยองขวัญหลายๆเรื่องเช่น Friday the 13th ศุกร์ 13 ฝันหวาน นักฆ่าถือขวาน ที่มีบุคลิกเหมือนเจสัน วอลฮีเลยทีเดียว,The Evil Dead 1981 ผีอมตะ ที่ในหนังทำให้เห็นในจุดที่นักฆ่าทั้งสองคือ ทอมมี่มือขวาน และรูบี้เลนมือมีดโกนขึ้นมาจาพื้นใต้ดิน,The Thing 1982 ไอ้ตัวเขมือบโลก ในหนังเขาทำให้เห็นว่ามีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ภายในถ้ำกำลังฟักตัวจากนั้นก็มีสัตว์ประหลาด ออกมาจากก้อนเนื้อนั้นแล้วก็จะค่อยๆกลายร่างเป็นนักฆ่าคนหนึ่ง และ Halloween ซึ่งใน 1978 มีตัวละครนักฆ่าสวมหน้ากากเดินถือมีดไล่แทงคน บุคคลิกเดียวกับ ไมเคิล ไมเยอส์ [เกือบจะเป็นมหกรรมยำหนังหวีดกันเลยทีเดียว]

สรุปว่า Fear Street Part II 1978 ถนนอาถรรพ์ ภาค 2 เป็นการถูกเล่าตั้งแต่ในภาคแรก แต่ตัวหนังก็ทำให้เราติดตามได้ตลอดทั้งเรื่อง ด้วยการกระจายบทสร้างปริศนา และกระจายการตายได้อย่างเหมาะสมทั้งเรื่อง ไม่โฟกัสที่จุดเดียวแบบภาค1ภาคนี้เรียกว่าทำออกมาได้ดีมากๆ ฉากหนังเซ็ตอยู่บนฉากฆาตกรรมแบบคลาสสิกของหนังแนวหนังเชือดสยองเลย เรื่องเกิดต้นยุค 80 ในค่ายฤดูร้อน เต็มไปด้วยวัยรุ่นมีฉากโป๊นิดๆ เคล้ายด้วยเสียงเพลงในยุคนั้น มันเลยพอเหมาะพอเจาะมากๆ เอาเป็นว่าใครที่เบื่อกับโควิดการเมือง อยาดูหนังเพื่อผ่อนคลายแอดแนะนำเลยกับเรื่องนี้ดูได้แล้วบน Netflix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง FEAR STREET PART I 1994 ถนนอาถรรพ์

รีวิว หนัง Fear Street Part I 1994 ถนนอาถรรพ์ Fear Street หนังไตรภาคระทึกขวัญ สยองขวัญ จาก Netflix ที่ดัดแปลงมาจากนิยายของ R.L.Stine muj ทำออกมาด้วยกัน 3 ภาค 3 เรื่อง 3 เหตุการณ์ 3 ปีที่ช่วงเวลาแตกต่างกัน และนี้คือเหตุการณ์แรก [ สปอยนิดๆ ]

รีวิว หนัง Fear Street Part I 1994 ถนนอาถรรพ์ ภาค1 เรื่องราวของ ดีน่า จอห์นสัน นักเรียนโรงเรียน เชดี้ไซด์ ที่อยู่ในเมืองเล็กๆในอเมริกาที่ติดกับ ซันนี่เวล ที่ได้ชื่อว่าเป็นชุมชนที่ปลอดภัยและมั่งคั่งที่สุดแห่งหนึ่ง แต่หลังจากที่เกิดประวัติอันสยดสยอง จึงถูกตั้งฉายาว่าเมืองแห่งนักฆ่าของสหรัฐโดยเธอพร้อมกับ แซม แฟนของเธอ,เคต สาวเชียร์ที่รับจ้างเลี้ยงเด็กเพื่อนของเธอและ ไซม่อน น้องชายของ เคต รวมถึง จอช น้องชายของเธอ ต้องเข้าไปพัวพันกับแม่มด ซาร่าห์ เฟียร์ จนถูกฆาตกรสวมหน้ากากผีไล่ฆ่า หลังจากแซมได้รับอุบัติเหตุและบังเอิญไปรบกวนหลุมฝังศพของเธอเข้า โดยมีเป้าหมายคือเลือดของแซม พวกเขาจึงต้องช่วยกันหาวิธีหยุดยั้งแม่มดพร้อมกับการเอาชีวิตรอดจากฆาตกรที่ถูกแม่มดเข้าสิง 

หนังเล่าเรื่องโดยการฉายถึงเหตุสังหารหมู่ฆาตกรรมนองเลือดแปดศพในห้าง เชดี้ไซด์มอลล์ ซึ่งสถานที่ บรรยากาศทำได้น่าสนใจดีและฆาตกรสวมหน้ากากผีก็เป็นคนรู้จักกัน แต่มีอาการเหมือนถูกบางอย่างควบคุม ก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงข่าวเหตุสังหารหมู่ในช่วงเปิดเรื่องและศพรายอื่นๆ ที่พบในบ้านใกล้ เชดี้ไซด์ รวมทั้งมีพูดถึงแม่มด ซาร่าห์ เฟียร์ ที่ถูกสาปและเข้าสิงคน ซึ่งเป็นจุดสำคัญของเรื่อง จากนั้นก็ฉายตัวละครหลักที่ได้รู้ข่าวเกี่ยวกับเหตุฆาตกรรม โดยช่วงแรกจะเป็นการปูเรื่องราวของตัวละครหลักที่ค่อนข้างเยอะไปหน่อย [ก็นะเพราะว่านี้คือภาคแรก]

โดยดำเนินเรื่องด้วยกลุ่มวัยรุ่นเป็นหลักและมีฆาตกรตามไล่ฆ่า ซึ่งก็มีฉากโหดๆบ้าง หนังมีช่วงที่น่าเบื่อบ้างแต่ไม่มากและมีช่วงที่ให้ลุ้นระทึกบ้าง โดยจะค่อยๆเปิดเผยเรื่องราวของฆาตกรทีละน้อยๆ ซึ่งฆาตกรจะเกิดขึ้นซ้ำๆกันหลายปี จึงมีหลายคนและมาในหลากหลายรูปแบบที่ดูน่าสนใจดีโดยช่วงท้ายๆ จะเป็นช่วงที่ตัวละครต้องหาวิธีแก้และเล่นงานฆาตกร ซึ่งหนังก็ได้วนกลับมายังสถานที่ที่ให้บรรยากาศในช่วงเปิดเรื่องอีกครั้งและก่อนจบก็ได้ทิ้งท้ายไปสู่ภาคต่อ [แค่อ่านก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว]

ตัวหนังทำออกมาให้อารมณ์แบบหนัง Slasher ประมาณหนังฆาตกรไล่เชือดทั้งหลายอย่าง Halloween, Nightmare On Elm Street ผสมกับหนังวัยรุ่นออกทำภารกิจแนวย้อนยุคอย่าง Stranger things ในส่วนของเนื้อเรื่องราบเรียบเป็นเส้นตรงดีไม่ทำให้งง ฉากฆาตกรที่โผล่มาแต่ละฉากทำให้ระทึกขวัญและลุ้นไปกับหนังด้วย และฉากเอาตัวรอดต่างๆทำให้เรามีลุ้นตามได้ตลอดเลยละ และเพิ่มความน่าสนใจและน่าติดตามไปด้วย โครงเรื่องใช้ได้กับเหตุการณ์นองเลือด ส่วนนักแสดงทำออกมาได้ดีในทุกๆฉาก แม้แต่ในฉากที่ฆาตกรที่โผล่ออกมา[แบบตุ้งแช้ด้วย]

หนังสนุกกว่าที่คิดไว้เยอะ เป็นหนังที่ทำออกมาดูง่ายและน่าติดตาม ลำดับเหตุการณ์ตรงไปตรงมา ด้วยเซ็ตติ้งของเรื่องที่เป็นเมืองทั้งเมือง เป็นที่เปิดตัวหนังเลยมีความผจญภัยนิดๆติดมาด้วย เป็นหนังไล่เชือดที่ไม่ได้กดดันมาก สนุกและมีอีสเตอร์เอ้กจากหนังดังเรื่องอื่นๆด้วย บทบาทของฆาตรกรรวมถึงพาร์ทไล่ล่าในเรื่อง ฉากฆ่าฟันทำออกมาได้ดี ดูแล้วเสียวท้องเลยละ สำหรับคนที่ชื่นชอบหนังแนวสยองขวัญ ใครที่เบื่อๆกับโควิดเหตุบ้านการเมือ อยากหาหนังดูช่วงโควิดแอดแนะนำเลยครับไม่ผิดหวังแน้นอน ถือว่าดูได้ไม่ซีเรียสดูเพลินๆ[หรือจะซีเรียสเพิ่มก็ไม่รู้]

FEAR STREET PART I 1994 ถนนอาถรรพ์ เป็นภาพยนตร์ที่กำกับโดย Leigh Janiak โดยมี Phil Graziadei และ Janiak ร่วมเขียนบท จากเรื่องดั้งเดิมโดย Kyle Killen, Graziadei และ Janiak จากซีรีส์หนังสือชื่อเดียวกันโดย R. L. Stine.นำแสดงโดย Kiana Madeira, Olivia Scott Welch และ Benjamin Flores Jr.ดูได้แล้วนะครับบน Netflix   

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง RUROUNI KENSHIN THE BEGINNING

รีวิว หนัง RUROUNI KENSHIN THE BEGINNING โศกนาฏกรรมโรแมนติก กับเรื่องราวเริ่มต้นก่อนที่เคนชินจะมาเป็น คนพเนจร และที่มาของรอยแผลรูปกากบาท และญี่ปุ่นในยุคสงครามกลางเมือง [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว หนัง RUROUNI KENSHIN THE BEGINNING เป็นมังงะอีกเรื่องที่แอด อ่านมาตั้งแต่อายุ17และก็ติดตามมาตลอด [หมือนจะแก่]และถูกสร้างเป็นหนังมานี้ก็ภาคที่5แล้ว โดยภาคนี้ใช้ชื่อว่า รูโรนิ เคนชิน ซามูไรพเนจร: ปฐมบท RUROUNI KENSHIN: THE BEGINNING ถือว่าเป็นภาคสุดท้าย แต่แอดยังแอบหวังลึกๆว่าจะได้ดูภาคต่อไป เพราะทางญี่ปุ่นได้ออกมังงะภาคใหม่มาแล้วคือภาคฮอกไกโด เป็นภาคที่มีทุกตัวละครก็ว่าได้ [สาธุขอให้สร้างทีเถอะ]

RUROUNI KENSHIN: THE BEGINING จะพาเราย้อนกลับไปในยุคที่อุดมการณ์ของโชกุน ทำให้เกิดความแตกแยกเป็นสองฝ่าย ระหว่างผู้สนับสนุนรัฐบาลโชกุน และผู้ต่อต้านที่ในภายหลังถูกเรียกว่ากบฏโจชู ฮิมูระ บัตโตไซ [ซาโต้ ทาเครุ] มือพิฆาตที่ไม่เคยมีใครรู้จักตัวตนที่แท้จริง เข้าร่วมกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลโชกุน สังหารทหารของรัฐไปเป็นจำนวนมาก และกลายมาเป็นตัวอันตรายที่สุดสำหรับรัฐบาล ทว่าคืนหนึ่งเขาถูก โทโมเอะ[อาริมูระคาสุมิ] หญิงสาวปริศนาที่บังเอิญเห็นเขากำลังปลิดชีวิตสายลับเข้าโดยบังเอิญ เพื่อไม่ให้ตัวตนของเขาถูกแพร่งพรายเขาจำเป็นต้องเก็บโทโมเอะไว้ใกล้ตัว แต่การมาของโทโมเอะ กลายมาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ มือพิฆาต บัตโตไซ ที่ทำให้เขาต้องตั้งคำถามกับตัวเอง ว่า เขาพรากชีวิตคนจำนวนมากไปเพื่ออะไรกันแน่

ตัวหนังยังผสมผสานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่เรือดำเข้ามาประชิดอ่าวโตเกียว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในญี่ปุ่นอย่างรุนแรง[ยุคสงครามกลางเมือง] เมื่อแคว้นโจชูต้องการปฏิรูปประเทศแล้วยึดแนวคิดต่อต้านชาวตะวันตกและคืนอำนาจให้องค์จักรพรรดิ แต่อีกฝ่ายหนึ่งคือกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่สนับสนุนรัฐบาลโชกุนของตระกูลโทกุงาวะ[คุ้นๆนะเหมือนบางประเทศแถวนี้] หนังจับเอาช่วงที่ฝ่ายโจชูต้องการก่อความวุ่นวายในเมืองเกียวโตและคู่ขนานไปกับเรื่องของกลุ่มชินเซ็นงุมิที่ต้องการปราบความไม่สงบ[คล้ายๆตำรวจละนะ] และเล่าที่มาที่ไปของเคนชินที่เลือกเข้าสู่วิถีของมือสังหารนั้นเอง

ถือว่าเป็นภาคที่จะได้เห็นอีกด้านของ มือพิฆาตเลยก็ว่าได้ทั้ง โหด เลือดสาด ดิบ เถือน เสมือนว่าเขาเป็นเครื่องจักรสังหารเลยก็ว่าได้ หนังดัดแปลงจากฉบับมังงะนิดหน่อยและเพิ่มเติมรายละเอียดเข้ามาอีกบางส่วน โดยให้มีการเผชิญหน้ากับกลุ่ม ชินเซ็นงุมิ และต่อสู้กับ ไซโต้ ฮาจิเมะ เมื่อครั้งยังเป็นสมาชิกชินเซ็น แต่ในมังงะจะไม่ได้เน้นเท่าไหร่นัก ถือว่าหนังต้องการเพิ่มฉากแอ็กชั่นดวลดาบเข้ามาอีก ฉากต่อสู้กับนักดาบของกลุ่มชินเซ็น

ฉากจบของเรื่อง คือฉากเริ่มต้นเรื่องของหนังภาค1 ถ้าดูภาค THE BEGINNING จบแล้ว ก็ดูภาค1ต่อได้เลย ต้องบอกว่าTHE BEGINNING คือภาคที่มาช่วยเติมเต็มส่วนที่เหลือให้หนังชุดนี้ จบลงอย่างสมบูรณ์แบบ ถือเป็นการบอกเล่าที่มาที่ไปทั้งหมดของ ซามูไรพเนจรได้อย่างดีเยี่ยม เอาเป็นว่าใครที่เบื่อกับโควิดเบื่อกับการกักตัวอยากดูหนังแบบยาวๆแอดแนะนำครับดูเลย 1.THE BEGINNING 2021, 2.ORIGINAL 2012, 3.KYOTO INFERNO 2014, 4.LEGEND END 2014, 5.THE FINAL 2021 ตามนี้เลยครับ ดูแบบมันต่อเนื่องภาคไทยทุกภาค ดูได้แล้วบน netflix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว NETFLIX

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง The 8th Night คืนที่ 8

รีวิว หนัง The 8th Night คืนที่ 8 เมื่อปีศาจร้าย ต้องการจะเชื่อมนรกเข้ากับโลกมนุษย์ ความสยองจังบังเกิด [ ไม่สปอยนะครับ ]

รีวิว หนัง The 8th Night คืนที่ 8 หนังแนวระทึกขวัญจากประเทศเกาหลีใต้ โดยเป็นเรื่องราวของนักบวชรูปหนึ่งกับการไล่ล่าวิญญาณอายุนับพันปีที่เข้าสิงมนุษย์ ด้วยลูกประคำและขวานศักดิ์สิทธิ์ เพื่อหยุดยั้งการฟื้นคืนชีพของเหล่าวิญญาณร้ายที่ถูกปลดปล่อยออกจากตราผนึกนานนับ 2,500 ปี กับสัญลักษณ์เลข 8 ที่สื่อถึงการกลับชาติมาเกิดและความเป็นนิรันดร์

หนังทำออกมาได้ดีมาก[ดีกว่าหนังหลายๆเรื่องแถวนี้] ทั้งภาพ มุมกล้อง เทคนิคการถ่ายทำและการแสดงที่ดี อย่างที่เคยเห็นในหนังเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะในฉากที่เด็กนักเรียนสาวที่ถูกปีศาจสิง ที่ทำออกมาได้ดีจริงๆและประทับใจอย่างมาก และก็เป็นฉากนี้ฉากเดียวทีแอดดูแล้วรู้สึกสยอง และติดตามาเลยละ

[นางยิ้มได้สยองมากๆ ปรื๋อๆ] แต่อีกอย่าง ถึงแม้ว่าจะมีการพูดว่าเป็นหนังสยองขวัญ แต่จริงๆแล้ว หนังเรื่องนี้ทำออกมาไม่ได้น่ากลัวสักเท่าไหร่ [ออกไปทางระทึกขวัญมากกว่า] ดังนั้น ถ้าหากใครที่คิดว่าดูแล้วจะต้องกรี๊ดๆๆ ต้องบอกไว้เลยว่าไม่แน้นอน แต่หนังก็ทำออกมาให้เราได้ลุ้นระทึก และก็คิดตามไปด้วยว่าจะปราบปีศาจร้ายยังใง [ทั้งๆที่เราก็เดาได้ว่าตอนจบจะเป็นแบบใหน]

ด้านนักแสดงได้ อีอึล รับบท ฮาจอง นักบวชผู้พิทักษ์สุสานที่พบว่ามีวิญาณหลุดรอดออกไป จึงได้ขอให้ นัมดารึม รับบท ชุงซอก นักบวชหนุ่มออกตามหา อีซองมิน รับบท พัคจินซู ชายที่เกิดมาเพื่อหยุดยั้งวิญญาณเหล่านี้จากการทำลายล้างโลก และกำกับโดย คิมแทฮยอง

ถือว่าเป็นหนังเกาหลีอีกเรื่องที่คุ้มค่าเวลาดู เอาเป็นว่าใครที่เป็นแฟน หนังเกาหลี แนวระทึกขวัญ สยองขวัญ และที่เบื่อๆกับโควิดกับการกักตัวอยู่บ้าน [แอดนี้โคตรเบื่อมากๆ] อยากหาหนังดีๆดู แอดแนะนำเลยเรื่องนี้ แล้วคุณจะได้เห็นยิ้มสยอง ของน้องนักเรียนสาว ปรื๋อๆๆๆ ดูได้แล้วบน NETFLIX นะจ๊ะ

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว NETFLIX

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง Super me ยอดมนุษย์สุดโต่ง

รีวิว หนัง Super me ยอดมนุษย์สุดโต่ง ใครที่เบื่อๆกับการกักตัว อยู่บ้านช่วงโควิดแอดแนะนำ หนังไต้หวันแนว โรแมนติก แอ็คชั่น แฟนตาซี เรื่องนี้ของNetflix [ สปอยนิดๆ ]

รีวิว หนัง Super me ยอดมนุษย์สุดโต่ง ซางหยู นักเขียนบทภาพยนตร์ที่มีชีวิตตกต่ำ อันเนื่องมาจากที่เขาต้องเผชิญความผิดปกติไม่สามารถนอนหลับได้ ทุกครั้งที่หลับ จะฝันร้าย ว่ามีปีศาจความฝันไล่ฆ่าทุกครั้ง มันเหมือนจริง และมันก็ยังเจ็บจริง แล้วมันก็หนักหน่วงถึงขั้นที่ว่า แม้ว่าในเวลายามตื่น ก็ไม่สามารถแยกความจริงกับจินตนาการได้แล้ว ไม่ว่าจะไปพบจิตแพทย์คนไหนก็ตามก็ไม่มีใครสามารถช่วยเขาได้ ซางหยูเขียนบทไม่ได้ ถูกไล่ออกจากห้องเช่า ไม่มีเงินกินข้าว และจนตรอก

จนสุดท้ายก็คิดจะฆ่าตัวตาย แต่ชายแก่ขายอาหารก็มาช่วยเขาไว้ แล้วพูดให้เขาเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับความฝันร้าย เพราะต่อให้คนเราฝันว่าตายสักกี่ครั้งสุดท้ายก็ตื่นขึ้นมาอยู่ดี [ประมาณว่าตูฝันไปนี้หว่า]เมื่อซางหยูปรับเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับความฝันร้ายของตัวเองได้ เขาก็สามารถหยิบบางสิ่งบางอย่างจากความฝัน ออกมาในโลกของความเป็นจริงได้ ซางหยูนำไปขายได้เงินมหาศาล เป็นมหาเศรษฐีที่ไม่อาจคำนาณทรัพทย์สินได้ ซึ่งเรื่องราวของซางหยูจะเป็นยังไงต่อไปต้องไปติดตามชมกันได้ที่ Netflix

ฉากแอ็กชั่นทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว ดูแล้วลุ้นตามเลยละแต่ลุ้นได้ไม่นานเพราะมันค่อนข้างสั้น [เพราะมันอยู่ในฝันและพระเอกมักจะตื่นพอดี] ส่วนเคมีกับฮวาเอ๋อร์ [นำแสดงโดย เจียซ่ง] ถือว่าใช้ได้และสร้างสีสันให้กับหนังได้ ไม่ได้หวานอะไรมาก พอดูแล้วนารักดี CG ดูดีและสมจริงอยู่ [ตามสไตล์พี่จีน] ฉากทำออกมาได้สวย และมีความเป็นแฟนตาซีอยู่ด้วย เอฟเฟกต์ถือว่าผ่านครับ ส่วนตัวปีศาจก็ทำออกมาได้ดูน่ากลัว และสมบัติดูล้ำค้าเหมือนจริง ทำให้คุณภาพของหนังออกมาดีจริงๆ และก็ทำให้หนังได้เปิดตัวฉายในปี 2019 ในงาน PARIS INTERNATIONAL FANTASTIC FILM FESTIVAL ครั้งที่ 9 อีกด้วย

ยอดมนุษย์สุดโต่ง Super Me นำแสดงโดยนักแสดสุดหล่อสุดฮอตของไต้หวัน หวังต้าลู่ พระเอกจากซีรีส์จีนยอดนิยม [หมาป่าจอมราชันย์ เรื่องนี้แอคชอบมากตอนนี้ก็ติดตามทุกตอน] ที่ออกฉายเมื่อปลายปีที่แล้ว ถือว่าเป็นหนังรัก แอ็คชั่น แฟนตาซี ที่ลงตัวอีกเรื่อง กับสไตล์จีน คนดูน่าจะเพลิดเพลินไปกับเรื่องนี้สบาย แนะนำเลยครับกับช่วงที่ต้องอยู่บ้าน กักตัวและเบื่อกับโควิด หนังครบรสดูสนุก รับชมได้แล้วทาง Netflix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว NETFLIX

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง WE CAN BE HEROES รวมพลังเด็กพันธุ์แกร่ง

รีวิว หนัง WE CAN BE HEROES รวมพลังเด็กพันธุ์แกร่ง ใครเป็นแฟนหนังสายลับวัยทีน ต้องเรื่องนี้ การมีพลังเหนือมนุษย์และมีความพิเศษที่แตกต่างกัน เมื่อได้มารวมอยู่ด้วยกันแล้วใครจะต้านทานพวกเขาได้  เป็นหนังทุนสร้างที่สูงอีกเรื่อง [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว หนัง WE CAN BE HEROES รวมพลังเด็กพันธุ์แกร่ง ถ้าพูดถึงหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่ ใครๆก็คงนึกถึงหนังในจักรวาลของ2ค่ายใหญ่อย่าง Marvel Studio และ DC ที่ครองใจผู้ชมทั่วโลกมาหลายสิบปีแล้ว ก็ไม่แปลกเพราะหนังของ2ค่ายนี้ ถือว่าทำออกมาอย่างต่อเนื่องให้ผู้คนคอยติดตามอยู่ตลอด แถมเนื้อเรื่องก็เกี่ยวข้องจนต้องรอดูต่อ ฮีโร่แต่ละคน แต่ละค่ายก็เท่ไม่แพ้กัน แต่ถ้าไม่นับหนังจาก2ค่ายนี้แล้ว เรามีหนังฮีโร่อื่นๆอีกไหม แล้วก็พบว่ามีอยู่เรื่องหนึ่งที่ชื่อเรื่องก็บอกเลยว่าเป็นหนังฮีโร่ คือเรื่อง We Can Be Heroes ตัวหนังเองดูน่าสนใจไม่น้อย

We Can Be Heroes ว่าด้วยเรื่องราวที่โลกของเรานั้นมีซุปเปอร์ฮีโร่อยู่เต็มไปหมด พวกเขาเรียกกลุ่มของตัวเอง Heroics ทำงานร่วมกันเป็นองค์กร คอยพิทักษ์ปกป้องโลกใบนี้ แต่แล้ววันหนึ่งเกิดเหตุการณ์มนุษย์ต่างดาวบุกโลก Heroics จึงรวมตัวซุปเปอร์ฮีโร่ทั้งหมดออกมาป้องกันโลกใบนี้เอาไว้ แต่เนื่องจากโลกสงบสุขมานาน เหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ก็ขาดการฝึกซ้อม แถมยังมีการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างการต่อสู้ตลอดเวลา จึงทำให้พลาดท่าเสียที ถูกมนุษย์ต่างดาวจับตัวไป นับเป็นการพ่ายแพ้ครั้งแรกของ Heroics

ระหว่างที่เหล่าซุปเปอร์ฮีโร่กำลังสู้กับมนุษย์ต่างดาวนั้น เหล่าบรรดาลูกๆของซุปเปอร์ฮีโร่ ก็ถูกเรียกตัวมารวมกันเก็บไว้ที่ฐานใต้ดินของ Heroics เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งลูกของซุปเปอร์ฮีโร่ก็ล้วนแต่มีพลังด้วยกัน เช่นพลังตัวยึด พลังในการควบคุมน้ำ พลังในการใช้เสียง พลังในการเปลี่ยนแปลงใบหน้า ใช้พลังในการวาดรูปอนาคต เป็นต้น มีเพียง Missy Moreno ลูกสาวของผู้นำ Heroics ที่ไม่มีความสามารถพิเศษ แต่เนื่องจากเธอมีความสามารถด้านความคิด การวิเคราะห์ จึงกลายเป็นผู้นำกลุ่มเหล่าฮีโร่เด็กๆ และด้วยพลังในการวาดรูปอนาคตของเด็กคนหนึ่งนั้น ก็ทำให้เด็กๆกลุ่มนี้ต้องหลบหนีออกจากฐานใต้ดิน เพื่อไปช่วยพ่อแม่ของพวกเขา

สไตล์ของ WE CAN BE HEROES ถือเป็นการนำเสนอแบบเฉพาะตัวของผู้กำกับโรเบิร์ต รอดดิเกซ ที่เน้นการออกแบบฉากหลังให้มีลักษณะคล้ายกับตัวละครเล่นอยู่กับสวนสนุก สำหรับเด็กที่อยู่ตามในห้างสรรพสินค้า เช่น บ้านบอล รถยานอวกาศ ที่จะมีสีสันฉูดฉาดบาดตา มีลักษณะเหนือจริง ประกอบกับการที่เหล่านักแสดงต้องเล่นอยู่บนกรีนสกรีน ก็จะทำให้คนดูหนังยุคนี้มองว่ามันเป็นงาน CG ที่ดูแปลกๆ ซึ่งถ้ามองย้อนกลับไปในผลงานเก่าๆ ตั้งแต่ Spy Kids ในปี 2001 ที่มีฉากหลังเป็นเช่นนี้ เราก็จะมอง We Can Be Heroes ว่ามันเป็นสไตล์เฉพาะตัวของผู้กำกับ

เรื่องงานสร้างของหนังเรื่องนี้ที่ดูเป็นหนังเด็กๆ แต่ก็สามารถสร้างโลกที่มีความเป็นสวนสนุก ยาน อาวุธ และตัวเอเลี่ยนต่างๆ มีความคล้ายของเล่น เห็นแล้วก็รู้สึกเพลินไปกับเด็กๆ และโลกในหนังพอสมควร แถมงาน CG ที่แม้จะไม่อลังการเทียบเท่าหนังจาก2ค่ายยักษ์ใหญ่ก็ตาม

ถือเป็นหนังที่ดูแล้วมีความสนุก เพลิดเพลิน เนื้อเรื่องของหนังไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใหญ่เป็นผู้นำเสมอไป เพราะเด็กๆก็เจ๋งไม่แพ้กัน ดูแล้วเหมือนเราได้ย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ที่ตอนเด็กๆ เราใฝ่ฝันอยากจะเป็นฮีโร่มีพลังวิเศษต่างๆ [ ตอนเด็กๆอยากเป็นโน้น อยากเป็นนี้ อยากนั้น พอโตได้เป็นหนี้ ]แบบนี้ ถ้าใครที่ชอบหนังแนวนี้ก็ดูได้เพลินๆ กับเหล่าเด็กพันธุ์แกร่งเหล่านี้ จะไปช่วยพ่อแม่ที่ถูกมนุษย์ต่างดาวจับไปได้หรือไม่ และจะสามารถเอาชนะกับเหล่ามนุษย์ต่างดาวที่มีจำนวนมหาศาลได้อย่างไร ติดตามรับชมได้แล้วบน Netflix

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว NETFLIX

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว ซีรี่ส์ The Protector ผู้พิทักษ์คนสุดท้าย

รีวิว ซีรี่ส์ The Protector ผู้พิทักษ์คนสุดท้าย ซีรี่ส์เเอ็คชั่น​ดรามา​เเฟนตาซี จากตุรกีของชายธรรมดา ที่ค้นพบโชคชะตาของตัวเองและกลายเป็นวีรบุรุษในแบบที่ฟ้าประทาน [ ไม่สปอยนะ ]

รีวิว ซีรี่ส์ The Protector ผู้พิทักษ์คนสุดท้าย ฮาคาน พยายามเปิดธุรกิจของตัวเอง เพื่อที่จะรวยล้นฟ้าและไม่ต้องการดูแลร้านขายของเก่าโบราณต่อจากพ่อ แต่ฮาคาน กลับพบว่าตัวเองเป็นผู้พิทักษ์ที่ถูกเลือก และมีชะตากรรมให้ปกป้องเมืองอิสตันบูลจากสิ่งชั่วร้าย ฮาคาน เป็นเพียงชายธรรมดาๆ ที่ห่างไกลจากคำว่าฮีโร่ เขาอาศัยอยู่ในเมืองที่มีประชากร 15 ล้านคน เป็นจุดบรรจบของวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก แต่ในที่สุดเขาก็ได้รู้ว่าบ้านเกิดแห่งนี้กำลังตกอยู่ในอันตรายจากสิ่งชั่วร้าย และเขาได้รับหน้าที่ให้ปกป้องเมืองนี้ ที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งเขาเองก็ไม่อยากรับหน้าที่นี้ซักเท่าไหร่ แล้วฮาคานจะทำตามโชคชะตาในฐานะผู้พิทักษ์คนสุดท้ายได้หรือไม่

เรื่องนี้เป็นซีรีส์ของตุรกี แนวพระเอกมีพลังวิเศษที่ต้องกู้โลก ถึงแม้ว่าพลังวิเศษของพระเอกไม่ได้เหนือมนุษย์อะไรขนาดนั้น แต่สิ่งที่ทำให้สนุกก็คือ เรื่องราวของตัวละครแต่ละตัว ที่มาที่ไปตั้งแต่อดีต ซึ่งพอมาบรรจบกันแล้วสนุกลงตัวดี อาจจะเน้นดราม่ามากกว่าบู๊หน่อย

และสิ่งที่น่าชื่นชมคือนักเเสดงที่เลือกมาดีนะ พระเอกก็หล่อมาก นางเอกก็น่ารักมาก เเล้วก็เรื่องการเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับปูมหลังของตัวละครที่ทำได้น่าสนใจมาก เเละงานภาพวิวทิวทัศน์ของเมืองอิสตันบูลที่ชวนให้เราอยากไปที่นู่นมาก รวมเเล้วเเม้ว่าจะมีจุดที่ขัดใจอยู่ไม่น้อย แค่นิดหน่อย

ในส่วนของโทนหนัง ที่เปลี่ยนเเนวไปเรื่อยๆเลยทำให้ดูสนุก เข้มข้นเเละน่าติดตามไปจนจบ ส่วนดรามาทำออกมาได้ค่อนข้างดีและถึงอารมณ์ ดนตรีประกอบเพราะดี เเสดงความเป็นตุรกีได้ดี งานสร้างเเละการถ่ายทำก็ถ่ายได้สวยเเล้วก็ทำให้ซีรีส์นี้ทวีคูณความน่าสนใจ นักเเสดงเล่นดี [นางเอกน่ารักมากอีกแล้ว] ฉากเเอ็คชั่นมันส์ดี ชีรี่ส์มีทิ้งปมไว้รอซีซั่นต่อไป [ ซีซั่นที่2 ที่มีการยืนยันเเล้วว่ามาเเน่ ]

ซีรีส์จากNetflix ที่คล้ายหนังขุนพันธ์ของไทย แต่นี้คือฉบับตุรกี ความยาว: 40 นาทีต่อตอน [10 ตอน] ซีรีส์เเอ็คชั่นดรามาเเฟนตาซีเรื่องใหม่จากตุรกี ที่ในตอนนี้ิมีการยืนยันเรียบร้อยเเล้วว่าจะมี2 ซีซั่นครับ รับชมได้แล้ว บน Netflix พร้อมกันทั่วโลก

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว NETFLIX

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms

รีวิว หนัง ROURONI KENSHIN THE FINAL

รีวิว หนัง ROURONI KENSHIN THE FINAL การกลับมาของ ซามูไรพเนจร ฮิมุระ เคนชิน กับ Rouroni Kenshin The Final ซามูไรพเนจร ปัจฉิมบท [ สปอยนิดๆ ]

รีวิว หนัง ROURONI KENSHIN THE FINAL ภาค4นี้เป็นภาคสรุปของหนังทุกภาค หลังจากไตรภาคชุดแรก ซึ่งที่ใช้ชื่อภาคว่า ปัจฉิมบท FINAL CHAPTER PART I และ THE BEGINNING เพราะหนังจะมีภาคย้อนอดีตสมัยที่เคนชินยังเป็นมือพิฆาตบัตโตไซ ฉายอีกภาค เป็น PART II ก็รู้สึกแปลกใจเล็กๆว่าทำไมทำภาคบทสรุปก่อน แล้วค่อยทำภาคย้อนอดีตเป็นพาร์ทที่สอง แต่อาจคิดว่าต้องการทำตามต้นฉบับในมังงะก็เป็นได้

นอกจากนี้ ROURONI KENSHIN ยังได้รับความนิยมอย่างมาก จนถึงขั้นเป็นแฟรนไชส์หนังญี่ปุ่นแบบ LIVE ACTION เรื่องแรก ที่ได้เข้าฉายในเทศกาลหนังเซี่ยงไฮ้ที่ประเทศจีนด้วยและตอนนี้ฉายพร้อมกันทั่วโลกทาง NETFLIX แสดงนำโดย ซาโต้ ทาเครุ และ เอมิ ทาเคอิ ซึ่งหนังเข้าฉายครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อเดือนเมษายน โกยรายได้ไปมากถึง 31 ล้านเหรียญเลยทีเดียวตัวหนังกับต้นฉบับมังงะ จะอยู่ประมาณเล่มที่ 18-28 จบนี้ละครับ

สำหรับ ซามูไรพเนจรภาคที่4นี้ บทของ เอนิชิ ซึ่งเป็นบทที่มีความดราม่าที่สุดและเป็นการเฉลยปมทที่มาของรอยแผลเป็นรูปกากบาทที่แก้มของเคนชิน และบทสรุปก็เป็นการปลดล็อคความผิดบาปที่ค้างคาใจของตัวละครด้วย ฮิมุระ เคนชิน หรือ มือพิฆาตบัตโตไซ ที่เคยเป็นมือสังหารที่ร้ายกาจที่สุดในยุคปฏิรูป ได้กลายมาเป็นคนพเนจร แล้วใช้ชีวิตอยู่ที่สำนักดาบคามิยะ ร่วมกับ คามิยะ คาโอรุ หลังจากศึกในสามภาคที่ผ่านมา

เมื่อเคนชินจัดการกับชิชิโอ มาโคโตะได้แล้ว ญี่ปุ่นก็ได้กลับสู่ความสงบอีกครั้ง แต่ก็เป็นแบบนั้นได้ไม่นาน เมื่อ เอนิชิ ยูกิชิโระ น้องชายของ โทโมเอะ ยูกิชิโระ อดีตภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้วของเคนชินในสมัยที่ยังเป็นบัตโตไซ ได้วางแผนทัณฑ์มนุษย์ เพื่อแก้แค้นเคนชินที่เป็นคนทำให้พี่สาวของเขาตายไป เอนิชิยังมาพร้อมกับองค์กรมาเฟียเซี่ยงไฮ้ที่จัดเต็มทั้งกำลังคนและอาวุธปืนเพื่อถล่มเมืองและผู้คนที่เคนชินได้ปกป้องไว้

ฉากแอ็กชั่นในภาคจัดหนักจัดเต็มเลยทีเดียว เพราะตัวละครเอนิชิที่ใช้วิชาวาโตเข้ามาเป็นตัวร้ายหลักของภาค ก็ทำให้ฉากต่อสู้ดูแล้วลื่นใหลและหลากหลายยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยรวมแล้วฉากแอ็กชั่นทำออกมาได้ดีจริงๆ ใส่เข้ามาแบบไม่ต้องมีกั๊ก ทั้งฟันดาบ ยิงปืนกล ระเบิด และอื่นๆอีกเพียบ และมีเซอร์ไพรส์ด้วย [ เป็นอะไรต้องไปดูกัน ]

โดยรวมแล้วถือว่า ROURONI KENSHIN THE FINAL นี่คือบทสรุปของ ซามูไรพเนจร ที่เป็นมากกว่า LIVE ACTION แต่เป็นหนังแอ็กชั่นซามูไรแบบไฮสปีดความเร็วสูงที่ผู้ชมไม่ควรพลาดจริงๆ ต่อให้ไม่ใช่เป็นแฟนคลับของซามูไรพเนจรก็ตาม และก็ถือได้ว่าเป็นหนัง LIVE ACTION ที่ดีที่สุดตลอดกาลเลยก็ว่าได้สำหรับแฟนไชส์หนังชุดนี้รวมกันทุกภาค ซึ่งหนังภาคบทสรุปนี้สามารถรับชมได้เลยใน NETFLIX

ติดตามเว็บรีวิวหนังได้ที่ รีวิว ภาพยนตร์

ติดตามแฟนเพจได้ที่ FB : Blusterfilms